เปิดโผ 5 จุดเสียบ่อยรถไฟฟ้ามือสอง ผลวิจัยชี้แบตเตอรี่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่อะไหล่อื่นต่างหากที่ทำกระเป๋าฉีก
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 13 ก.ค. 69 13:43
- 1,002 อ่าน
สำหรับคนที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV มือสอง สิ่งที่สร้างความกังวลใจและทำให้นอนไม่หลับมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องสุขภาพและความทนทานของแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ แต่ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการเคลมประกันคุณภาพรถยนต์ล่าสุดกลับชี้ให้เห็นว่า ปัญหาที่เจ้าของรถ EV มือสองต้องเผชิญบ่อยที่สุดนั้น ห่างไกลจากเรื่องแบตเตอรี่พังอย่างสิ้นเชิง

ผลการศึกษาจาก Warrantywise ผู้ให้บริการประกันภัยรถยนต์ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า ปัญหาความทนทานของรถยนต์ไฟฟ้านั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดียวกับที่คนขับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไปต้องเจอมานานหลายปี ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระบบไฟฟ้ารวน การสึกหรอของระบบช่วงล่าง หรือแม้กระทั่งแบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ธรรมดา ซึ่งปัญหาเหล่านี้ปรากฏขึ้นบ่อยกว่าความล้มเหลวของชุดแบตเตอรี่แรงดันสูงอย่างเห็นได้ชัด
จากการเก็บข้อมูลพบว่า ปัญหาระบบไฟฟ้าทั่วไป เช่น เซนเซอร์ และระบบเซ็นทรัลล็อก นำโด่งมาเป็นอันดับต้นๆ โดยมีค่าซ่อมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 810 ถึง 900 ปอนด์ หรือราวๆ 36,000 ถึง 40,000 บาท ทว่าในบางกรณี ค่าซ่อมสำหรับเคสเฉพาะเจาะจงอาจพุ่งสูงเกินกว่า 3,000 ถึง 4,000 ปอนด์ หรือมากกว่า 130,000 บาทขึ้นอยู่กับลักษณะความเสียหาย
นอกจากนี้ ชิ้นส่วนระบบช่วงล่าง โดยเฉพาะปีกนก ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่พบปัญหาบ่อยครั้ง ค่าซ่อมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,230 ปอนด์ หรือราว 55,000 บาท ขณะที่เคสที่แพงที่สุดพุ่งไปถึง 4,120 ปอนด์ หรือเกือบ 185,000 บาท สิ่งนี้เป็นสิ่งย้ำเตือนใจว่า แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีเครื่องยนต์หรือชุดเกียร์แบบเดิม แต่ก็ยังคงมีชิ้นส่วนกลไกทั่วไปที่สามารถเสื่อมสภาพตามกาลเวลาได้ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยน้ำหนักตัวรถของ EV ที่ค่อนข้างมาก ทำให้ระบบช่วงล่างต้องรับภาระหนักกว่ารถยนต์ทั่วไปอย่างมาก
สำหรับชิ้นส่วนเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้าเพียงหนึ่งเดียวที่ติดอันดับท็อปไฟว์คือ ตัวชาร์จไฟในรถยนต์ หรือ On-board charger ซึ่งมีค่าซ่อมเฉลี่ยอยู่ที่ 2,160 ปอนด์ หรือประมาณ 97,000 บาท แต่ที่น่าตกใจคือเคสที่แพงที่สุดนั้นสูงถึง 10,455 ปอนด์ หรือเกือบ 470,000 บาท แสดงให้เห็นว่าแม้ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นทุกวัน แต่ถ้าเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เตรียมตัวเจอค่าซ่อมที่แพงหูฉี่ได้เลย
ส่วนเรื่องแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ทุกคนกังวลกันนั้น กลับไม่ติด 5 อันดับแรกของปัญหายอดฮิตเลย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่จะไม่มีวันเสีย เพียงแต่ว่ามันเกิดขึ้นน้อยมากในฐานข้อมูลการเคลมประกัน อาจเป็นเพราะแบตเตอรี่ของรถ EV ยุคนี้มีความทนทานมากกว่าที่หลายคนคิด ประกอบกับการที่ค่ายรถยนต์มักจะให้การรับประกันแบตเตอรี่จากโรงงานยาวนานกว่าส่วนอื่นๆ ของตัวรถ อย่างไรก็ตาม หากเกิดความเสียหายขึ้นมาจริงๆ ค่าซ่อมเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6,400 ปอนด์ หรือราว 287,000 บาท
ข้อมูลยังแสดงให้เห็นอีกว่า ค่าซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าเฉลี่ยมีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้หมายความว่าตัวรถพังง่ายขึ้น แต่เป็นผลมาจากภาวะเงินเฟ้อ ค่าแรงช่างที่สูงขึ้น รวมถึงราคาชิ้นส่วนอะไหล่ที่ปรับตัวแพงขึ้น ดังนั้น สำหรับใครที่คิดจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ข้อมูลชุดนี้ช่วยให้เบาใจได้ระดับหนึ่งว่า แบตเตอรี่ลูกแพงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ควรหันมาใส่ใจและตรวจเช็กระบบไฟฟ้าส่วนอื่นรวมถึงระบบช่วงล่างให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




