รถมือ 2 ยอดนิยม...Mercedes-Benz W124 รุ่นโลงจำปาที่มีแต่คนอยากใช้

ถอยหลังกลับไปเมื่อประมาณสามสิบกว่าปีก่อน ประเทศไทยได้ยลโฉมรถยนต์หรูอย่าง Mercedes-Benz E-Class ที่มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ไปจากเดิมพอสมควร ที่แสดงถึงความบึกบึน แข็งแรง และหรูหราในคันเดียวกัน จนทำให้รถยนต์รุ่นนี้กลายเป็นรถมือ 2 ที่ยังคงความนิยมจนถึงปัจจุบัน นั่นคือรถตระกูลรหัส W124 นั่นเอง

Mercedes-Benz W124

Mercedes-Benz E-Class รหัส W124 ถูกเรียกกันอย่างชินปากว่า "โลงจำปา" มาจากรูปทรงที่ด้านท้ายดันละม้ายคล้ายคลึงกับโลงจำปาของชาวจีนนั่นเอง ถือว่าเป็นรุ่นแรกเลยที่ถูกเรียกว่า E-Class คาดว่ามาจากคำว่า Elegance หรือแปลเป็นไทยว่า "ความสง่างาม" เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1985 ที่ต่างประเทศ แต่เข้าประเทศไทยเพื่อมาจำหน่ายช่วงประมาณปี 1987 โดยเริ่มต้นมาในรุ่นที่เรียกกันว่า Code A ไม่ว่าจะเป็น 230E ที่เลือกใช้งานเครื่องยนต์เบนซิน 2.3 ลิตร 4 สูบเรียง เกียร์ธรรมดา และ 300E เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบเรียง เกียร์อัตโนมัติ

Mercedes-Benz W124

ถัดมากับ Mercedes-Benz W124 Code B ที่เป็นการ Minor Change เล็กน้อยเพิ่มกาบข้างขึ้นมาในปี 1990 และปรับออพชั่นภายใน เช่น เพิ่มเบาะไฟฟ้า, พวงมาลัยปรับยืด-หดได้ พร้อมกับการเพิ่มเข้ามาอีก 2 รุ่นคือ 280E ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 6 สูบเรียง กับ 220E ที่ใช้เครื่องยนต์แบบหัวฉีดไฟฟ้ารหัส M111 เบนซิน 2.2 ลิตร 4 สูบเรียงเข้ามาเพิ่มเติม ส่วน 2 รุ่นเดิมใน Code A ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม แต่จริง ๆ แล้ว ก็มี 200E กับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบเรียงเข้ามาจำหน่ายด้วยเช่นกัน แต่มีจำนวนไม่มาก เลยทำให้เราไม่ค่อยเห็นในตลาดมากนัก

Mercedes-Benz W124

สุดท้ายกับ Mercedes-Benz W124 Code C ในช่วงประมาณปี 1994 มีการปรับภายนอกให้ดูทันสมัยขึ้น ทั้งปรับเปลี่ยนฝากระโปรงหน้าใหม่, ฝากระโปรงท้ายปรับจุดที่รองแผ่นป้ายทะเบียนใหม่, ไฟหน้าปรับให้รับกับฝากระโปรงหน้ามากขึ้น, เพิ่มถุงลมนิรภัย, ม่านหลังไฟฟ้า, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ระบบ Central Lock เป็นต้น พร้อมกับมีการปรับเลขรุ่นใหม่ ให้ตัว E มาอยู่ด้านหน้าแทน ทั้ง E200, E220, E280, E320 เป็นต้น

Mercedes-Benz W124

Mercedes-Benz W124 ที่ได้รับความนิยมมากหน่อย ก็จะเป็นตัว Code C นี่แหล่ะ แต่ก็ใช่ว่า Code A และ Code B จะไม่มีคนสนใจ ซึ่งราคาการจำหน่ายเป็นรถมือสองก็แตกต่างกันไป โดยถ้าเป็น Code A ในตัว 220E ก็จะมีตั้งแต่ราว 6 แสน - 9 แสนบาท ถ้าเป็นตัว 300E ก็จะเพิ่มราคาขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ไม่น่าเกินแสน ถ้าเป็น Code B ที่ใหม่ขึ้นมาอีกหน่อย เห็นบ่อย ๆ ก็จะเป็นรุ่น  300E ราคารถมือ 2 ก็จะอยู่ที่ประมาณแสนขึ้นไป สภาพนางฟ้าหน่อยก็สามารถพุ่งขึ้นไปถึง 150,000 บาทได้เลย แต่ถ้าเป็นตัวใหม่สุดโฉมสุดท้ายรุ่น E หน้า มีเริ่มตั้งแต่แสนกลาง ไหลไปจนถึง 2 แสนกว่าได้เลย

Mercedes-Benz W124

ถ้าถามว่า ทำไม Mercedes-Benz E-Class W124 ถึงยังได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน ต้องบอกว่ารถมือ 2 รุ่นนี้ ดูมีความบึกบึน แข็งแรง ทนทาน ขับแล้วทรงตัวดีเยี่ยม เครื่องก็มีความจุกจิกไม่มาก ห้องโดยสารมีความเงียบ ตัวที่คนนิยมมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น Code C เห็นกันบ่อยก็ E220 กับ E280 ที่ออพชั่นที่ใส่มานั้น เยอะมากที่สุด และยังเป็นรุ่นใหม่สุดในตระกูลตัวถังนี้แล้ว สภาพรถเลยอยุ่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีมากที่สุด แถมยังเอามาแต่งซิ่งได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่ง Brabus, ยกเครื่องใส่ใหม่ พวก 1J, 2J ติดแก๊ส เป็นต้น แต่แน่นอนว่า เมื่อทำการแต่งไปแล้ว การขายต่อราคาจะตกลงไปเยอะมากเมื่อเทียบกับการใช้รถแบบ Standard ดังนั้นใครอยากเอามาแต่ง ก็ลองคิดให้ดี ถ้ากะเอามาใช้งานกันยาว ๆ หลักเกิน 5 ปีขึ้นไป ก็แต่งได้เลย แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะอยู่ด้วยกันยาว ๆ ก็ใช้แบบสแตนดาร์ดได้เลย เพราะการหาอะไหล่เพื่อมาเปลี่ยนก็ยังไม่ยากเกินไป มีกลุ่มมีกรุ๊ปในการแลกเปลี่ยนอะไหล่ และยังพอหาตามเชียงกงได้เยอะพอสมควร

Mercedes-Benz W124

Mercedes-Benz E-Class W124 ถึงแม้จะมีอายุการใช้งานระดับเกิน 20 ปีขึ้นไปแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นรถมือ 2 ที่มีคนจับมาเล่นกันอยู่บ่อย ๆ บางคนถือเคล็ดด้วยซ้ำ เพราะด้วยฉายา "โลงจำปา" ทำให้บางคนเชื่อว่า นั่งอยู่ในโลงจำปาแล้ว ก็จะไม่ต้องนอนในโลงจำปาจริงอีกแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนเชื่อเรื่องแบบนี้ W124 ก็ยังคงเป็นรถมือสองที่น่าเอามาขับใช้งานอยู่ดี รับรองว่าขับไปไหน ก็ยังคงมีคนหันมามองได้เรื่อย ๆ เช่นเคย

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ