Mazda ปรับทัพ MX-5 รุ่นใหม่ในญี่ปุ่น ปรับท่อไอเสียให้เงียบลงตามกฎหมายใหม่ พร้อมเสริมระบบดักเสียงจำลองความเร้าใจในห้องโดยสาร

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 27 มิ.ย. 69 19:05
  • 1,026 อ่าน

รถสปอร์ตโรดสเตอร์ระดับตำนานอย่าง Mazda MX-5 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mazda Roadster สำหรับตลาดญี่ปุ่น ได้รับการอัปเดตเวอร์ชันใหม่อีกครั้ง โดยการปรับปรุงในครั้งนี้เน้นไปที่การปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมมลพิษทางเสียงที่เข้มงวดขึ้นของประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ทีมวิศวกรต้องปรับเปลี่ยนระบบระบายไอเสีย รวมถึงยางรถยนต์ให้มีเสียงที่เงียบลงกว่าเดิม

Mazda MX-5

กฎระเบียบใหม่นี้ทำให้ Mazda ต้องติดตั้งหม้อพักไอเสียที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อลดเสียงดังจากปลายท่อ และเลือกใช้ยางที่ลดเสียงรบกวนขณะบดบังพื้นถนน ซึ่งมาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อรุ่น Roadster RF ทรงคูเป้หลังคาแข็งเล็กน้อย เนื่องจากหม้อพักไอเสียที่ใหญ่ขึ้นได้เข้าไปกินพื้นที่ในส่วนของห้องเก็บสัมภาระท้ายรถไปบางส่วน อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ผู้ขับขี่ต้องสูญเสียอรรถรสความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้ไป Mazda จึงได้แก้เกมด้วยการติดตั้งระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ Induction Sound Enhancer มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นหลังคาผ้าซอฟต์ท็อปทุกรุ่นย่อย ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งเสียงคำรามของเครื่องยนต์เข้ามาในห้องโดยสารโดยตรง เพื่อให้ผู้ขับขี่ยังคงได้รับความเร้าใจอย่างเต็มที่ขณะเหยียบคันเร่ง

Mazda MX-5

นอกจากเรื่องของระบบจัดการเสียงแล้ว การอัปเดตครั้งนี้ยังมีการปรับปรุงระบบช่วงล่างใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สอดรับกับยางชุดใหม่ที่ทำงานได้เงียบขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนและการตอบสนองของตัวรถให้เฉียบคมยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวสีตัวถังใหม่ล่าสุดอย่างสีเขียวมทัลลิก Zinc Green Metallic ซึ่งเป็นสีเขียวเฉดแรกของเจเนอเรชัน ND โดยจะมีเกล็ดเมทัลลิกประกายฟ้าผสมอยู่ มอบมิติความเงางามที่สะท้อนแรงบันดาลใจจากสีสันในอุตสาหกรรมการบิน

ไฮไลต์สำคัญของการปรับทัพครั้งนี้คือการเผยโฉมรุ่นพิเศษใหม่ในชื่อ PS Edition ที่มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำดุดันและการเซตอัพแชสซีส์ที่เน้นการขับขี่แบบสปอร์ตที่เฉียบคมยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน Mazda สามารถทำยอดผลิตสะสมทั่วโลกของ MX-5 ได้มากกว่า 1.26 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 และสำหรับเจเนอเรชันถัดไปได้รับการยืนยันจากทางค่ายแล้วว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่คาดว่าแฟน ๆ อาจจะต้องรอจนถึงปี 2029 กว่าจะได้เห็นโฉมใหม่แบบโมเดลเชนจ์

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ