10 สุดยอดเทคโนโลยี ที่จะมีในรถยนต์สำหรับทศวรรษหน้า

แน่นอนว่าเทคโนโลยีในรถยนต์หลายอย่างสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ได้มากขึ้น แต่ในหลายเทคโนโลยีก็ยังไม่ได้มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย และหลายออพชั่นก็ถูกตัดออกไปเมื่อผ่านการใช้งานระยะหนึ่งเพราะไม่ได้รับความนิยม แต่มีการคาดว่า จะมี 10 เทคโลโลยีอำนวยความสะดวก จะได้รับความนิยมสูงสุดและเป็นออพชั่นหลักสำหรับรถยนต์ในทศวรรษหน้า ซึ่งมีดังต่อไปนี้ครับ

1. ระบบผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Assistant)

ระบบนี้เป็นเหมือนเลขาส่วนตัว ที่ก่อนออกรถ จะมีการแจ้งถึงปริมาณการจราจรที่ต้องผ่าน, สภาพอากาศและข้อมูลอื่นๆที่จำเป็น เป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณได้เตรียมตัวล่วงหน้า และไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย

2. ระบบความเย็น/ความร้อนในตัวรถล่วงหน้า (Pre-heat/pre-cool)

ระบบนี้เริ่มจะมีแล้วในปัจจุบัน โดยสั่งการให้รถยนต์ทำความเย็นหรือร้อนในตัวห้องโดยสารล่วงหน้าผ่านทางรีโมทรถยนต์ เมื่อเราก้าวเข้าสู่ตัวรถก็จะทำให้รู้สึกสบายได้ในทันที แต่ในอนาคตก็จะเริ่มพัฒนาระบบนี้ ให้ใช้งานผ่านทาง App บน Smartphone ได้เลย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับเรามากกว่าเดิม

3. ระบบแนะนำเส้นทาง (Personal Route Assist)

ระบบนี้จะไม่เหมือนกับ Navigator ทั่วไป ที่ต้องรอเราป้อนข้อมูลจุดหมายปลายทางก่อนถึงจะบอกเส้นทางแนะนำเราได้ แต่ระบบนี้จะเรียนรู้การใช้เส้นทางของเราทุกวัน และเมื่อเราก้าวขึ้นรถในวันต่อไปในช่วงเวลาเดิม ระบบก็จะมีเส้นทางที่ดีและเร็วที่สุดแนะนำมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งระบบนี้ ปัจจุบันมีแล้วใน Audi Q7, A4 และ A5

4. ระบบค้นหาที่จอดรถ (Parking Monitor)

ระบบนี้จะช่วยให้คุณหาที่จอดรถได้ง่ายขึ้น โดยระบบจะคำนวณว่าปลายทางของครั้งนี้จะอยู่ที่ไหน และจะแจ้งหาที่จอดรถให้ว่าควรจะจอดตรงไหน

5. ระบบจอดรถอัตโนมัติ (Auto parking)

ระบบนี้เป็นการที่รถจะเข้าจอดในช่องจอดหรือเข้าซองโดยอัตโนมัติ เริ่มเห็นในรถยนต์หลายรุ่นแล้ว แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ มันน่าจะเป็นออพชั่นหลักของรถยนต์ทุกคัน

6. ระบบอ่านเครื่องหมายและสัญญาณจราจร (Road Sign & Object Recognition)

ปัจจุบันในรถยนต์หลายค่ายเช่น Tesla มีระบบช่วยขับหรือ Autopilot แล้ว และยังมีการทดสอบรถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้เองอีกหลายคัน เมื่อระบบที่ช่วยขับแพร่หลายมากขึ้น การอ่านสัญญาณและเครื่องหมายจราจรก็มีส่วนสำคัญ ดังนั้นระบบอ่านเครื่องหมายและสัญญาณจราจรอัตโนมัติ ก็จะทำการเรียนรู้และอ่านเครื่องหมายจราจรในเส้นทางที่ผ่าน และจะปฏิบัติตามเครื่องหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารและผู้ร่วมใช้เส้นทางนั่นเอง

7. ระบบสื่อสารระหว่างรถ (Car-to-car communication)

ในอนาคต รถยนต์เราจะมีเซนเซอร์อยู่รอบคันเป็นพันจุด เพื่อเก็บข้อมูลแล้วแบ่งปันกับรถคันอื่นๆ อย่างเช่นเมื่อเราสวนมากับรถคันหนึ่งแล้วมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เราก็จะรู้ได้ว่า เส้นทางที่รถคันนั้นผ่านมาเป็นเช่นไร, สภาพถนนเป็นอย่างไร, อากาศเป็นอย่างไร และข้อมูลอื่นๆที่จะแลกเปลี่ยนกันได้ เหมือนกับการตะโกนเตือนกันนั่นเอง

8. ระบบช่วยขับยามรถติด (Traffic Jam Assist)

สิ่งที่น่าเบื่อที่สุดในการขับรถช่วงรถติดคือ ต้องคอยเปลี่ยนเกียร์ เหยียบเบรก, เหยียบคันเร่งสลับไปมาอยู่ตลอดเวลา สร้างความเหนื่อยล้าให้กับเราได้มากมาย แต่ระบบนี้จะช่วยขับแทนเราในช่วงรถติดได้ เมื่อรถข้างหน้าขยับ รถเราก็ขยับตามไปได้ โดยที่เราสามารถนั่งอ่าน Facebook ได้อย่างสบายใจ

9. ระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (Accident alert)

เมื่อรถยนต์เราเกิดอุบัติเหตุ ระบบจะมีการแจ้งจุดที่เกิดเหตุส่งตรงไปยังศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินในทันทีเพื่อให้มาช่วยเหลือได้ทันเวลาในกรณีที่เกิดเหตุร้ายแรงจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

10. ระบบช่วยเหลือเสริมสไตล์การขับขี่ (Driving Style Assistant)

ระบบนี้จะเรียนรู้สไตล์การขับของเรา แล้วจะทำการคำนวณเพื่อค้นหาระบบที่ช่วยให้การขับขี่ของเราดีขึ้น อย่างเช่นถ้าคุณเป็นคนชอบขับจี้ท้ายรถข้างหน้า ระบบจะเตรียมพร้อมใช้งานระบบเบรกอัตโนมัติทันที ในกรณีที่รถเริ่มจะเข้าใกล้ท้ายรถคันหน้ามากเกินไป เป็นต้น

ถึงแม้เทคโนโลยีจะเพิ่มความสะดวกสบายให้เราได้มาก แต่สุดท้ายแล้วระบบต่างๆก็ไม่สามารถคิดแทนเราได้ 100% ดังนั้นเราจึงต้องควรมีสมาธิอยู่กับการขับรถให้มากที่สุด เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตัวเองและเพื่อนร่วมทางจะดีที่สุดครับ

ข้อมูลจาก Motoring

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ