แคนาดาเตรียมเข้มไฟหน้า LED หลังคนขับร้องเรียนแสงแยงตาหนัก จ่อทบทวนกฎใหม่ทั้งระบบ
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 29 มี.ค. 69 20:58
- 1,004 อ่าน
รัฐบาลแคนาดาเริ่มขยับครั้งใหญ่ด้านมาตรฐานความปลอดภัยไฟหน้ารถยนต์ หลังเสียงร้องเรียนจากผู้ใช้รถเกี่ยวกับปัญหา “ไฟหน้าแยงตา” เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากรถรุ่นใหม่ที่ใช้ไฟ LED ความเข้มสูง

หน่วยงาน Transport Canada ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ เพื่อประเมินผลกระทบของแสงไฟหน้ารถในเวลากลางคืน โดยเปิดให้ร่วมแสดงความคิดเห็นจนถึงวันที่ 20 เมษายน 2026 ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้พิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบในอนาคต
ประเด็นหลักที่อยู่ระหว่างการศึกษาครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดแค่เรื่อง “ความสว่างเกินไป” แต่ยังรวมถึงการตั้งองศาไฟหน้าจากโรงงาน และความเป็นไปได้ในการกำหนดมาตรฐานระบบปรับระดับไฟหน้าอัตโนมัติให้เข้มงวดขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้ถนนรายอื่น
หนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาคือการเปลี่ยนผ่านจากหลอดฮาโลเจนไปสู่ไฟ LED ซึ่งให้ความสว่างสูงและแสงสีขาวที่คมชัดมากขึ้น แม้จะช่วยให้ผู้ขับมองเห็นถนนได้ดีขึ้น แต่กลับสร้างความรบกวนแก่รถที่สวนทาง โดยเฉพาะเมื่อไฟหน้าถูกติดตั้งในรถที่มีความสูงอย่าง SUV หรือรถกระบะ ที่ระดับแสงจะพอดีกับสายตาของรถคันอื่น

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากตลาดอะไหล่แต่งที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การเปลี่ยนหลอดฮาโลเจนเป็น LED แบบ Plug-and-play ในโคมเดิม ซึ่งมักทำให้ลำแสงกระจายผิดรูป เพิ่มอาการแยงตาโดยไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่องสว่างอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านความปลอดภัยกลับสะท้อนภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยสถิติจากสหรัฐฯ ชี้ว่า “แสงแยงตา” เป็นสาเหตุเพียงเล็กน้อยของอุบัติเหตุในเวลากลางคืน โดยพบเพียง 1-2 เคสต่อ 1,000 อุบัติเหตุ ขณะที่ไฟหน้าที่สว่างขึ้นกลับช่วยลดอุบัติเหตุแบบรถคันเดียวได้เกือบ 20%
อีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่สามารถหรี่แสงเฉพาะจุดเพื่อหลีกเลี่ยงการแยงตารถคันอื่น ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในยุโรปแล้ว แต่ในอเมริกาเหนือ รวมถึงแคนาดา ยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ยังไม่ถูกใช้อย่างเต็มรูปแบบ

การเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งในด้านมาตรฐานการผลิตรถยนต์ การตรวจสภาพรถ และการควบคุมอุปกรณ์เสริมในตลาด เพื่อหาสมดุลระหว่าง “การมองเห็นที่ดีขึ้น” และ “ความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน”
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




