Test Drive : รีวิว ทดลองขับ 2021 All New ISUZU MU-X 3.0 Ultimate 4WD อเนกประสงค์สุดพรีเมี่ยม สุดไฮเทค สุดประหยัด

จาก ISUZU Cameo, ISUZU VEGA, ISUZU MU-7 จนถึงISUZU MU-X เจนแรกล้วนเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่นำพื้นฐานปิกอัพมาพัฒนาและประกอบโรงงานโดยตรง ด้วยความโดดเด่นในด้านความอรรถประโยชน์ใช้สอย ความสบาย ความทนทาน ความประหยัดน้ำมัน สามารถสร้างยอดขายเป็นจำนวนมากและกลายเป็นมิติใหม่ของตลาดรถยนต์อเนกประสงค์พื้นฐานปิกอัพที่ผู้ผลิตโดยตรงกระโจนลงมาเล่นเองและรุ่นดังๆที่กล่าวมานั้นได้สืบทอดดีเอ็นเอความเป็นรถครอบครัวมายังรุ่นใหม่หมด All New ISUZU MU-X ด้วยเช่นกัน

ISUZU MU-X

สำหรับประเทศไทยเป็นที่แรกของโลกที่เปิดตัวสุดยอดรถยนต์พีพีวี 7 ที่นั่งใหม่หมด ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ถูกอกถูกใจเหล่าประชาคมอีซูซุที่เหนียวแน่นกับแบรนด์มายาวนาน กลุ่มลูกค้าที่ใช้รถพีพีวียี่ห้ออื่นๆเป็นทุนเดิม แล้วยังมีกลุ่มลูกค้าใหม่ๆที่สนใจใส่ใจในเรื่องเทคโนโลยีและไม่เคยใช้แบรนด์ อีซูซุ มาก่อน จนมียอดจองมากกว่า 7,000 คัน ในระยะเวลา 3 เดือนกว่าๆ นับว่าประสบความสำเร็จและสามารถขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆของยอดขายรถยนต์พีพีวี ในเมืองไทยอย่างรวดเร็ว ซึ่งครั้งนี้ได้นำ All New ISUZU MU-X มารีวิวกันอีกครั้งแบบเต็มๆ หลังจากที่ได้ทดลองขับกันที่สนามแห่งหนึ่งใน จ. พระนครศรีอยุธยา และรุ่นที่นำมารีวิวครั้งนี้นั้นคือรุ่นท็อปสุด 3.0 Ultimate 4WD

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

จะว่าไปแล้วรถยนต์ใหม่ 7 ที่นั่งรุ่นท็อปพลิกความเป็น ISUZU MU-X ได้อย่างไม่เชื่อในสายตาตัวเองที่ได้มองหรูขึ้น สปอร์ตขึ้นและดูไม่เป็นรถคนแก่อีกต่อไป ด้วยกระจังหน้าดีไซน์เอกลักษณ์ เติมสีสันด้วยสีเงิน Tungsten ครอบยาวทั้งชิ้นรวมปีกซ้าย-ขวา พร้อมกรอบโครเมี่ยมและตราสัญลักษณ์ ISUZU อยู่ข้างบน ไฟหน้าโคมใหม่ดีไซน์เรียวและเล็กลง Projector แบบ Bi-Beam LED และมีไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED DRL รูปตัวมีปีก ในโคมเดียว รวมถึงยังปรับระดับสูงต่ำของไฟหน้าแบบอัตโนมัติในยามบรรทุกของป้องกันไฟหน้าสาดใส่ผู้ขับขี่ที่สัญจร กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถครอบทับไฟหน้ากับกันชนหน้าอย่างแนบเนียน เสริมหรูกับไฟตัดหมอกหน้า LED และสัญญาณเตือนกะระยะการจอด 4 จุด ติดตั้งมาให้ สำหรับคนขี้ร้อนและช่วยลดช่วยลดอุณหภูมิในห้องโดยสารด้วยกระจกหน้ารถแบบ IR Cut กรองรังสีอินฟราเรดป้องกันรังสี UVA และ UVB ที่ปัดน้ำฝนแบบ Integrated Wiper Blade ปัดขึ้น-ลงเงียบยิ่งขึ้นและองศาการปัดกว้างกว่าเดิม พร้อมระบบฉีดน้ำบนก้านปัดแบบ Blade Type ติดตั้งในตัวก้านปัดน้ำฝนและมีระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ Rain Sensing Wiper โดยทำงานตามปริมาณน้ำฝนเกาะกระจกหน้ารถ พร้อมที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง 

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

ด้านข้างยกงานดีไซน์ครึ่งคันหน้าของปิกอัพ All New ISUZU D-MAX ต่อท้ายให้สวยลงตัวและแตกต่างจากปิกอัพ โดยอะไหล่บางชื้นสามารถใช้ร่วมกันได้เริ่มที่กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบปรับพับด้วยไฟฟ้า เติมแต่งด้วยสีเดียวกับตัวรถพร้อมเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถพร้อมปุ่มล็อกปลดล็อกระตูสีดำเล็กๆซ่อนไว้ ซึ่งอยากให้หรูขึ้นน่าจะเติมชุดโครเมี่ยมในชุดเปิดประตูและกระจกมองข้างด้วยก็ดี ถึงแม้จะไม่มีชุดโครเมี่ยมสีเงินในกระจกมองข้างและที่เปิดประตู แต่อย่างน้อยก็ให้ในกรอบประตูตั้งแต่ประตูหน้เสา A ยาวจนถึงเสา D เรียกว่าให้ความลักชัวรี่ไปอีกระดับ สังเกตุดีการออกแบบเสาตั้งแต่ เสา A จนถึงเสา D ใหม่หมดโดยเฉพาะเสา C ในเจนใหม่นี้เสาจะบางแต่เสา D จะหนากว่า โดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาตร์ ราวหลังคาดีไซน์เรียวเข้ารูปรองรับการบรรทุกของได้เต็มที่และสวยงามในตัว ล้ออัลลอยงานนี้ใจดีให้ไซส์ใหญ่ 20 นิ้ว ดีไซน์ 6 ก้านคู่สีทูโทน เงิน-เทาเข้ม พร้อมยาง H/T จาก Bridgestone Dueler 684 ขนาด 265/50 R20

ISUZU MU-X

ด้านท้ายหล่อด้วยเสาอากาศครีบฉลาม พร้อมฝาท้ายใหม่ออกแบบสมาร์ทโดนใจ ไฟท้ายใหม่แบบ LED Winglet Signature เพิ่มมิติมุมมองให้โดดเด่นด้วยโคมไฟ 3-Line LED ตรงกลางติดตรา ISUZU ถ้าจะให้ดีควรให้โลโก้ มีระยะห่างหน่อยจะดูสวยทันที ถัดลงมาเป็นกรอบป้ายทะเบียนสีเดียวกับตัวรถงานนี้ซ่อนทั้งกล้องมองหลังและที่เปิดฝาท้ายไว้ด้วยกัน ฝาท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบ Jam Protection ป้องกันการหนีบเวลาที่มีคนซุกซนเล่นปิดฝาท้ายแบบไม่ดูตาม้าตาเรือระบบจะหยุดทันที และสามารถเปิดได้จากกุญแจรีโมทหรือที่เปิดฝาท้ายโดยตรงก็ได้ สำหรับใครๆที่สงสัยว่าฝาท้ายเวลาเคาะแล้วมีเสียงที่ผิดแผกไปจากเดิมที่ต้องเป็นฝาท้ายปั้มขึ้นรูปจากเหล็ก บอกได้เลยครับว่าฝาท้ายชิ้นสวยนี้ทำมาจากวัสดุ เรซิ่น คอมโพสิท ซึ่งเคาะแล้วอาจคล้ายเสียงเคาะพลาสติก โดยผลดีของมันช่วยให้ฝาท้ายมีน้ำหนักเบาขึ้นกว่าเดิมและส่งผลให้น้ำหนักรถพลอยลดลงไปด้วยเช่นกัน ถัดลงมาเป็นกันชนหลังขึ้นรูปสวยกับสีเดียวกับตัวรถพร้อมสัญญาณเตือนกะระยะการจอด 4 จุด เช่นกันกับด้านหน้า

ตัวรถแน่นอนแล้วว่ามีความเปลี่ยนแปลงใหญ่โตกว่าเดิมโดยมีความยาว 4,850 มม. ความกว้าง 1,870 มม. ความสูง 1,875 มม. ฐานล้อ 2,855 มม. น้ำหนักรถ 2,165 กก. ระยะต่ำสุดจากพื้น 235 มม. ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตรและเมื่อเทียบกับ MU-X เจนที่แล้ว พบว่าความยาวมากกว่าเดิม 25 มม. ความกว้างมากขึ้น 10 มม. ความสูงมากขึ้น 15 มม. ฐานล้อยาวกว่าเดิม 10 มม. ความสูงใต้ท้องรถสูงขึ้น 5 มม. ความจุถังน้ำมันมากกว่าเดิม 15 ลิตร และน้ำหนักมากขึ้น 155 กก.

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

เมื่อก้าวเข้ามาสู่ภายในห้องโดยสารก็จะพบมาครั้งนี้หรูขึ้นลักชัวรี่กว่า MU-X เจนที่แล้ว ด้วยห้องโดยสารทูโทนเทาอ่อนน้ำตาลโดยสีน้ำตาล Saddle Brown ติดตั้งในชุดเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ 7 ที่นั่ง ตัดเย็บพิเศษเดินด้ายอารมณ์เดียวกับเครื่องหนังหรู สบายทุกสรีระด้วยเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ด้านคนขับปรับ 8 ทิศทางและคนนั่ง 4 ทิศทาง ซึ่งดีไซน์เบาะคล้ายกับ All New ISUZU D-MAX นั่งสบายกับปีกเบาะซ้าย-ขวาที่โอบกระชับโอบกระชับรับทุกสัดส่วน แถมไม่ต้องบ่นว่านั่งแล้วก้นและหลังจะร้อนเพราะมี Cool Max ลดการสะสมความร้อนได้อีกด้วย เบาะนั่งตอน 2 เบาะนั่งตอน 2 ดีไซน์หรูซ่อนรูปพร้อมที่ท้าวแขนปรับและที่วางแก้วน้ำปรับเอนได้ถึง 22 องศา และยังฝังเต้าเสียบเข็มขัดนิรภัยลงในหลุมเบาะนั่งซึ่งไม่ต้องมานั่งบ่นเกะกะอีกต่อไปแถมยังพับได้ 60/40 แบบพับม้วนเดียวจบเพื่อเข้าไปนั่งในตอน 3 รวมถึงจุด ISOFIX สำหรับวางคาร์ซีทเด็ก

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

เบาะนั่งตอน 3 สบายพับได้แบบ 50/50 ทั้ง 2 ตอนหลัง ถึงผมสูง 174 ซม. ยังนั่งสบายปรับเอนได้พื้นที่วางขาพื้นที่หลังคายังมีเหลือๆ เหยียดขาได้เต็มที่ และตอน 3 ยังพอมีพื้นที่วางขาอยู่พอสมควรง่ายๆเลยว่าเด็กๆนั่งได้ผมเองส่วนสูงขนาดนี้ก็นั่งได้เช่นกัน โดยพื้นที่วางของหลังเบาะตอน 3 มีกล่องอเนกประสงค์ใส่ของกระจุกกระจิกได้สบายๆ สำหรับพื้นที่หลังเบาะตอน 3 ก่อนพับจะมีพื้นที่ความจุมากถึง 311 ลิตร และเมื่อพับเบาะตอน 3 ลงมีพื้นที่ความจุมากถึง 1,119 ลิตร และเมื่อพับตอน 2 กับตอน 3 ด้วยกันจะมีพื้นที่ความจุมากถึง 2,138 ลิตรซึ่งถือว่ามากที่สุดในรถพีพีวีด้วยกัน และการขึ้นลงทั้งตอนหน้าตอน 2 จะมีมือจับขนาดใหญ่ 4 จุด ให้อำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลง และมือจับบนหลังคาอีก 4 จุด เสริมทัพด้วย และแผงประตู 4 บาน ขึ้นรูปสวยสีดำบุหนังสีน้ำตาลแบบหนังสัมผัสพร้อมไฟ Ambient Light ไฟตกแต่งข้างประตูปรับความสว่างได้ 3 ระดับ แต่เสียดายว่ามีสีไฟแค่สีขาวสีเดียว

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

คอนโซลหน้าแบบเดียวกับปิกอัพแต่เมื่อมาอยู่ในร่างพีพีวีหรูเจนใหม่จัดการออกแบบให้แตกต่างพอสมควร โดยเฉพาะบนแผงคอนโซลหน้าจะเรียบไม่มีเล่นระดับไม่มีกล่องอเนกประสงค์เล็กๆบนแผงคอนโซลหน้าดีไซน์คอนโซลกลางหุ้มด้วยหนังสัมผัสสีดำเดินด้ายอย่างประณีต ตกแต่งสีดำเปียโนแบล็กทั้งหมดล้อมกรอบด้วยโครเมี่ยมสองฝั่ง จอสัมผัสขนาดใหญ่ 9 นิ้ว คมชัด HD รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย Android Auto พร้อมระบบนำทาง ติดตั้งลำโพงรอบคัน 8 ลำโพงรวมลำโพงบนหลังคารถ ให้เนื้อเสียงไพเราะระดับหนึ่ง ถัดลงมาจะเป็นสวิตช์เครื่องปรับอากาศ Auto แยกอณหภูมิซ้าย-ขวา พร้อม Heather งานนี้ทั้งผู้ขับขี่ผู้โดยสารตอนหน้าไม่ต้องมาแย่งกันปรับอุณหภูมิกันอีกและยังมีสวิตช์แอร์พร้อมช่องแอร์บนหลังคาทำงานแยกกันกับแอร์หน้า ติดตั้งระบบกรองอากาศเข้าห้องโดยสาร High Efficiency Filter สามารถดักฝุ่น PM 2.5 ได้ ช่องเก็บของด้านคนนั่งมี 2 จุดเมื่อเปิดส่วนบนมาจะพบช่องใส่แผ่น DVD ซึ่งคนรุ่นเก่าจะชอบแต่สำหรับผมเองขอเชื่อมต่อผ่านทางสมาร์ทโฟนจะดีกว่า บนสุดเป็นกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ กับชุดไฟส่องแผนที่เปิดซ้าย-ขวา พร้อมกล่องใส่แว่นตาและไฟส่องเล็กๆ Dome Light ส่องบริเวณคอนโซลเกียร์ในยามค่ำคืนติดตั้งมาสามารถมองเห็นซอกเล็กๆได้ 

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

คอนโซลเกียร์ออกแบบให้แตกต่างจากปิกอัพหรูด้วยหนังสัมผัสสีดำเดินด้ายขาว คันเกียร์ดีไซน์คุ้นเคยพร้อมย้ายตำแหน่งบอกเกียร์บนหัวเกียร์สีดำเปียโนแบล็ก เอาใจคนรักสบายด้วยเบรกมือเป็นแบบปุ่มไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Brake Hold ช่วยหยุดอยู่กับที่โดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ และปลดเบรกอัตโนมัติเมื่อแตะคันเร่งแถมย้ายปุ่มหมุนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมาไว้ข้างๆปุ่มเบรกมือไฟฟ้า ที่ท้าวแขนขนาดใหญ่หุ้มหนังสีดำเดินด้ายขาวแถมข้างหลังกล่องคอนโซลกลางเดิมเป็นช่องแอร์กลายเป็น USB Fast Charger ช่องต่อ AC Power Socket 220V และช่องต่อ DC 12V ช่องเก็บของและที่วางแก้ว 12 จุด วางขวดน้ำขนาดใหญ่ 1.5 ลิตรได้สบายๆ และเอาใจคุณผู้หญิงคุณผู้ชายอาจแต่งหล่อแต่งสวยก่อนไปธุระด้วยที่บังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าฝังไฟส่องสว่าง 2 จุด

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

มาตรวัดเรืองแสงแบบพร้อมจอแสดงข้อมูลสี Smart MID ขนาดใหญ่ 4.2 นิ้ว ที่บอกทั้งระยะทางทริป A กับ B อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน จอแสดงการทำงานวิทยุ นาฬิกาดิจิตอล จอแสดงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ฯลฯ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ดีไซน์จับกระชับมือกว่ารุ่นที่แล้ว หุ้มหนังตกแต่งสีเงินด้าน ซ้ายมือเป็นปุ่มควบคุมวิทยพร้อมปุ่มรับโทรศัพท์ ขวาเป็นปุ่มล็อกความเร็วอัตโนมัติหรือ Adaptive Cruise Control ปรับได้ 4 ทิศทาง Tilt & Telescopic สูง-ต่ำและ ยืด-หด ตามสรีระผู้ขับขี่ ปุ่ม Push Start ตามสมัยนิยม ระบบกุญแจรีโมท ISUZU Genius Entry แค่เก็บใส่ในกระเป๋ากางเกงก็สามารถสั่งปลดล็อกได้อย่างง่ายดายด้วยการกดปุ่มเล็กๆในก้านประตูแต่ไม่สามารถดึงก้านเปิดประตูได้และยังสั่งเปิด-ปิดฝาท้ายได้ด้วยกุญแจรีโมท พร้อมระบบล็อกรถอัตโนมัติในกรณีที่เดินออกห่างจากตัวรถเกินระยะ 3 เมตร หรือ Walk Away Auto Lock เหมาะมากสำหรับคนขี้ลืม รีบไปทำธุระจนลืมล็อกรถรวมถึงสั่งเปิด-ปิดฝาท้ายได้ และ Remote Engine Start จอดรถกลางแดดแล้วตั้งระบบปรับอากาศไว้ก่อนดับรถสามารถสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจรีโมทได้ในระยะ 20 เมตร แต่การทำงานดังกล่าวอาจ จำกัดการใช้งาน และมีระบบยกเลิกการทำงานถุงลมนิรภัยด้านผู้โดยสารสำหรับการติดตั้งที่นั่งคาร์ซีทในเบาะโดยสารด้านหน้า โดยระบบการทำงานอยู่ที่ด้านข้างคอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสารด้วยการไขกุญแจยกเลิกการทำงาน

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

ด้วยความเป็นรถยนต์พีพีวีพื้นฐานปิกอัพชุมพลังก็ยกชุดมาเช่นกันโดยรุ่นที่นำมาทดลองขับครั้งนี้เป็นรุ่นท็อปใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ3-TCX ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2,999 ซีซี อัตราส่วนกำลังอัดเครื่องยนต์เป็น 16.3:1 ระยะชัก/ขนาดกระบอกสูบ 95.4/104.9 มม. ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที รอบ/นาที ปล่อย CO2 ที่ 194 กรัมต่อกิโลเมตร

ISUZU MU-X

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบ Rev-Tronic พร้อมโหมดสปอร์ตบวก/ลบ ลุยตามใจสั่งด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time แบบปุ่มหมุน Terrain Command ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าทั้ง 2H, 4H และ 4L (เปลี่ยนจาก 2H เป็น 4H โดยไม่ต้องหยุดรถในความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม.) มีระบบพิเศษคือ Rough Terrain Mode คือเอาง่ายๆว่านี่คือระบบทดแทน Diff Lock ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเบรกให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถผ่านอุปสรรคไปได้ ทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L ถ้าเข้าหนึ่งในสามระบบไม่ว่าจะ 2H, 4H และ 4L แล้วกำลังที่ส่งไปถึงล้อไม่ว่าจะส่งไปที่ล้อหลัง หรือ 4 ล้อในอัตราส่วน 50:50 หรือ 60:40 นั้นไม่สามารถผ่านอุปสรรคได้สามารถกดปุ่ม Rough Terrain Mode เพื่อเป็นผู้ช่วยให้รอดจากอุปสรรคไม่ว่าจะทางที่โหดข้ามไปไม่ได้จริงๆ (ในขณะที่ Toyota Fortuner Legender กลับให้ระบบ Auto LSD เพียงแค่กดปุ่มปิด TCS ระบบ Auto LSD จะทำงานแค่ 2H เท่านั้น)

 ด้านสเปกเและเทคโนโลยีครื่องยนต์ 4JJ3-TCX ประกอบด้วยห้องเผาไหม้ออกแบบใหม่แบบ Optimum Combustion Shape ช่วยให้น้ำผสมกับอากาศได้ดีขึ้น, เทอร์โบแปรผันปรับไฟฟ้าที่ตั้งอัตราการบูสท์ไว้คือ 1.7 บาร์ หรือประมาณ 24 ปอนด์, กล่อง ECM ประมวลผลแม่นยำยิ่งขึ้นแบบ Multi-core, สลักลูกสูบเคลือบสารพิเศษ Diamond Like Carbon, ลูกสูบ+แหวนแบบใหม่, ระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์น้ำด้วยระบบไฟฟ้า Electronic Thermostat รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆที่เปลี่ยน เงียบขึ้นด้วยฉนวนเก็บเสียงรอบๆเครื่อง, Timing Gear แบบ Double Scisssors Gear หรือเฟืองกรรไกรแบบคู่ช่วยลดระยะห่างของฟันเฟือง เครื่องยนต์เดินเรียบและทนทาน ระบบ Common Rail เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่มีการปรับปรุงในเรื่อง หัวฉีดแบบ High Pressure แรงดันสูงถึง 250 MPa, ปั๊มเชื้อเพลิงควบคุมการทำงานด้วย PCV ท้ายรางแบบไฟฟ้า ทั้งหมดนี้เพื่อรองรับพลังที่เพิ่มขึ้น

ISUZU MU-X

ด้วยบุคลิกของเครื่องยนต์ 4JJ3-TCX ที่เน้นการขับขี่เร้าใจขับสนุกจากปิกอัพ All New ISUZU V-Cross แต่มาอยู่ในร่างรถพีพีวี 7 ที่นั่ง แบกชุดทรานเฟอร์เกียร์รวมน้ำหนักตัวรถ 2.1 ตัน ยังให้ความสนุกกระฉับกระเฉงมากขึ้นในยามออกตัวและขับความเร็วสูงๆจากเคยทำผลงานไม่ค่อยน่าพอใจจาก MU-X เจนที่แล้วเพราะมีอาการรอรอบตอนเร่งแซงคราวนี้เรี่ยวแรงดีออกตัวดีไม่มีหน่วง คลิ๊กดาวน์เพื่อเรียกมาแบบทันอกทันใจ เพราะระบบเทอร์โบเป็นแบบเทอร์โบแปรผันปรับไฟฟ้า E-VGS TURBO ที่ตั้งอัตราการบูสท์ไว้เท่าเดิมคือ 1.7 บาร์ หรือประมาณ 24 ปอนด์

รอบการทำงานของเครื่องในช่วงความเร็ว 90-120 กม./ชม.ทำผลงานไม่ถึง 2,000 รอบ/นาที และแต่ละช่วงของความเร็วมาแบบรวดเร็วติดปีกเลยทีเดียว ด้วยรอบตั้งแต่ 1,300, 1,450, 1,550 และ 1,750 รอบ/นาที แถมยังส่งผลให้ Performance Test จับอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งทำผลงานได้ดีดังนี้

1. การทะยานจากจุดหยุดนิ่งไปแตะถึง 100 กม./ชม. จับ 3 ครั้งดังนี้ 
    1. ครั้งที่ 1 = 10.27 วินาที
    2. ครั้งที่ 2 = 10.48 วินาที
    3. ครั้งที่ 3 = 10.51 วินาที = เฉลี่ย 10.42 วินาที

2. การเร่งแซง 80-120 กม./ชม. จับ 3 ครั้งดังนี้ 
    1. ครั้งที่ 1 = 8.61 วินาที
    2. ครั้งที่ 2 = 8.75 วินาที 
    3. ครั้งที่ 3 = 8.85 วินาที  = เฉลี่ย 8.74 วินาที

นับว่าไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับรถประเภทนี้ เมื่อกดปุ่ม สตาร์ทรถ เสียงเครื่องยนต์เงียบกว่าเดิมในช่วงรอบต่ำจนถึงขับปกติ 60-120 กม./ชม.เพราะการออกแบบฉนวนกันเสียงรบกวนที่หนาขึ้นกว่าเดิมและฉนวนเก็บเสียงรอบๆเครื่อง รวมถึงการทำงานของรอบเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาไม่เกิน 800 รอบ/นาที และมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ ISS (Idling Stop/Start System) โดยจะตัดการทำงานเครื่องยนต์ชั่วคราวและกลับมาทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อแตะคันเร่ง ระบบนี้มีข้อดีคือลดมลพิษและความประหยัดน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และตั้งแต่ปิกอัพมาจนถึง MU-X เจนนี้ ยอมผ่อนปรนเงื่อนไขกับระบบแอร์สามารถเปิดทำงานได้จากเดิมต้องปิด แต่ยังคงเหยียบเบรกและตำแหน่งเกียร์ต้องอยู่ในเกียร์ D แต่การทำงานจากเดิมหยุดนาน 3 นาที คราวนี้เหลือแค่นาทีเดียว แต่ถ้าไม่ชอบระบบนี้สามารถปิดการทำงานได้

ISUZU MU-X

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รุ่น AWR6B45-II ที่ผลิตโดย AISIN ปรับเซ็ตให้การทำงานของแต่ละเกียร์สัมพันธ์กับความเร็วได้น่าอย่างน่าทึ่งด้วยการปรับกล่องสมองกลที่ดีที่สุด สามารถตัดต่อกำลังราบรื่นตั้งแต่เกียร์ต่ำไปยังเกียร์สูงๆ ไม่กระตุกไม่เสียอารมณ์ตอนขับเร่งแซง แถมมี Rev-Tronic บวก/ลบ สร้างความสนุกในการขับขี่มากขึ้นด้วยอัตราทดเกียร์เท่ากับ ปิกอัพ All New ISUZU V-Cross เกียร์ 1= 3.600, เกียร์ 2 = 2.090, เกียร์ 3 = 1.488, เกียร์ 4 = 1.000, เกียร์ 5 = 0.687, เกียร์ 6 = 0.580, เกียร์ถอยหลัง = 3.732 อัตราทดเฟืองท้าย = 3.727 (อัตราทดเกียร์ 4L = 2.482 แล 4H = 1.000) อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ยังคงอยู่นั่นคือ อาการ Engine Brake ที่จะคอยดึงกำลังของเครื่องยนต์ช่วงความเร็วลดลงมาถึง 60 กม./ชม. ซึ่งส่งผลดีคือไม่ต้องเหยียบเบรกกะระยะรถคันนหน้าได้อย่างดี รวมถึงระบบออกตัวบนทางลาดชัน HSA และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC ที่ตรวจจับการทำงานอย่างแม่นยำมีหน่วงบ้างเล็กน้อยและที่สำคัญไม่กระตุกในตอนช่วงลงจากทางลาดชัน

ISUZU MU-X

แพลทฟอร์มใหม่หมด ISUZU Symmetric Mobility ทำงานร่วมกันทั้ง โครงสร้างตัวถัง แชสซีส์ เครื่องยนต์ ช่วงล่างให้ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่ง ทำให้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม นุ่มนวล นั่งสบาย แต่แข็งแกร่ง ทนทาน เกิดความมั่นคงในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone และเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังแบบ 5-Link Suspension พร้อมเหล็กกันโคลง สามารถให้การยึดเกาะถนนอย่างแม่นยำ ไม่โคลง แม้กระทั่งการขับขี่ทางเรียบ ทางตรง ช่วงล่างยังให้ความนุ่มนวลเช่นเดิม ตอนนี้ที่ขับในสนาม จ. พระนครศรีอยุธยากับการขับขี่มาตลอดสัปดาห์นั้นช่างแตกต่างกันจริงๆนั่นคือถ้าขับขี่ในถนนจริงๆไม่ว่าจะทางเรียบและขุรขระหรือสภาพถนนที่ต่างกันนอกจากความนุ่มนวลแล้วความหนึบยังเพิ่มเข้ามาด้วย แต่อาการเด้งๆยังมีให้เห็นแต่น้อยมาก การยึดเกาะถนนทำได้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจนส่วนหนึ่งจากการปรับปรุงช่วงล่างใหม่ในส่วนของลูกหมากปีกนกบนขยับตำแหน่งให้สูงขึ้น มีผลให้ฐานล้อกว้างกว่า จึงทำให้ผลงานออกมาได้อย่างประทับใจและอาการกระเทือนน้อยกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นๆ หายห่วงเพราะมีตัวช่วยเข้ามาเสริมด้วยนั่นคือระบบควบคุมการทรงตัว ESC และระบบป้องกันการลื่นไถล TCS และถ้าใครอยากต่อท้ายพ่วงรถบ้านหรือส่วนที่เกี่ยวเนื่องแล้วกังวลว่าท้ายมันจะส่ายไหมหายห่วงครับเพราะมีระบบควบคุมการส่ายขณะพ่วงท้าย TSC ให้ด้วย

พวงมาลัยพาวเวอร์แบบแร็คแอนด์พิเนียนแบบน้ำมัน น้ำหนักเบากว่าเจนที่แล้วใช้งานได้อย่างสะดวกขึ้น มั่นใจในการใช้งานมากขึ้นระยะวงเลี้ยวแคบสุด เพียง 5.6 เมตร กลับรถได้แบบม้วนเดียวจบไม่ต้องขยับเดินหน้าถอยหลัง ระยะฟรีพวงมาลัยน้อยลงเหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานในเมืองและนอกเมือง ทางด้านระบบเบรกทำงานฉับไวขึ้นและะทันใจ เมื่อเหยียบแป้นเบรกไป 25 % ระบบเบบรกจะเริ่มหน่วงและหยุดเต็มที่เมื่อเหยียบแป้นไปถึง 35 % ด้วยหม้อลมเบรกขนาดใหญ่รวมถึงดิสก์เบรก 4 ล้อประกอบด้วย ดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ 320 มม.และมีดิสก์เบรกหลังให้เป็นมาตรฐาน พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS กระจายแรงเบรก EBD ช่วยเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติเมื่อเบรกกระทันหัน BA  ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS และยังมีไฟฉุกเฉินกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกกระทันหัน ESS กับ ถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 จุด

เมื่อ ISUZU ตั้งใจให้ All New ISUZU MU-X Ultimate รุ่นท็อปติดตั้งออพชั่นระบบความปลอดภัยแบบเต็มพิกัดชนิดที่ว่าตั้งใจฆ่าคู่แข่งพิกัดเดียวกันทั้งจากเพื่อนร่วมชาติและเพื่อนต่างทวีป ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ทำงานผ่านระบบกล้องหน้าคู่อัจฉริยะ 3D Imaging Stereo Camera คอยตรวจจับเส้นถนน และวัตถุต่าง ๆ สิ่งกีดขวางด้านหน้าเพื่อป้องกันการชน ช่วยประเมินและควบคุมความเร็ว ควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ และคอยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ด้วยการสแกนภาพ 3 มิติ แบบ Real Time ทำงานร่วมกับเรดาร์ 2 จุด ติดตั้งบริเวณกันชนท้าย ตรวจจับรถยนต์ในจุดอับสายตาด้านหลังและเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน ด้านหน้าและหลัง เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยขณะจอดรถในที่แคบ โดยมีระบบที่เกี่ยวเนื่องดังนี้

ISUZU MU-X

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control) พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go, ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking), ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning), ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Automatic High Beam), ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด PMM (Pedal Misapplication Mitigation), ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง MSL (Manual Speed Limiter), ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา BSM (Blind Spot Monitoring), ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถยนต์ RCTA (Rear Cross Traffic Alert), ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์ Parking Aid System, ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน MCB (Multi-Collision Brake)

ISUZU MU-X

ตลอดการขับขี่มาเกือบสัปดาห์ ได้ทดลองใช้ระบบบางรายการเริ่มที่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control) พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go โดยระบบดังกล่าวจะปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ สมมติถ้าเราตั้งความเร็ว 120 กม./ชม. แล้วไม่มีรถคันหน้าเข้ามาเราก็ยังขับที่ความเร็วที่ตั้งไว้ แต่ถ้ามีรถคันหน้าเข้ามาในเลนของเรา ถ้าคันหน้าขับที่ความเร็ว 80 กม./ชม. รถของเราที่ตั้งความเร็วเดิมไว้จะลดลงเหลือ 80 กม./ชม. และจะกลับมาความเร็ว 120 กม./ชม. อีกครั้งเมื่อรถคันหน้าออกนอกเลน ส่วนระบบ Stop and Go ซึ่งอีซูซูเคลมว่าเป็นเจ้าแรกที่ติดตั้งเป็นออพชั่นมาตรฐาน โดยระบบจะหยุดรถเองตามคันหน้า และจะเคลื่อนตัวอีกครั้งหลังหยุดรถ ระบบนี้จะทำงานกรณีที่รถคันหน้าหยุดไม่เกิน 2 วินาที แต่ถ้าเกินระบบจะยกเลิกแต่ถ้าอยากให้ระบบกลับมาต้องกดปุ่ม Resume หรือ เหยียบคันเร่ง โดยภาพรวมของระบบนี้จะคำนวณความเร็วได้ค่อนข้างแม่นยำ ไม่มีอาการดีเลย์ แถมเบรกแม่นยำประดุจเราเบรกเองซึ่งยอมรับเลยว่าสุดยอดจริงๆ

ISUZU MU-X

ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning – FCW) ซึ่งจะทำงานควบคู่กับ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking - AEB) จะตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าด้วยกล้องหน้าคู่ เมื่อระยะห่างระหว่างรถกับสิ่งกีดขวางอยู่ในระยะกระชั้นชิดเกินไปและเสี่ยงต่อการชน โดยเมื่อมีการเหยียบเบรกระหว่างระบบ FCW แจ้งเตือน ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรก (BA) จะทำงานเพื่อช่วยลดระยะการเบรก ทั้งนี้สามารถตั้งความไวในการเตือนของระบบ FCW ได้ 3 ระดับ ส่วนระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking - AEB) แจ้งเตือนขึ้นแต่ผู้ขับขี่ยังไม่เหยียบเบรกและมีความเสี่ยงสูงโดยระบบจะทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของการชน ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติจะยังทำงานต่อเนื่องอีก 2 วินาทีและจะยกเลิกการทำงาน ผู้ขับขี่จะต้องเหยียบเบรกต่อด้วยตัวเอง ทั้งนี้ระบบจะทำงานเมื่อรถยนต์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วประมาณ 8-160 กม./ชม.

โดยทั้ง 2 ระบบนี้จะแจ้งให้ทราบผ่านคำเตือนบนหน้าจอ MID มีแสงกะพริบบริเวณคอนโซลหน้าที่จะสะท้อนไปที่กระจกหน้าเพื่อเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และการส่งเสียงเตือนสั้นซ้ำ ๆ ต่อเนื่อง ซึ่งสองระบบนี้ มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันคนเดินข้ามถนนตัดหน้าอย่างทันท่วงที

ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน (Lane Departure Warning -LDW) จะเตือนเมื่อรถของเราออกนอกเลนหรือคร่อมเลน โดยจะมีเสียงเตือนและเตือนที่มาตรวัด ระบบนี้ทำงานได้อย่างฉับไว ไม่สะดุด โดยระบบจะช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบเมื่อรถมีความเร็วประมาณ 60-130 กม./ชม. และถนนต้องมีเส้นแบ่งเลนชัดเจน โดยแสดงคำเตือนบนหน้าจอ MID และส่งเสียงเตือนสั้น ๆ แต่ถ้าเปิดไฟเลี้ยวเมื่อจะเปลี่ยนเลนระบบนี้จะไม่ทำงานทันที ซึ่งถือว่าอุ่นใจได้ระดับนึงแต่น่าจะมีระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-keep Assist System) แจ้งเตือนด้วยแรงสั่นที่พวงมาลัยเมื่อรถวิ่งออกนอกช่องทางทางเดินรถแบบไม่ดึงพวงมาลัยแรงมาก ก็จะดีและถ้ามาและทำได้ดีกว่า Toyota Fortuner Legender ที่ดึงแรงสั่นจนสร้างความตกใจมาแล้วก็จะเยี่ยมเลย

ISUZU MU-X

ปิดท้ายด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่บอกได้ว่าตัวเลขทำได้ดีกับรถยนต์ พีพีวี แบกเครื่องใหญ่บวกชุดทรานเฟอร์ 4WD ในร่างที่ใหญ่ขึ้นน้ำหนักรถมากขึ้นกว่าเดิมอีก 155 กก. เริ่มที่จากโปรแกรม Save Mode ทำได้ 16.52 กม./ลิตร จากระยะทางรวม 61.3 กม.จัดน้ำมัน B7 เต็มถังจากปั๊มแถวเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ 3.71 ลิตร ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. ตามสภาพการใช้งานจริง ส่วนอัตราสิ้นเปลืองในเมืองทำได้ 7.94 กม./ลิตร และปิดท้ายนอกเมืองกลับทำได้ 11.25 กม./ลิตร จากระยะทาง 584.9 กม.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-หัวหิน และเติมเข้าไปเต็มถัง 51.978 ลิตร (อัตราสิ้นเปลืองตาม Eco Sticker ในเมือง 11.76 กม./ลิตร นอกเมือง 15.15 กม./ลิตร เฉลี่ย 13.7 กม./ลิตร)

ISUZU MU-X

ด้วยค่าตัว 1,579,000 บาท กับหน้าตาความหรูที่สดใหม่กว่ารวมถึงปรับดีไซน์เข้าหากลุ่มวัยรุ่น วัยกลางคนมากขึ้น ข้าวของจากโรงงานที่ติดรถมา ทั้งเบาะหนังสีน้ำตาลปรับไฟฟ้าคู่หน้าที่ลดสะสมความร้อน การตกแต่งที่เทียบชั้นรถรหูยุโรป เบาะนั่งตอน 3 นั่งสบายก็ทำให้คนใช้รถที่พบเห็นนั้นต้องชอบกันเลยทีเดียว ขุมพลังที่ไว้ใจเชื่อใจได้ในเรื่องความทนทานความประหยัดที่สร้างสมมานาน ช่วงล่างคอยล์สปริงทั้ง 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลเป็นทุนเดิมเพิ่มความหนึบมาด้วยถึงจะมีเด้งบ้างแต่ก็ไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ และระบบความปลอดภัยที่เทียบเท่าคู่แข่งร่วมชาติแต่เหนือกว่า Toyota Fortuner Legender นับว่ากล้าตีแสกหน้าคู่แข่งจนต้องมองฆ้อนไปตามๆกัน สำหรับ All New ISUZU MU-X 3.0 Ultimate 4WD

เรื่องและขับทดสอบโดย นายเต้ย

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

สิ่งที่ชอบ >>> ดีไซน์สปอร์ตขึ้นหรูขึ้น ล้ออัลลอย 20 นิ้ว โดดเด่นกว่า ภายในหรูพรีเมี่ยมขึ้น เบาะนั่งยังสบายเช่นเดิม ออพชั่นมาตรฐานและระบบความปลอดภัยจัดเต็มจนเจ้าอื่นๆมีอาย ระบบช่วงล่างนุ่มหนึบตอบโจทย์คนใช้รถอย่างแท้จริง

สิ่งที่ไม่ชอบ >>> ไม่ควรที่จะมีช่องใส่แผ่น DVD บังพื้นที่ในช่องเก็บของ ขาดชุดแต่งโครเมี่ยมที่เปิดประตู กับ กระจกมองข้าง อยากให้ระบบปลดล็อกประตูเพิ่มฟังก์ชั่นปลดล็อกด้วยการดึงก้านเปิดประตูเหมือน MU-X เจนที่แล้ว รวมถึงระบบ แตะเท้าเพื่อเปิดฝาท้าย แบบ Kick Activated ให้ด้วยก็จะยิ่งดี

คลิ๊กชม Gallery Test Drive All New ISUZU MU-X 3.0 Ulitmate 4WD ได้ที่นี่ !!

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ