Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Ford Everest ใหม่ อเนกประสงค์ครบเครื่อง อัดแน่นเทคโนโลยีและความหรูหรากว่าด้วยเบาะสีน้ำตาลคอนยัคใหม่

หนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ยอดนิยมในตลาดบ้านเรา เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ฟอร์ด เอเวเรสต์ ใหม่ ที่นับตั้งแต่การเปิดตัวจนมาถึงปัจจุบัน ก็ได้รับการตอบรับและความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอเนกประสงค์รุ่นเด่นในตลาดที่มาพร้อมรูปลักษณ์ดีไซน์หรูหราบึกบึน อัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีตัวช่วยความปลอดภัยล้ำสมัย ที่ในครั้งนี้เราจะได้มาสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด รวมไปถึงการอัพเกรดภายในที่หรูหราด้วยเบาะสีน้ำตาลคอนยัคใหม่อีกด้วย

Ford Everest

แรกเห็นรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ โดดเด่นมาด้วยกระจังหน้าใหม่แบบโครเมียม และไฟหน้าปรับระดับสูงต่ำอัติโนมัติ แบบ HID อีกทั้งไฟ LED Daytime Running Lights เสริมความบึกบึนด้วยดีไซน์ของกันชนหน้าพร้อมการ์ดเสริมสีเทา ล้อลายใหม่ขนาดใหญ่ 20 นิ้ว ที่รัดด้วยยาง 265/50 R20 เรียกได้ว่าหล่อครบออกมาจากโรงงานกันเลย

และสำหรับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่นี้นั้น ยังมาพร้อมการอัพเกรดความหรูหราด้วยสีภายในใหม่ กับเบาะสีน้ำตาลคอนยัคสุดหรู ที่มีเฉพาะในรุ่น ไทเทเนี่ยม พลัส เท่านั้น นับเป็นการเพิ่มเติมความหรูให้กับภายในของตัวรถ ที่เมื่อได้เห็นแล้วให้ความรู้สึกถึงความหรูหราที่มากกว่า สีน้ำตาลคอนยัคของตัวเบาะที่ตัดกับโทนสีเข้มของห้องโดยสารก็ผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากที่ตัวเบาะแล้ว ส่วนของที่เท้าแขนตรงกลาง และแผงประตูข้างเองก็ได้รับการตกแต่งใหม่ด้วยเช่นกัน

การมาของสีภายในใหม่นี้จึงถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าด้วยตัวเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งครั้งนี้นับเป็นอีกการปรับลุคภายในด้วยการตกแต่งด้วยสีน้ำตาลคอนยัคใหม่ ซึ่งมีเฉพาะสีภายนอกที่เป็นสีขาวอาร์กติก ไวท์

Ford Everest

Ford Everest

ในช่วงของการขับทดสอบ เมื่อพูดถึงในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส แล้ว มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมากมาย ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ได้ทั้งทางเรียบและออฟโรด ที่สามารถตอบสนองการขับขี่รูปแบบต่างๆ ได้ดี ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้ตามต้องการ รวมไปถึงการกำหนดจำนวนเกียร์ในการขับขี่ช่วงเวลานั้นๆ ได้อย่างง่ายดายด้วยปุ่ม +- ที่อยู่บริเวณคันเกียร์ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ และระบบ Terrain Management รวมไปถึงเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential

Ford Everest

โดยเครื่องยนต์รุ่นนี้มีกำลังสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,000 รอบต่อนาที แน่นอนว่าได้ให้การตอบสนองในทุกช่วงความเร็วได้อย่างทันใจ ตั้งแต่รอบต่ำไปจนรอบสูง ทั้งยังมอบความคล่องตัวและว่องไวในทุกการควบคุมตัวรถ พวงมาลัยที่มีน้ำหนักกำลังดีไม่หนักหรือเบาเกินไป ช่วยให้สามารถควบคุมรถได้ง่ายและมั่นใจในทุกย่านความเร็ว หรือแม้แต่การใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ก็สามารถควบคุมรถเปลี่ยนช่องจราจรได้อย่างคล่องตัวแม้ว่าตัวรถจะมีขนาดที่ใหญ่ก็ตาม เพราะฉะนั้นแล้วสาวๆ ที่อาจกังวลว่ารถที่มีขนาดใหญ่แบบนี้จะขับขี่ยากไหมนั้น หมดห่วงกันได้เลย ส่วนของช่วงล่างก็ได้ให้ความรู้สึกที่หนึบและมั่นใจแม้มีการใช้ความเร็ว แต่กลับยังคงให้ความนุ่มในการโดยสารได้อย่างดี เหมาะกับการเป็นอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้อย่างแท้จริง ถือเป็นรถยนต์อีกรุ่นของครอบครัวที่ทุกคนสามารถขับขี่ใช้งานได้

Ford Everest

Ford Everest

ทั้งนี้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังมีระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน ที่จะช่วยให้การลงทางลาดชันของเราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยที่เราไม่ต้องเลียเบรกตลอดเวลา เมื่อรู้สึกว่าตัวรถลงด้วยความเร็วมากเกินไปก็เพียงเบรกชะลอและปล่อย ระบบก็จะเข้ามาทำหน้าที่โดยอัตโนมัติในการควบคุมความเร็วให้เหมาะสมได้แบบง่ายๆ และยังมีระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ที่ผสานระบบเบรกเข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะอื่นๆ รอบตัวรถ มีระบบตรวจจับรถในจุดบอด ช่วยให้เราไม่พลาดเห็นรถในจุดที่มองไม่เห็น ที่จะเป็นผู้ช่วยในเรื่องการขับขี่และความปลอดภัยที่มากยิ่งขึ้น ทั้งต่อผู้ขับขี่และผู้คนบนท้องถนน 

Ford Everest

ภายในของตัวรถ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นนี้ ด้านความบันเทิงและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สนองตอบความต้องการด้วยระบบ SYNCTMใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ระบบลูทูธ ระบบแผนที่นำทาง จอทัชสกรีนที่ง่ายต่อการสั่งการและควบคุม แบบฟูลคัลเลอร์ ขนาดใหญ่ 8 นิ้ว และกล้องมองหลังให้เรามั่นใจทุกครั้งเมื่อถอยรถ

เบาะที่นั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งในเบาะแถวที่ 3 เองสามารถพับได้ด้วยไฟฟ้าผ่านการกดปุ่ม มีหลังคาไฟฟ้า Panoramic Moonroof ที่นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เด่น ที่ช่วยมอบความรู้สึกโปร่งสบายและกว้างมากขึ้น โดยการสั่งงานต่างๆ ง่ายเพียงการใช้นิ้วสัมผัส

Ford Everest

Ford Everest

ทั้งยังสะดวกสบายด้วย Hands-Free Lift Gate ระบบประตูไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ที่ทำให้การใช้ชีวิตง่ายกว่าเดิม ซึ่งในหลายๆ ครั้งคุณอาจจะต้องถือของมากมาย เพียงการแกว่งขาไปที่เซ็นเซอร์ท้ายรถ ประตูท้ายรถก็จะเปิดขึ้นหรือปิดลงแบบอัตโนมัติอย่างสะดวกสบาย ทั้งนี้ยังมีระบบ Adaptive Cruise Control ที่มากกว่าแค่การควบคุมความเร็ว แต่ยังรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ที่ในการเดินทางออกต่างจังหวัดระยะทางไกลๆ ระบบนี้เปรียบเสมือนตัวช่วยในการขับขี่ให้คุณได้ ซึ่งจะคอยรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้าอย่างปลอดภัย พร้อมกับการปรับระดับความเร็วให้เหมาะสม ก่อนที่มีระยะปลอดภัยจึงเพิ่มความเร็วไปยังระดับที่คุณตั้งไว้ และหมดกังวลไปเลยกับการจอดรถด้วย Active Park Assist ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ที่จะทำให้การจอดเทียบเป็นเรื่องแสนง่าย คุณต้องเพียงแต่ควบคุมเบรกและเกียร์เองเท่านั้น

Ford Everest

สำหรับใครที่สนใจ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส รุ่นย่อยใหม่ ภายนอกสีขาวอาร์กติก ไวท์ ที่มาพร้อมเบาะสีน้ำตาลคอนยัคใหม่ ทางฟอร์ดก็พร้อมให้จับจองกันแล้วกับราคาค่าตัว 1,799,000 บาท ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ