ทำความรู้จัก Kei Car รถขนาดเล็กใช้ในเมืองยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น

ใครที่เคยเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น จะเห็นได้เลยว่ารถที่วิ่งอยู่ทั่วไปตามท้องถนนมากที่สุด ก็จะเป็นรถขนาดเล็ก ที่ตามภาษาท้องถิ่นเรียกว่า Kei Car (อ่านว่าเคคาร์) วิ่งกันมากที่สุด และมีบางรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายที่ประเทศไทยด้วย ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังมีข้อสงสัยว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงเลือกซื้อรถในรูปแบบนี้กันอย่างแพร่หลาย และรายละเอียดของรถ Kei Car คืออะไร วันนี้เรามาหาคำตอบกัน

Kei Car

Kei Car หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า keijidōsha ( 軽自動車 ) แปลว่ารถขนาดเล็ก ถ้าภาษาต่างประเทศก็มีเรียกกันไปหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Japanese city car, Ultramini หรือ Japanese microcar ซึ่งก็สื่อไปถึงว่าเป็นรถยนต์ขนาดเล็กทั้งนั้น แต่ความเป็น Kei Car เองนั้น ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องขนาดแต่เพียงอย่างเดียว แต่มีข้อจำกัดในเรื่องอื่น ๆ ด้วย

Kei Car

Kei Car

การที่จะดูว่ารถยนต์คันไหนเป็นประเภท Kei Car นั้น ให้ดูที่ตัวป้ายทะเบียนรถเป็นสำคัญ โดยป้ายจะเป็นสีเหลือง ตัวอักษรสีดำ (ถ้าในประเทศไทยจะเป็นแท็กซี่) ซึ่งจะเป็นรถที่ใช่ในรูปแบบส่วนบุคคล แต่ถ้าเป็นป้ายสีดำ ตัวอักษรสีเหลืองเมื่อไหร่ ก็จะหมายถึงว่ารถคันนี้เป็นประเภท Kei Car เช่นเดียวกัน แต่จะใช้งานในรูปแบบบริษัทหรือการค้านั่นเอง

Kei Car

ต้นกำเนิดของรถยนต์ Kei Car นั้น ต้องเริ่มมาจากยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คือในช่วงปี 1949 เป็นยุคที่ประเทศญี่ปุ่นต้องมาเริ่มสร้างประเทศกันใหม่หลังแพ้สงคราม และเป็นช่วงที่กำลังกำเนิดรถยนต์ใหม่ขึ้นมา แต่จะมาในรูปแบบของรถยนต์ขนาดใหญ่ทั้งนั้น ซึ่งหลายคนมีเงินมากพอที่จะซื้อมอเตอร์ไซค์ได้ แต่พออยากจะขยับขึ้นไปซื้อรถยนต์ก็ไม่ไหว จึงได้มีแนวคิดในการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประเภท Kei Car ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานของคนส่วนใหญ่ โดยเริ่มแรกนั้น มีการกำหนดเอาไว้เฉพาะตัวเครื่องยนต์ ที่จะมีขนาดได้ไม่เกิน 150 ซีซีเท่านั้นสำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ และไม่เกิน 100 ซีซีสำหรับเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ต่อมาได้มีกำหนดเพิ่มเติมเอาไว้ว่า ตัวรถต้องมีขนาดความกว้างไม่เกิน 1.0 เมตร, ความยาวไม่เกิน 2.8 เมตร และสูงไม่เกิน 2.0 เมตร และไม่ให้รถประเภทนี้ขับด้วยความเร็วเกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ต่อมาในปี 1950 ได้ปรับใหม่ ให้ขนาดตัวรถเป็นกว้างไม่เกิน 1.3 เมตร และยาวไม่เกิน 3 เมตร ส่วนเครื่องยนต์ 4 จังหวะจะมีขนาดไม่เกิน 300 ซีซี และเครื่องยนต์ 2 จังหวะไม่เกิน 200 ซีซี

ในปี 1951 มีการปรับกฎเกณฑ์ของเครื่องยนต์ใหม่ โดยเครื่องยนต์ 4 จังหวะจะมีขนาดไม่เกิน 360 ซีซี และเครื่องยนต์ 2 จังหวะไม่เกิน 240 ซีซี

ในปี 1955 มีการปรับใหม่ให้เครื่องยนต์ 4 จังหวะและ 2 จังหวะมีขนาดไม่เกิน 360 ซีซี และปรับความเร็วสูงสุดในการขับบนถนนได้ไม่เกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Kei Car
Kei Car

ในที่สุดหลังจากการออกกฎเกณฑ์ของรถขนาดเล็ก Kei Car ออกมา ก็ได้มีรถรุ่นแรกที่ถูกผลิตออกมาจำหน่ายอย่างแพร่หลายได้เสียที โดยเป็น Suzuki Suzulight ที่ถูกวางจำหน่ายเป็นรุ่นแรกในปี 1955 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 จังหวะ 2 สูบ 360 ซีซี ตามมาด้วย Subaru 360 ในปี 1958 ที่ใช้เครื่องยนต์ 356 ซีซี 2 สูบ เกียร์ธรรมดา 3 สปีด

โดยกฎเกณฑ์ของรถขนาดเล็ก Kei Car นั้น ถูกใช้งานมานานต่อเนื่องจนถึงปี 1976 ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง โดยมีการปรับขนาดตัวรถใหม่ให้มีความกว้างไม่เกิน 1.4 เมตร และความนาวไม่เกิน 3.2 เมตร และมีการปรับขนาดเครื่องยนต์ใหม่ให้เป็นขนาด 550 ซีซี

ในปี 1980 มีการปรับความเร็วจากเดิม ให้กลายเป็นสามารถขับได้ด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง

เมื่อถึงปี 1990 มีการปรับอีกครั้ง โดยจะเพิ่มขนาดความยาวให้เพิ่มขึ้น โดยต้องยาวไม่เกิน 3.3 เมตร และขยับขนาดเครื่องบนต์ให้เป็น 660 ซีซี และรอบนี้มีกฎใหม่ถึงกำลังของเครื่องยนต์ ให้มีความแรงได้ไม่เกิน 64 แรงม้าเท่านั้น

เมื่อมาถึงปี 1998 ก็ได้มีการปรับครั้งล่าสุด โดยจะปรับขนาดของตัวรถ ให้มีความยาวได้ไม่เกิน 3.4 เมตร และความกว้างได้ไม่เกิน 1.48 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นข้อกำหนดที่ยังใช้งานจนถึงปัจจุบัน

Kei Car

โดยสิทธิพิเศษสำหรับคนที่ใช้งานรถขนาดเล็ก Kei Car นั้น จะมีสิทธิประโยชน์เรื่องภาษีเป็นหลัก โดยจะมีทั้ง

ภาษีซื้อรถยนต์ใหม่ จะมีการเก็บเพียง 2% จากราคารถ โดยรถทั่วไปนั้นจะคิดภาษี ซื้อรถยนต์ใหม่ 3%

ภาษีน้ำหนักตัวรถ ที่มีการเรียกเก็บทุก ๆ 2 หรือ 3 ปี โดยใน Kei Car นั้น เรียกเก็บ 8,800 เยนในระยะเวลา 2 ปี (ประมาณ 2,500 บาท) หรือ 13,200 เยนในระยะเวลา 3 ปี (ประมาณ 3,700 บาท) เมื่อเปรียบเทียบกับรถขนาดทั่วไปแล้ว จะมีการเรียกเก็บ 12,600 เยนในระยะเวลา 2 ปี (ประมาณ 3,600 บาท) หรือ 18,900 เยนในระยะเวลา 3 ปี (ประมาณ 5,600 บาท)

อัตราค่าประกันภัยภาคบังคับ ระยะเวลา 24 เดือนแรกหลังออกรถใหม่ รถ Kei Car จะมีการเรียกเก็บที่ 18,980 เยน หรือประมาณ 5,420 บาท ส่วนรถขนาดปกติจะถูกเรียกเก็บ 22,470 เยน หรือประมาณ 6,420 บาท

อัตราภาษีประจำปี จ่ายตามขนาดเครื่องยนต์เหมือนทั่วไป ซึ่งเครื่องยนต์ของรถ Kei Car จะมีขนาดไม่เกิน 660 ซีซี จะมีการเสียค่าภาษีประจำปีอยู่ที่ 29,500 เยน หรือประมาณ 8,430 บาท

Kei Car

นอกจากนี้ ที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้งานรถขนาดเล็กประเภท Kei Car ก็เพราะว่าเป็นรถที่ใช้งานได้สะดวก ขับง่าย หาที่จอดง่าย ประหยัดน้ำมัน รถราคาถูก ไม่จำเป็นต้องซื้อรถขนาดใหญ่เพื่อเดินทางไกล เพราะระบบขนส่งมวลชนมีความทันสมัยและครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ในประเทศ เลยกลายเป็นรถยอดนิยมของคนญี่ปุ่นทั่วประเทศ แต่หลายคนยังเข้าใจผิดว่า รถ Kei Car จะต้องเป็นรถสไตล์ Van หรือ MPV เท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วรถประเภทนี้ มีทั้งรูปแบบรถกระบะขนาดเล็ก รถเก๋งขนาดเล็ก หรือ Hatchback ขนาดเล็กก็ได้ เพราะข้อกำหนดมีเพียงขนาดของตัวรถและเครื่องยนต์เท่านั้น

ข้อมูลจาก Wikipedia

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ