เปิดตัว Nissan Leaf Nismo 2027 แต่งโหดสไตล์สปอร์ต ปรับช่วงล่างใหม่ แต่ความแรงเท่าเดิม
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 23 ก.ค. 69 13:43
- 1,078 อ่าน
Nissan เปิดตัว Nissan Leaf Nismo 2027 อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น โดยวางตำแหน่งเป็นตัวท็อปสายพันธุ์สปอร์ตของตระกูลรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งมาพร้อมกับชุดแต่งรอบคันสุดดุดัน การปรับเซ็ตช่วงล่างใหม่เพื่อการขับขี่ที่คมขึ้น และการปรับแต่งระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ที่น่าแปลกใจคือยังคงใช้พละกำลังเท่ากับรุ่นมาตรฐานทุกประการ

ชุดแต่งภายนอกของ Nissan Leaf Nismo โดดเด่นด้วยลิ้นหน้าออกแบบพิเศษสไตล์ Twin Blade ตัดเส้นสายสีแดง Arteria Magma Red ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Nismo บริเวณกระจกมองข้างและสเกิร์ตข้าง พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 19 นิ้วจาก Enkei รัดด้วยยางสปอร์ต Michelin Pilot Sport 5 ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์ทรง Ducktail และดิฟฟิวเซอร์ตกแต่งเส้นสีแดง แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือการเลือกใช้ไฟท้ายรุ่นเริ่มต้น แทนที่จะเป็นไฟท้าย LED แบบสามมิติอันสวยงามของรุ่นท็อปอย่าง Platinum+ หรือ Autech
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำตัดแดงพร้อมสัญลักษณ์ Nismo เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ Matte Suede สลับหนังสังเคราะห์ หน้าจอแสดงผลปรับกราฟิกเฉพาะรุ่น และมีตัวเลือกเบาะนั่งบัคเก็ตซีตสปอร์ตปรับไฟฟ้าจาก Recaro ให้เลือกติดตั้งเพิ่มเติม

ด้านขุมพลังยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเช่นเดียวกับรุ่นปกติ โดยแบ่งเป็นรุ่น B5 Nismo มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 53 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 174 แรงม้า และรุ่น B7 Nismo แบตเตอรี่ความจุ 75 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 214 แรงม้า แม้แรงม้าจะไม่เพิ่มขึ้น แต่ทีมวิศวกรได้เพิ่ม Nismo Drive Mode เพื่อตอบสนองคันเร่งได้ฉับไวขึ้น พร้อมแป้น Paddle Shift ที่ปรับระดับการฟื้นฟูพลังงานเบรกได้หนึบแน่นกว่าเดิม
ไฮไลต์สำคัญของการปรับแต่งครั้งนี้อยู่ที่การอัปเกรดช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสปริง เหล็กกันโคลง โช้กอัพแบบ Swing-valve บูชซับเฟรมเสริมความแข็งแรง และการปรับน้ำหนักพวงมาลัยใหม่ ช่วยให้การควบคุมตัวรถมีความแม่นยำและเกาะถนนได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Nissan Leaf Nismo 2027 เปิดรับจองในประเทศญี่ปุ่นแล้ว โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 6,601,100 เยน หรือประมาณ 1,420,000 บาท ในรุ่น B5 และไต่ระดับไปจนถึง 7,227,000 เยน หรือประมาณ 1,550,000 บาท ในรุ่น B7 พร้อมแพ็กเกจเบาะ Recaro ส่วนการทำตลาดในภูมิภาคอื่นอย่างยุโรปหรืออเมริกาเหนือยังต้องรอการยืนยันจากทางค่ายอีกครั้ง
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




