เทรนด์สีรถยนต์ระดับโลก ยิ่งผลิตสียิ่งเยอะแต่คนกลับเลือกแค่ขาวดำเทา เผยผลสำรวจพบรถใหม่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์กลายเป็นสีคุมโทนไร้สีสัน

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 29 มิ.ย. 69 15:26
  • 1,012 อ่าน

แม้ว่าในช่วงหลังมานี้ ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ จะพยายามนำเสนอสีสันตัวถังใหม่ ๆ ที่ดูแปลกตาและน่าตื่นเต้น รวมถึงการหันกลับมานิยมตกแต่งห้องโดยสารด้วยโทนสีน้ำเงินหรือการเพิ่มเฉดสีสดใสในรถยนต์หลาย ๆ รุ่น ทว่าในความเป็นจริงแล้ว โลกของยานยนต์ในปัจจุบันกลับกำลังถูกกลืนกินด้วยเฉดสีแบบไร้สีสัน หรือ Grayscale อย่างเบ็ดเสร็จ

จากรายงานผลการศึกษาล่าสุดของสถาบันวิจัย iSeeCars ประจำปี 2026 ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการเลือกเฉดสีตัวถังภายนอกของผู้ซื้อรถยนต์รุ่นใหม่ พบว่ารถยนต์ที่ออกวางจำหน่ายถูกครอบงำด้วยสีขาว ดำ เทา และเงิน โดยสี่สีนี้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรวมกันสูงถึง 80.4 เปอร์เซ็นต์ของรถยนต์ทั้งหมด เรียกได้ว่าในรถยนต์ใหม่ทุก ๆ 10 คัน จะมีรถที่เป็นเฉดสีคุมโทนเหล่านี้ไปแล้วถึง 8 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับยุคอดีต โดยหากย้อนกลับไปในช่วงปี 1996 รถยนต์ในกลุ่มสีขาว ดำ เทา และเงิน มีสัดส่วนรวมกันอยู่เพียงแค่ 47.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

เมื่อเจาะลึกไปที่ความนิยมในแต่ละเฉดสีพบว่า สีขาว ยังคงเป็นแชมป์อันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งตลาด 25.7 เปอร์เซ็นต์ ตามมาติด ๆ ด้วย สีดำ ที่ 23.4 เปอร์เซ็นต์ และ สีเทา ที่ 22.9 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กลุ่มสีสันสดใสที่พอจะเบียดขึ้นมาแทรกในห้าอันดับแรกได้มีเพียง สีน้ำเงิน ซึ่งครองส่วนแบ่งอยู่ 9.1 เปอร์เซ็นต์ และ สีเงิน ที่ 8.4 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเฉดสีอื่น ๆ ที่เคยได้รับความนิยมในอดีตอย่าง สีแดง ปัจจุบันเหลือส่วนแบ่งเพียง 7 เปอร์เซ็นต์ และ สีเขียว เหลือเพียง 2.2 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น สำหรับเฉดสีทองและสีม่วงที่เคยโดดเด่นในยุค 90 ปัจจุบันแทบจะหายสาบสูญไปจากตลาดโดยลดลงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

ความน่าสนใจของผลสำรวจนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่แตกต่างกันในแต่ละประเภทรถยนต์ โดยกลุ่ม รถกระบะ ถือเป็นกลุ่มที่ขาดสีสันมากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนของสี Grayscale พุ่งสูงถึง 83.5 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจากอดีตในปี 1996 ที่เคยมีสัดส่วนเพียง 43.4 เปอร์เซ็นต์ ในทางกลับกันกลุ่ม รถสปอร์ต กลายเป็นกลุ่มรถยนต์ที่ยังคงความสดใสเอาไว้ได้มากที่สุด โดยมีสัดส่วนของสีคุมโทนขาวดำเทาเงินอยู่เพียง 63.6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผู้ซื้อรถสปอร์ตหันไปเลือกสีน้ำเงินสูงถึง 15.5 เปอร์เซ็นต์ และสีแดง 10.8 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและโดดเด่น

ปรากฏการณ์ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่พร้อมใจกันเลือกซื้อรถยนต์สีพื้น ๆ เช่นนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่าเกิดจากปัจจัยหลักในเรื่องของมูลค่าการขายต่อในตลาดรถมือสอง เนื่องจากสีขาว ดำ และเทา เป็นสีที่ซื้อง่ายขายคล่องและราคาไม่ตก รวมถึงการดูแลรักษาง่ายที่สามารถพรางฝุ่นและรอยขีดข่วนได้ดีกว่าสีสด ๆ ส่งผลให้ค่ายรถยนต์และตัวแทนจำหน่ายจำเป็นต้องเน้นการผลิตและสต็อกรถยนต์สีคุมโทนเหล่านี้เป็นหลักเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด แม้ว่าในแง่ของงานดีไซน์ยุคใหม่จะเปิดกว้างให้กับสีสันที่ฉูดฉาดมากยิ่งขึ้นก็ตาม

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ