รถมือสองรุ่นเด่น Honda Jazz (GD) รุ่นแรกสุดน่ารัก ขับเดิมก็ดีจะแต่งก็ยิ่งสวย อะไหล่เพียบ!!

ย้อนกันไปถึงประวัติที่มาของ Honda Jazz รุ่นแรกในไทยกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะไปดูความโดดเด่นของรถรุ่นนี้ในตลาดรถมือสอง ซึ่ง ฮอนด้า แจ๊ส เจนแรกได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2003 หรือ พ.ศ. 2546 ช่วงปลายปี ซึ่งเป็นโฉมเดียวกันกับที่เปิดตัวไปแล้วที่ญี่ปุ่น 2 ปีก่อนหน้า ปี 2001 โดยในญี่ปุ่นบ้านเกิดใช้ชื่อว่า Honda Fit นับเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ 5 ประตู ที่มาปลุกกระแสความนิยมได้ไม่น้อยเลยทีเดียวนับตั้งแต่การเปิดตัวในตอนนั้น กับสโลแกนติดหู Jazz up your life

Honda jazz

โดยสำหรับ Honda Jazz (GD) รุ่นแรกในไทย นั้นนำเสนอด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 88 แรงม้า i-DSi ก่อนที่ในปีถัดมา ปี 2004 จะได้แนะนำขุมกำลังใหม่ขนาด 1.5 ลิตร VTEC เข้ามา แน่นอนว่ามีพละกำลังที่เพิ่มมากขึ้นที่ระดับ 110 แรงม้า โดย Honda Jazz (GD) รุ่นแรกในไทยนั้นมาพร้อมกับระบบเกียร์ธรรมดา และเกียร์ CVT ที่บนพวงมาลัยนั้นเราสามารถที่จะกดเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้ 7 จังหวะ

Honda Jazz
Honda Jazz

ขอขอบคุณภาพโบรชัวร์จาก thaicarbrochurecollection

ความแตกต่างของ FIT และ Jazz ในไทย หากสังเกตจากภายนอกได้เด่นๆ ก็จะพบว่าใน Jazz จะมีคิ้วกันกระแทกที่ประตูทั้ง 4 บาน โลโก้ท้ายรถ ออพชั่นของชุดโคมไฟหน้า ภายในอาจสังเกตได้หลายจุดทั้งพวงมาลัยที่ดีไซน์แตกต่างกัน ลายของเบาะที่นั่งในบางรุ่น หน้าปัดรถ หัวเกียร์ เป็นต้น

ซึ่งรถใหม่ Honda Jazz (GD) ในตอนนั้นโดดเด่นมาด้วยรูปลักษณ์สุดน่ารัก กับขนาดตัวรถที่เล็กกะทัดรัด แต่ภายในนั้นมีห้องโดยสารที่กว้างขวางเกินตัว และสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในได้อย่างหลากหลาย ทั้งการปรับพับเบาะรูปแบบต่างๆ และด้วยความโดดเด่นของเบาะแถวหลังที่สามารถพับให้เรียบ หรือจะยกส่วนของตัวเบาะรองนั่งขึ้นมาก็ยังได้อีกด้วย ก่อนที่จะมีการปรับโฉม minor change ในช่วงต้นปี 2006 และในปีถัดมา ปี 2007 ในญี่ปุ่นก็มีการเปิดตัว Honda Jazz เจนเนอเรชั่นที่ 2 ใหม่ หรือที่เราเรียกกันว่า GE และเข้ามาเปิดตัวในไทยในปี 2008

รถยนต์ Honda Jazz

เมื่อมาดูในตลาดรถมือสองสำหรับ Honda Jazz เจนเนอเรชั่นแรก หรือที่ในตลาดรถมือสองนิยมเรียกกันว่า Jazz GD ในปี 2020 นี้ ก็มีอายุที่นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกมาแล้วมากกว่า 17 ปี กับราคารถเริ่มต้นในตอนนั้นที่ประมาณ 5 แสนกว่าบาท ซึ่งในตลาดรถมือสองปี 2020 นี้ คุณสามารถที่จะจับจองเป็นเจ้าของรถมือสองอย่าง Honda Jazz (GD) ได้ในระดับราคาแสนต้นไปจนถึงราว 3 แสนบาท กับเลขไมล์ของรถที่อาจจะพบได้หลักเกือบแสนกิโลเมตร ไปจนถึงหลายแสนกิโลเมตร กับช่วงเวลานับ 10 กว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหากคุณสามารถหารถมือสองที่เคยมีเจ้าของเพียงมือเดียวได้ ก็น่าจะง่ายมากขึ้นในการสอบถามประวัติรถ และรถคันนั้นอาจจะยังมีประกันภัยชั้น 1 อยู่อีกด้วย

รถยนต์ Honda Jazz

รถยนต์ Honda Jazz

เรียกได้ว่าหากคุณมีงบประมาณระดับแสนต้นในการซื้อรถมือสองสักคัน Honda Jazz (GD) จึงนับได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยการดูแลบำรุงรักษาที่ง่าย ซ่อมง่ายไม่ซับซ้อน อะไหล่ใหม่ที่ยังสามารถเบิกศูนย์ได้อยู่ รวมไปถึงอะไหล่มือสองจากญี่ปุ่นบ้านเกิด ที่ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้นั้น ราคาอะไหล่ Honda FIT จากญี่ปุ่นที่สามารถมาใช้ร่วมกับ Jazz GD บ้านเราได้ ไม่สูงเลยเมื่อเทียบกับแต่ก่อน และยังมีคนนำเข้าอะไหล่มาเรื่อยๆ ทั้งแร็คพวงมาลัยไฟฟ้า เครื่องยนต์ เกียร์ ดิสก์เบรก อะไหล่ตัวถังต่างๆ ทั้งประตูข้าง ฝากระโปรง ซันรูฟ ช่วงล่าง ยางขอบประตู เป็นต้น เรียกได้ว่ามีอะไหล่แทบจะทุกชิ้นกันเลย

Honda Jazz

รถยนต์ Honda Jazz
รถยนต์ Honda Jazz

ยกตัวอย่างฝากระโปรงท้าย ฝากระโปรงหน้า ที่อะไหล่มือสองจากญี่ปุ่นอยู่ในราคาไม่เกิน 3,000 บาท ไหนจะมีโคมไฟหน้า โคมไฟท้ายในแบบ FIT ที่สามารถหาซื้อในสภาพสวยๆ เริ่มต้นที่หลัก 2,000 บาท ไปจนถึงระดับไม่เกิน 6,000 บาท แตกต่างกันไปในแต่ละออพชั่นของชุดโคมไฟที่มีทั้งไฟหน้าหลอดธรรมดา H4 หรือแบบซีนอน โคมดำ โคมไทเทเนียม หรือโคมตามสีตัวรถ โดยเฉพาะไฟท้ายที่ในวงการเรียกกันว่าเคลียเลนส์ก็มีราคาอยู่ที่ระดับ 5-6 พันบาท ตามแต่สภาพและต้นทุนของร้านที่นำเข้ามาขาย

Honda Jazz

Honda Jazz

รถยนต์ Honda Jazz

หรือใครที่ต้องการวางเครื่องยนต์และเกียร์ใหม่วิ่งน้อยจากญี่ปุ่น คุณสามารถหาเครื่องยนต์ที่วิ่งมาเพียงไม่กี่หมื่นกิโลเมตรได้อยู่ ซึ่งราคาเครื่องยนต์พร้อมวางจบนี้ก็จะอยู่ที่ราวๆ 2-3 หมื่นกว่าบาท ขึ้นอยู่กับสภาพความสดใหม่และอะไหล่ที่จะต้องเปลี่ยนเมื่อพบการสึกหรอ และอู่ที่ชำนาญ Honda Jazz (GD) ในไทยก็ยังมีความชำนาญไม่น้อยกับรถรุ่นนี้ สามารถที่จะยกวางเครื่องยนต์และเกียร์เข้าไปใหม่ได้ภายใน 1 วันเท่านั้น จึงทำให้ในเรื่องของการซ่อมแซมและบำรุงรักษานั้นค่อนข้างหายห่วงไปได้เลย

และเมื่อมาดูตัวเลขราคารถมือสองที่สูงเกือบ 3 แสนบาท ของรถมือสอง Honda Jazz (GD) ในไทยแล้ว หลายคนอาจรู้สึกได้ว่าราคาสูงไม่น้อย เพียงเงินแสนกว่าบาทก็สามารถหาซื้อรถเดิมๆ ได้แล้ว แต่ในตลาดสำหรับคนที่เล่นรถ Honda Jazz (GD) และนิยมการตกแต่งรถในสไตล์ๆ ต่าง และแบบ JDM ก็ถือว่ายังมีความต้องการอยู่

รถยนต์ Honda Jazz

ไม่ว่าจะเป็นการนำเอา Honda Jazz (GD) ในบ้านเรา มาตกแต่งกับชุดแต่งต่างๆ เช่น Mugen และ Modulo หรือการตกแต่งให้เป็นเหมือนรถเดิมสเปคญี่ปุ่น JDM จึงมีกลุ่มที่ตกแต่งรถเหล่านี้นำอะไหล่ Honda FIT ทั้งคันจากญี่ปุ่นมาสลับอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปในรถบ้านเรา ยกตัวอย่างเช่น ระบบกุญแจคีย์การ์ด immo ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พวงมาลัย แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย เครื่องยนต์ เกียร์ เบาะที่นั่ง คอนโซลกลาง เป็นต้น ซึ่งจุดสังเกตอย่างหนึ่งของเบาะที่นั่งของ FIT ที่แตกต่างจากเบาะรุ่นที่ขายในไทยก็คือ เบาะคู่หน้าของ FIT จะสามารถถอดหัวหมอนออกมาและปรับเอนลงและเชื่อมต่อกับเบาะแถวหลังได้พอดี แต่เบาะของ Jazz ในไทยนั้นจะค่อนข้างที่จะยาวกว่านั้นเอง

Honda Jazz

นอกจากการที่จะย้ายอะไหล่ FIT ญี่ปุ่น ใส่ในรถ Jazz GD บ้านเราแล้ว การรื้ออะไหล่เดิมรถออกต่างๆ จึงทำให้สายแต่งนิยมทำสีใหม่ทั้งคันไปทีเดียวพร้อมกัน โดยราคาค่าทำสีใหม่ก็จะอยู่ที่ตั้งแต่ราว 2 หมื่นบาท ไปจนถึงระดับ 8 หมื่นบาท หากถามถึงความแตกต่างของราคาค่าทำสีที่ราว 8 หมื่นบาทนั้นอยู่ที่สีที่ใช้ การรื้ออุปกรณ์ในรถเดิมออกทั้งหมดให้เหลือแต่เพียงโครงรถเท่านั้น

รถยนต์ Honda Jazz

รถยนต์ Honda Jazz
Honda Jazz

แล้วทำการพ่นสีใหม่ทั้งคันภายนอก-ภายใน รวมไปถึงห้องเครื่องและใต้ท้องรถ เรียกได้ว่าเริ่มประกอบรถใหม่ยกคัน ราคาค่าทำสีแบบนี้จึงค่อนข้างสูง แต่เมื่อทำเสร็จแล้วรถจะมีความสมบูรณ์มากทีเดียว เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ในตลาดมือสองมีราคาขายของ Jazz GD ที่มีราคาสูงกว่ารถเดิมปกติ ซึ่งอาจจะไม่ได้พบเห็นกันบ่อยนักกับราคาที่ค่อนข้างสูงนี้ แต่หากคุณไม่ใช่สายแต่ง JDM หรือสำนักแต่งต่างๆ แล้ว ในราคาแสนต้นไปถึงไม่เกิน 2 แสนนิดๆ ก็จะสามารถหารถมือสองสภาพสวยที่เก็บงานพร้อมใช้งานได้แล้ว

รถยนต์ Honda Jazz

แต่ในบางอะไหล่รวมไปถึงของแต่งสำหรับ Honda Jazz / FIT (GD) นั้นในตอนนี้ ก็ถือได้ว่ามีราคาที่สูงมากทีเดียว อาจด้วยจากจำนวนที่น้อย และความต้องการที่มาก ยกตัวอย่างเช่น กระจังหน้าปีก Modulo ที่ราคาซื้อขายในตอนนี้อยู่ที่ราวหมื่นกว่าบาท ซึ่งกระจังหน้ามือสองปกติสามารถหาซื้อได้ในราคาหลักพันบาทเท่านั้น หรือจะเป็นของแต่งจากสำนักแต่งชื่อดังอย่าง SPOON ทั้งฝากระโปรงหน้าคาร์บอน สปอยเลอร์หลังคาร์บอน เบาะหลังแข็ง ที่ไม่มีผลิตใหม่แล้วสำหรับ GD จึงทำให้ราคามือสองในตลาดพุ่งขึ้นไม่น้อยทีเดียว

Honda Jazz

ส่วนในข้อควรระวังในการเลือกซื้อ Honda Jazz (GD) มือสอง ก็ไม่แตกต่างจากการซื้อรถมือสองทั่วๆ ไป เราควรต้องเช็คสภาพตัวถังว่ามีการชนหนักมาหรือไม่เป็นหลัก รองลงมาเป็นระบบต่างๆ ของรถ สามารถใช้งานได้ปกติหรือไม่ เกียร์รถเข้าแล้วมีอาการกระตุกผิดปกติหรือไม่ เป็นต้นนั้นเอง และเมื่อพูดถึงสมรรถนะการขับขี่ Honda Jazz (GD) ก็ยังให้การตอบสนองที่เพียงพอไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือนอกเมือง ซึ่งอาจจะเน้นที่การใช้งานในเมืองที่น่าจะเหมาะกว่า ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ประหยัด พวงมาลัยที่เบาควบคุมง่ายในเมือง ช่วงล่างที่ไม่ได้แข็งกระด้างสามารถใช้งานได้ทุกวันแบบสบาย รวมไปถึงอัตราเร่งของเครื่องยนต์และเกียร์ยังสามารถตอบสนองได้ดี

รถยนต์ Honda Jazz

และในโซเชียลก็ยังมีพี่ๆ ที่น่ารัก ที่ดูแลกัน ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับรถ Honda Jazz (GD) รวมไปถึงแบ่งปันอะไหล่ต่างๆ ในการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา รวมไปถึงของแต่งต่างๆ ที่มาแบ่งปันกันอย่างเป็นกันเอง สำหรับใครที่สนใจ ก็สามารถเข้าไปศึกษาพูดคุยกับพี่ๆ ที่ใช้งาน Jazz GD กันได้ที่นี่ GD Club Thailand และ Honda Jazz GD Club Thailand เพราะประสบการณ์ตรงจากผู้ใช้งานจริงน่าจะเป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้ดีที่สุด...

ขอขอบคุณภาพประกอบรถยนต์ Honda Jazz GD จากทาง GD Club Thailand 

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ