รถมือสองในตำนาน!! Suzuki Caribian จิ๋วจอมลุยรุ่นเก๋า อึดสุด ทนสุด ลุยสุด คล่องตัวสุด

ในวงการรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ของไทยในอดีตจะอยู่ในวงแคบๆใช้ในเฉพาะกิจการภายในของหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทห้างร้าน ที่ต้องการรถยนต์ประเภทนี้ไว้ใช้ ตรวจการณ์ งานต่างที่เกี่ยวเนื่อง เริ่มจะมียี่ห้อที่คุ้นตาทั้ง Land Rover กับ Jeep พอมาในยุค 80 ก็มาในรูปแบบรถปิกอัพตอนเดียวขับเคลื่อน 4 ล้อ นำเข้าจากญี่ปุ่น และช่วงกลางยุคดังกล่าวก็มีรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่เข้ามาทำตลาดแทรกกกลางระหว่างปิกอัพขับสี่นั่นคือ Suzuki Caribian หรืออีกชื่อ Suzuki SJ40 นั่นเอง

Suzuki Caribian

สำหรับ Suzuki SJ40 นั้นเปิดตัวในญี่ปุ่นและต่างประเทศตั้งแต่ปี 1981 โดยมีทั้งแบบ 3 ประตู กับกระบะ 2 ประตูแบบมีหลังคากับไม่มีหลังคาหุ้มด้วยหลังคาผ้าใบ ทั้งกระบะช่วงสั้นและช่วงยาว สำหรับเมืองไทย ทาง สยามอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์เปอร์เรชั่น (บริษัทลูกของสยามกลการ) ผู้จำหน่ายรถยนต์ ซูซูกิ ในยุคนั้น นำเข้ามาจำหน่ายเป็นเวอร์ชั่นกระบะไม่มีหลังคาหุ้มด้วยผ้าใบเข้ามาจำหน่าย และช่วงนั้นมีเวอร์ชั่น 3 ประตูเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการทหารและก็จำหน่ายมาเรื่อยๆ

Suzuki Caribian

จนกระทั่งในปี 1988 ทางผู้จำหน่ายในยุคนั้น ตัดสินใจประกอบในประเทศไทย ด้วยการนำเวอร์ชั่นกระบะ 2 ประตูช่วงยาวไม่มีหลังคามาต่อหลังคาไฟเบอร์ครอบทั้งคันโดยฝีมือคนไทย ออกจำหน่ายพร้อมชื่อใหม่ Suzuki Caribian เจเนอเรชั่นที่ 2 ของบอดี้ SJ มาตกแต่งให้เข้ากับความต้องการของชาวไทย เริ่มที่ไฟหน้าฮาโลเจนแบบทรงกลม รับกับกระจังหน้าแบบซี่ๆในช่วงแรกก่อนจะมาเป็นกระจังหน้าที่ย้ายโลโก้ Suzuki มาไว้ในชุดกระจังหน้า กับกันชนหน้าสีดำ กระทะล้อลายเฉพาะขาวขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 195SR15 ฝาท้ายเปิดได้ 2 ส่วนพร้อมยางอะไหล่ห้อยท้าย กระจกเสา B บานใหญ่กว้างที่เรียกว่าตู้ปลา

Suzuki Caribian
Suzuki Caribian

จุดสังเกตุหลังคารถของ Suzuki Caribian ออกมาเป็นสองช่วงช่วงแรกในปี 1988-1990 จะเป็นหลังคาจะเป็น 2 ตอนหลังคาตรงหัวเก๋งกับหลังคากระบะส่วนที่เป็นตู้ปลาจะแยกกันเป็นคนละชิ้นวางต่อกันและซีลด้วยซิลิโคนผลิตจากไฟเบอร์โดย Star Cab ซึ่งรุ่นดังกล่าวจะมีปัญหาเรื่องการรั่วซึม ต่อมาปี ค.ศ. 1991-1995 หลังคาจะเป็นตอนเดียวคือตั้งแต่หัวเก๋งจะยาวต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกับส่วนที่ครอบกระบะ ทำจากไฟเบอร์เช่นกันแต่ผลิตโดย Carryboy ส่วนภายในยังคอนโซลหน้าของรุ่น SJ40 มาทั้งดุ้นทั้งแผงคอนโซลหน้า พวงมาลัย 3 ก้าน มาตรวัดรอบความเร็วและเครื่องยนต์ เครื่องปรับอากาศ พร้อมเบาะนั่งไวนิลทั้ง 5 ที่นั่ง และเข็มขัดนิรภัย 3 จุด ติดตั้งมาให้ในล็อตหลังๆ

มิติตัวรถมีความคล่องตัวใช้งานง่ายด้วยความยาว 4,010 มม. ความกว้าง 1,460 มม. ความสูง 1,770 มม. ฐานล้อ 2,375 มม. ระยะต่ำสุดจาพื้น 225 มม. น้ำหนักรถ 975 กก. และความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร

Suzuki Caribian

ต่อมาในช่วงปี 1996 ตัดสินใจเปิดตัวรุ่นใหม่นั่นคือเวอร์ชั่นกระบะ 2 ประตู มีแค็ป ภายใต้ชื่อใหม่ Suzuki Sporty Caribian ออกมาโดยเป็นการหั่นพื้นที่ด้านท้ายจากเวอร์ชั่นแวนกระจกใหญ่หรือที่เรียกว่าตู้ปลา กลายเป็นกระบะท้ายพร้อมโรลบาร์โครเมี่ยมเสริมความแข็งแกร่งและเสริมเท่ไปในตัว ด้วยพื้นที่กระบะท้ายมีความยาว 980 มม. ความกว้าง 810 มม. ความสูง 1,235 มม.และในปี ค.ศ. 1997 เปิดตัวรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ระบบหัวฉีดพร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ และกระจังหน้าใหม่ที่หันมาใช้โลก็ S แทนตัวหนังสือ Suzuki

Suzuki Caribian

จนมาถึงปี ค.ศ. 2000 เปิดตัวหน้าตาใหม่เป็นครั้งที่สามด้วยการนำหน้าตาเวอร์ชั่นญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1995 มาปรับตัวตนใหม่ ทั้งฝากระโปรงโค้งมนขึ้น บังโคลนหน้าโค้งขึ้น กระจังหน้าพร้อมโลโก้ S ออกแบบให้อยู่ในกรอบเดียวกันทั้งไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟหรี่ อยู่ในแนวเดียวกันทั้งหมด กระจกบานหน้าเป็นชิ้นเดียวกับตัวถัง รวมถึงปรับภายในใหม่ด้วยคอนโซลหน้าดีไซน์ทันสมัยกว่าเดิมพวงมาลัย 3 ก้านดีไซน์คล้ายกับ Mitsubishi Pajero เจนที่สองพร้อมพาวเวอร์ มาตรวัดพื้นสีขาวทั้งความแร็วและรอบเครื่องยนต์ภายใต้ชื่อใหม่ Suzuki Sporty Sports Mind ออกจำหน่าย

สำหรับขุมพลังของรถจิ๋วจอมลุยรายนี้ จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 970 ซีซี รหัส F10A ให้กำลังถึง 41 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 62 นิวตันเมตรที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 4 สปีด ฉีดจ่ายน้ำมันด้วยคาบูแรเตอร์ ในช่วงกลางยุค 80 ต่อมาในปี 1988-1998 ได้เปลี่ยนเครื่องใหม่มาเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร รหัส G13B ให้กำลังมากถึง 69 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 103 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบ/นาที ฉีดจ่ายน้ำมันด้วยคาบูแรเตอร์ในปี1988-1996

พัฒนาเป็นแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ในปี 1997-2005 จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด โดยทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2 ขนาดจับคู่กับระบบเกียร์ฝาก หรือ 4WD PartTime ที่เปลี่ยนได้ทั้งระบบ 2H, 4H, N และ 4L ระบบกันสะเทือนหน้าและหลังยังเป็นแบบแหนบ หรือ ลีฟสปริงพร้อมโชคอัพ ระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัม และระบบพวงมาลัยแบบ Rack & Pinion พร้อมพาวเวอร์ในปี 1997-2005

นอกจากจะขายในเมืองไทยแล้วทาง Suzuki ยังส่งออก Suzuki Sporty Sports Mind ที่ผลิตในไทยส่งไปขายที่อินโดนีเซีย สำหรับตลาดโลกยุติตลาดไปตั้งแต่ปี 1998 ส่วนเมืองไทยยุติทำตลาดไปในปี  2005 โดยราคาป้ายแดงในยุคนั้นเริ่มที่แสนปลายๆถึงเกือบสี่แสนบาท

Suzuki Caribian

ด้วยความเป็นรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อทรงจิ๋ว ที่มีจุดเด่นลุยได้ทุกเส้นทางเทียบเท่ารถยนต์ตรวจการณ์ขนาดใหญ่ และตัวรถที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด ลุยสะดวก คล่องตัวสุด กลายเป็นที่โปรดปรานของกลุ่มครอบครัวขนาดเล็ก รวมถึงกลุ่มคนรักออฟโรดที่สามารถนำไปแต่งออฟโรดเต็มคันและยกตัวถังสูงขึ้น เปลี่ยนยางเปลี่ยล้อใส่อัพช่วงล่างให้แกร่งทรหด ทนทานขึ้นเป็นกอง ของแต่งมีให้เลือกมากมายทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ ราคาถูก

Suzuki Caribian

แต่ด้วยความเป็นรถที่ไม่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องชิ้นส่วนต่างๆมีการเสื่อมสภาตามการเวลา สามารถซ่อมได้ด้วยตนเองถ้ามีพื้นฐาช่างยนต์อยู่แล้วยกเว้นเครื่องยนต์ที่เวอร์ชั่นสุดท้ายจะใช้หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเสริมแล้วก้ตาม ฐานล้อขนาดเล็กก็มีอาการทรงตัวเข้าโค้งไม่ดีและการเก็บเสียงที่ดังมากเพราะยุคนั้นดัดแปลงใส่หลังคารถด้วยไฟเบอร์ทำให้โครงสร้างหลังคาไม่แข็งแรงและไม่เหมาะกับการใช้งานแบบรถยนต์นั่ง แต่ราคาขายต่อมือสองยังดีเสมอเหมือนตอนจำหน่ายป้ายแดงราวๆ ครึ่งแสน-380,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานปีรถและการตกแต่งเพิ่มเติม ถ้าใครยังอยากได้รถลุยไว้ใช้งานหรือไว้เก็บสะสมในงบที่จำกัดเจ้าจิ๋วจอมลุยตัวถังแบบแชสซีส Ladder Frame อย่าง Suzuki Caribian ก็ยังเป็นรถที่น่าสนใจเพราะรถรุ่นมีปรมาจารย์ด้านการลุยหลายๆคนใช้คันนี้ลุยโหดๆมาหลายครั้งหลายคราวและแถมยังใช้ฝึกทักษะการขับขี่ออฟโรดได้อย่างสบายๆ

ที่มา Autowoke, E-suzukicar , Roorod และ Wikipedia

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ