Hyundai พัฒนาไฟเพดานห้องโดยสารสุดล้ำ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียปอดบวมได้ 99.9% ในเวลาแค่ 30 วินาที
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 27 มิ.ย. 69 19:09
- 1,004 อ่าน
Hyundai Motor Group เดินหน้ายกระดับเทคโนโลยีความสะอาดภายในห้องโดยสารไปอีกขั้น หลังจากที่เคยติดตั้งช่องเก็บของฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV-C มาแล้วในรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Santa Fe และ Palisade ล่าสุดทางค่ายได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดอากาศที่ลอยอยู่ทั่วทั้งห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้โดยสาร

ระบบดังกล่าวมีชื่อว่า Plasma Care UVC ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Hyundai และ Kia โดยเป็นการติดตั้งชุดไฟรังสีเหนือม่วงช่วงคลื่นสั้นพิเศษ หรือ Far-UVC ไว้บริเวณเพดานหลังคาห้องโดยสาร ความพิเศษของแสง Far-UVC ชนิดนี้คือจะทำงานอยู่ในช่วงความยาวคลื่น 200 ถึง 230 นาโนเมตร ซึ่งแตกต่างจากรังสี UV-C ทั่วไปตรงที่แสงชนิดนี้จะไม่สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังกำพร้าของมนุษย์ลึกเข้าไปทำอันตรายต่อร่างกายได้ แต่มีความเข้มข้นสูงพอที่จะเข้าไปทำลายโครงสร้าง DNA ของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้อย่างเฉียบขาด จึงสามารถเปิดใช้งานได้อย่างปลอดภัยในขณะที่มีผู้โดยสารนั่งอยู่ในรถ
จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่า ระบบ Plasma Care UVC มีประสิทธิภาพในการกำจัดไวรัสในอากาศได้สูงถึง 96.8% ภายในเวลา 30 นาที และที่น่าทึ่งคือสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคปอดบวมได้ถึง 99.9% ภายในเวลาเพียง 30 วินาที และฆ่าเชื้อได้หมดจด 100% ภายใน 1 นาที นอกจากนี้ยังสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรีย E. coli ได้ 99.9% ภายในเวลา 40 นาที รวมถึงมีคุณสมบัติในการช่วยย่อยสลายสารประกอบที่ทำให้เกิดกลิ่นอับ ช่วยรักษาความสดชื่นภายในรถได้เป็นอย่างดี ซึ่งความท้าทายในการพัฒนาคือการออกแบบให้ระบบหลอดไฟนี้มีความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิขณะขับขี่อย่างรุนแรง รวมถึงต้องมีขนาดเล็กและประหยัดพลังงาน
ทางค่ายวางแผนที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปประยุกต์ใช้กับยานพาหนะที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะหรือ PBV เป็นกลุ่มแรก เช่น รถยนต์ไร้คนขับในอนาคต รถตู้โดยสาร Kia PV5 รถรับส่งนักเรียน รวมถึงรถขนส่งสินค้าทางการเกษตรที่ต้องการความสะอาดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ทั้ง Hyundai และ Kia ยังไม่มีการระบุช่วงเวลาที่แน่ชัดว่าจะเริ่มติดตั้งระบบนี้ในรถยนต์เวอร์ชันผลิตจริงเพื่อออกจำหน่ายเมื่อใด แต่ถือเป็นนวัตกรรมด้านสุขอนามัยที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางในอนาคตให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




