Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Honda City Hatchback จิ๋วแจ๋ว ขับสนุก บรรทุกจุใจ

เชื่อได้ว่านาทีนี้คงไม่มีรถ Eco Car รุ่นไหนที่ได้รับความนิยม และได้รับความสนใจมากไปกว่าน้องใหม่ที่เพิ่งเข้มมาอยู่ในกลุ่มนี้อย่าง Honda City ไปอีกแล้ว ด้วยความที่มีเครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด และตัวรถยังกว้างขวางระดับ Sub-Compact ที่รนยนต์ใหม่รุ่นนี้เคยอยู่มาแล้วอย่างแน่นอน

Honda City Hatchback

Honda City ได้ขยับย้ายตัวเองให้เข้ามาอยู่ในกลุ่ม Eco Car ตั้งแต่ปลายปี 2019 ก่อนการเข้ามาของยุค Covid-19 อันเลวร้าย ในรุ่นของ Honda City Turbo ก่อน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่รุ่นแรกที่เปิดตัวในการใช้เครื่องยนต์ Turbo ในกลุ่ม Eco Car แต่ด้วยพละกำลังของเครื่องยนต์ระดับ 122 แรงม้า ก็ทำให้เจ้าแรกที่เปิดตัวเป็นเครื่องยนต์ 1.0 Turbo เหมือนกันก็หงอยเอาเรื่องเหมือนกัน

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

ผ่านมาถึงยุค Covid-19 ที่ทำเอาประเทศไทยลำบากกันอย่างมากมาย รวมถึงวงการรถยนต์ที่ทำเอาทุกอย่างชะงักงัน ต้องเลื่อนแผนต่าง ๆ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้การเปิดตัวรถรุ่นต่อมาอย่าง Honda City Hatchback ที่ตอนแรกเราเดากันว่า จะออกมาหลังจากการเปิดตัวรุ่นแรกไม่นาจะเกินครึ่งปี กลับกลายเป็นว่า รถยนต์ใหม่ 2020 รุ่นนี้เปิดตัวตามหลังมาในระยะเวลา 1 ปีพอดิบพอดี ทำเอาแผนงานต่าง ๆ ต้องขยับกันขนานใหญ่

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

การเปิดตัวของ Honda City Hatchback ทำเอาตลาด Eco Car กลับมาคึกคักอยู่ไม่ใช่น้อย และน้อง TopTaro ก็จัดการไปรีวิวแบบกลุ่มทันทีหลังการเปิดตัวได้ไม่นาน ก่อนที่สถานการณ์ Covid-19 ระลอกใหม่บุกโจมตีประเทศไทยอีกรอบ ทำเอาตลาดรถซบเซาไปอีกรอบ รวมทั้งยอดขายของตัว Honda City Hatchback ด้วยเช่นกัน

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อ ในวถีแบบใหม่ที่เราต้องปรับตัวกับมันให้ได้ ผมในฐานะทีมงาน AUTODEFT ก็ต้องทำหน้าที่สื่อมวลชนให้เต็มที่ เท่าที่โอกาสจะอำนวย จึงได้ตัดสินใจขอความอนุเคราะห์จากทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เพื่อยืมรถยนต์ใหม่ 2021 Honda City Hatchback เพื่อมาทำการทดสอบ รีวิว กันอีกครั้ง โดยรอบนี้ได้เป็นตัว Honda City Hatchback RS ที่เป็นตัวบนสุดมาทำการทดสอบ เพื่อให้ครบถ้วนทุกแง่มุมในการใช้งานให้มากขึ้นครับ

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

ก่อนเริ่มการรีวิว เรามาทำความรู้จักข้อมูลของ Honda City Hatchback RS กันก่อนเลยครับ โดยมาเรื่องของเครื่องยนต์กันก่อนเลย เพราะนี่คือจุดเด่นเหนือคู่แข่ง กับเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 3 สูบ 12 วาล์ว VTEC TURBO หัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI ให้กำลังได้สูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์ CVT ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้เป็นตัวเดียวกับรุ่น Honda City Turbo เลย และเป็นเครื่องยนต์ Eco Car ที่ให้กำลังแรงสูงสุดแล้ว บังคับตัวรถด้วยพวงมาลัยแร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS)

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback RS มาด้วยมิติตัวรถขนาด 4,349 x 1,748 x 1,488 มม. (ยาว-กว้าง-สูง) ฐานล้อกว้าง 2,589 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 135 มม. น้ำหนักตัวรถ 1,179 กิโลกรัม ตัวนี้หนักกว่าและยาวกว่ารุ่นธรรมดาอย่าง S+ และ SV เล็กน้อย เนื่องมาจากชุดแต่งนั่นเอง ซึ่งมิติขนาดนี้ ถือเป็นไซส์ที่สั้นและหนักกว่าตัว Sedan อย่าง Honda City Turbo แต่มันไปเพิ่มพื้นที่ภายในตัวรถให้กว้างกว่านั่นเอง

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

ช่วงล่างของ Honda City Hatchback RS ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชั่นบีม คานแข็ง ใส่ล้อมาเป็นแม็กซ์อัลลอยลายใบพัด (กี่ก้านไม่รู้ ไปนับเอา) สไตล์ 2 โทนแบบรมดำและปัดเงาขนาด 16 นิ้ว รัดมาด้วยยาง 185 / 55 R16 ของ Yokohama ด้านหน้าใช้ระบบห้ามล้อเป็นดิสก์เบรก ส่วนด้านหลังให้มาเป็นดรัมเบรก (เมื่อไหร่อีโคคาร์ยุคใหม่จะเป็นดิสก์เบรกหลังเสียที)

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback RS ยังคงยึดดีไซน์เดิมจากตัว Honda City Turbo เป็นหลัก จะต่างกันก็คงรูปทรงของตัวรถที่เป็นแบบ 5 ประตูก็เท่านั้นเอง โดยด้านหน้านั้น เน้นการตกแต่งพิเศษด้วยสีดำตามสไตล์ RS ที่กระจังหน้า, แถบใต้ฝากระโปรง, กรอบไฟตัดหมอก และชายกันชนหน้า ล้วนเป็นสีดำทั้งหมด แถมด้วยแถบชายกันชน ยังเป็นลายเคฟล่าอีกด้วย ไฟหน้าเป็นแบบ LED ที่เปิดไม่อัตโนมัติ แต่จะปิดให้อัตโนมัติถ้าเราลืมปิดแล้วดับเครื่องยนต์ มีแถบไฟ Daytime Running Light พาดคาดแถบด้านบนของตัวโคมไฟ ด้านล่างติดไฟตัดหมอกแบบ LED เช่นกัน

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

ส่วนของด้านหลังของ Honda City Hatchback RS นั้น โดดเด่นด้วยประตูด้านหลังสไตล์ Hatchback อันโดดเด่น ไฟท้ายลากเส้นสายด้วยไฟ LED มีสปอยเลอร์หลังสีเดียวกับตัวรถที่ฝังไฟเบรกดวงที่ 3 เอาไว้ ชายกันชนด้านล่างใช้เป็นแผงสีดำขนาดใหญ่ ที่ใส่ลายเคฟล่าแบบเดียวกับด้านหน้า เพิ่มความเป็นสปอร์ต RS เข้าไปหน่อย มุมกันชนติดไฟทับทิมสะท้อนแสงเอาไว้นิด หลังคาติดเสาอากาศแบบครีบฉลาม กระจกมองข้างใช้สีดำพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ส่วนมือจับประตูเป็นสีเดียวกับตัวรถ

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

ภายในของ Honda City Hatchback RS นั้นก็ยังคงยึดเอาดีไซน์แบบเดิมจากตัวของ Sedan มาใส่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเบาะลูกเสี้ยวส่วนผสมทั้งหนังกลับ / ผ้า / หนังสังเคราะห์ ตกแต่งแถบสีแดง ทรงเบาะนั่งที่มีโอบข้างขึ้นมาหน่อย สัมผัสออกไปทางเป็นผ้าเยอะหน่อย แผงคอนโซลตรงกลางไม่มีอะไรประดับเยอะแยะมากมาย นอกจากหน้าจอขนาด 8 นิ้วระบบสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับการใช้งาน Apple CarPlay แล้ว ก็จะมีปุ่มควบคุมแอร์แบบอัตโนมัติไม่แบ่งโซน กับช่อง USB ช่องช่องเป็นอันครบ กระเถิบลงมาเป็นก้านเกียร์ที่หัวหุ้มด้วยวัสดุสังเคราะห์แบบพลาสติกแข็ง ข้าง ๆ มีปุ่ม ECON สำหรับใช้งานแบบประหยัดกับปุ่มปิดระบบ Idle Stop แค่นี้พอแล้ว ผมชอบนะ มันไม่วุ่นวายดี คันเร่ง แป้นเบรก และแท่นวางเท้าซ้ายพักขาเป็นสแตนเลสสไตล์รถซิ่ง

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback RS พวงมาลัยเป็นทรงกลม หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์พร้องเดินด้านสีแดง มีปุ่ม Multi-Function ที่ด้านซ้ายเอาไว้ควบคุมหน้าจอกับการรับ-วางโทรศัพท์ ส่วนด้านขวาเอาไว้ควบคุมระบบ Cruise Control พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง มี Paddle Shift ให้สับเกียร์เล่นแบบสนุก ๆ ได้ หน้าจอข้อมูลการขับขี่ แบ่งเป็น 3 ส่วนคือด้านซ้ายเป็นเข็มรอบเครื่อง ขวาเป็นความเร็วรถ ตรงกลางเป็นจอ LCD เอาไว้บอกอย่างอื่น ทั้งน้ำมันคงเหลือ, อัตราประหยัด, ระยะทาง, ระยะคงเหลือ อะไรประมาณนี้

Honda City Hatchback

เบาะหลังของ Honda City Hatchback RS คือตัวขายของรถยนต์ใหม่คันนี้เลย ทางฮอนด้าเรียกมันว่าอัลตราซีท ประกอบไปด้วย

  • Utility Mode ที่เน้นการวางของได้เยอะ ด้วยการพับเบาะหลังลงมาเรียบ เพื่อให้พื้นที่ในการวางของทำได้มากขึ้น
  • Long Mode เป็นการเอนเบาะหน้าลงมาทับเบาะหลังที่พับลงมาหมด รองรับการขนของที่มีความยาว
  • Tall Mode เป็นการยกเบาะนั่งด้านหลังขึ้น เพิ่มพื้นที่วางของในแนวสูงได้มากขึ้น
  • Refresh Mode รองรับการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการพับเบาะคู่หน้ามาทับเบาะหลัง

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

ส่วนระบบความปลอดภัยบน Honda City Hatchback RS มีรายนามดังต่อไปนี้

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
  • ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock by Speed)

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

น่าจะครบแล้วกับข้อมูลเบื้องต้นของ Honda City Hatchback RS ต้องบอกว่า การนั่งบนรถยนต์ใหม่คันนี้ มันก็เหมือนการนั่งบน Honda City Turbo RS แบบเป๊ะ ๆ ยกเว้นเมื่อมองกลับไปที่กระจกมองหลัง จะรู้สึกได้เลยว่า เฮ้ย ไหงมันกว้างอย่างนี้ เพราะเบาะถูกถอยออกไปมากกว่า และกระจกหลังก็ถอยออกไปไกลกว่าแบบเห็นได้ชัด ซึ่งมันทำให้เวลามองไปแล้วมันไม่อึดอัดเลย และเมื่อไปนั่งที่แถวหลัง จะสัมผัสได้ถึงความกว้างแบบสุด ๆ ตัว Leg Room มันเหลือเยอะจนแทบจะเดาะบอลได้ นั่งได้สบายไม่อึดอัดเลย นี่คือความดีความชอบการการเป็นรถ Hatchback จริง ๆ (ใครอยากรู้การนั่งขับแบบละเอียด ลองย้อนไปอ่าน “Test Drive: รีวิว ทดลองขับ All-New Honda City Turbo RS แรงก็ได้ ประหยัดก็ดี ขับหนีคันอื่นสบาย” ได้เลยครับ)

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

เครื่องยนต์ของ Honda City Hatchback RS ถือเป็นเครื่องรถ ECO Car ที่ให้พละกำลังสูงสุดแล้ว ทั้งแรงม้าที่ 122 ตัว กับแรงบิดที่ 173 นม. มันเลยทำให้การขับรถไซส์ไม่ใหญ่แต่เครื่องแรงดี มันทำได้สนุกพอตัวเลย โดยเฉพาะการขับในเมืองที่ต้องการแรงต้นมาไวหน่อย ก็จะทำให้เราขับรถเข้าช่องต่าง ๆ ได้สนุกสนานมากขึ้น ถึงแม้ว่าช่วงต้นจะมีรั้งเอาไว้เล็กน้อย แต่พอหลุดช่วงแรกไปก็วิ่งสวนยาวได้เลย รวมทั้งน้ำหนักของพวงมาลัยที่พอดี๊พอดีกับการขับเสียจริง มันไม่เบาเกินไป ไม่หนักเกินไป ใช้ได้พอดีทั้งในเมืองและนอกเมือง ถือเป็นการเซ็ตติ้งพวงมาลัยไฟฟ้าออกมาจากทางฮอนด้าที่ดีเยี่ยมเลย

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

สิ่งที่เจอความต่างบน Honda City Hatchback RS กับรุ่น City Turbo ที่เป็นแบบซีดานนั้น ก็คือความนุ่มของช่วงล่างครับ พอจับอาการได้เลยว่าในรุ่น Hatchback นั้นมีความกระด้างเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้บางครั้งจะสัมผัสถึงความไม่เรียบของตัวถนนได้มากกว่า อันนี้เดาว่าจะจะเป็นการทำเผื่อหลังคาด้านหลังที่มีลักษณะสูงกว่า ถ้าเซ๊ตติ้งเท่าเดิมที่จะได้เพิ่มเติมคืออาการโยนด้านท้ายช่วงเข้าโค้ง ทำให้ต้องเซ็ตมาแข็งกว่าหน่อยเพื่อให้การเข้าโค้งยังคงทำได้ดีเท่าเดิมนั่นเอง ซึ่งมันก็ยังทำได้ดีอยู่จริง ๆ

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

ถ้าให้ดูถึงระบบความปลอดภัยกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ให้มาบน Honda City Hatchback RS ก็ถือว่าให้ของที่ควรมีมาตามความจำเป็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน เรื่องนี้ก็จะดูด้อยไปเล็กน้อย เพราะเอาจริง ๆ พวกระบบเตือนมุมบอดด้านข้างกับเซ็นเซอร์รอบคัน ก็ควรมีมาให้หน่อยเนอะ และอุปกรณ์บางอย่างมันก็ไม่มี พวกปรับระยะเวลาการหน่วงของที่ปัดน้ำฝนก็ทำไม่ได้ ไฟส่องกระจกแต่งหน้าบนบังแดดก็ไม่มี มันเป็นเรื่องจุกจิกที่ซื้อรถราคาขนาดนี้แต่ไม่มีของพวกนี้ มันน่าหงุดหงิดใจเล็กน้อยได้เหมือนกัน

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

และอีกอย่างที่พบบน Honda City Hatchback RS แล้วมันไม่ถูกใจเท่าไหร่ คือการเก็บเสียงช่วงความเร็วสูง ผมรู้สึกว่ามันทำได้ไม่ดีเท่าตัว Sedan เลย เพราะช่วงความเร็วมันจะมีเสียงเหมือนยางบดถนนกับเสียงลมที่เข้ามาเล็กน้อยตรงขอบกระจก ที่ผมพบเสียงนี้บนรุ่น Sedan ที่ความเร็วมากกว่าคันนี้ประมาณหนึ่งเลย อันนี้ไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าเกิดจากอะไร เพราะเอาจริงชิ้นส่วนหรือการออกแบบก็น่าจะใกล้เคียงกัน

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

แต่สิ่งที่ผมชอบบน Honda City Hatchback RS ก็คือเรื่องเครื่องเสียงครับ ลำโพงที่ให้มา 8 ตำแหน่งให้เสียงได้ครบย่านพอสมควร เอาล่ะ มันก็ไม่ได้ถึงกับกระหึ่มไพเราะเสนาะหู แต่ถ้าเทียบกับในระดับเดียวกัน ที่ส่วนใหญ่แล้วเอาไว้ฟังข่าวถึงจะเพราะหู ฟังเพลงได้ไม่เอาไหนเสียส่วนใหญ่ นี่ก็ถือว่าดีแล้วสำหรับรถระดับนี้ครับ

Honda City Hatchback

มาว่ากันเรื่องอัตราเร่ง 0-100 ของ Honda City Hatchback RS กันหน่อยดีกว่า รอบนี้เหมือนเดิมครับ ใช้แอพ iBolid 0-100 บน iPhone 11 จับเวลา ลองทั้งหมด 3 รอบ ได้เวลาออกมาดังนี้ครับ

ครั้งที่ 1 - 10.42 วินาที

ครั้งที่ 2 - 10.52 วินาที

ครั้งที่ 3 - 10.49 วินาที

เฉลี่ย - 10.48 วินาที

อัตรานี้ บอกได้เลยว่าดีกว่าตัวเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรของ Honda City ตัวโฉมเดิมด้วยซ้ำ และเผลอ ๆ จะได้ไกล้เคียงกับรถเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเอาเสียด้วย แบบนี้ จะไม่ให้ขับสนุกได้อย่างไรล่ะครับ

Honda City Hatchback

ส่วนอัตราความประหยัดของ  Honda City Hatchback RS แบ่งออกเป็นใช้งานในชีวิตประจำวันแถบในเมือง มีขับไหล, จอดรถติดแถบลาดพร้าว วิ่งได้คล่องตัวแถบชานเมือง ระยะทางรวมประมาณ 175.3 กิโลเมตร ได้อัตราเฉลี่ยบนหน้าจอออกมาที่ 12.1 กิโลเมตร/ลิตร ถามว่าเยอะไหม ก็ไม่เยอะนะ แต่ถ้ามองภาพรวมความเป็นรถ Eco Car มันก็ดูจะเยอะเกินไปหน่อย

Honda City Hatchback

ส่วนการทดสอบทางไกล ใช้ความเร็วย่าน 100-120 กม./ชม. มีช้าบ้างตามสถานการณ์รถบรรทุกเยอะ ระยะทางวิ่งได้ประมาณ 60.4 กิโลเมตร ได้ตัวเลขออกมาที่ 18.3 กิโลเมตร/ลิตร ตัวเลขนี้ ค่อยดูเป็นรถ ECO Car หน่อย

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

ขับมาได้ระยะประมาณเกือบ 400 กิโลเมตร ได้ความรู้สึกบน  Honda City Hatchback RS ดังนี้ครับ

ชอบ

  • กว้างมาก โดยเฉพาะเมื่อมองจากที่นั่งคนขับผ่านกระจกมองหลัง เบาะกับกระจกหลังมันดูห่างจากเราไกลสิ้นดี ดูไม่อึดอัด
  • ยังคงเป็นรถที่ขับสนุก จากเครื่องยนต์และพวงมาลัยที่ตอบสนองได้ดีมาก
  • เครื่องเสียงดีระดับท็อปจากรถในเลเวลเดียวกัน

ไม่ชอบ

  • เรื่องเก็บเสียงน่าจะทำได้ดีกว่านี้
  • ตัดอุปกรณ์จุกจิกไป พวกไฟส่องกระจกแต่งหน้า หรือปรับระดับความหน่วงของที่ปัดน้ำฝนน่าจะมีให้

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback

Honda City Hatchback RS ตั้งราคาขายเอาไว้ที่ 749,000 บาท แพงกว่ารุ่น Sedan ที่เป็นตัวแต่ง RS อยู่ 1 หมื่นบาท แต่ได้ความกว้างของที่นั่งด้านหลัง ผมว่าก็คุ้มอยู่นะ และถ้าใครที่ชอบความแรงของรถระดับไม่แพ้เครื่อง 2.0 ได้ง่าย ๆ, ขับง่าย, ขับสนุก, ราคาไม่แรง รถยนต์ใหม่คันนี้ก็ตอบโจทย์ของคุณได้อย่างแน่นอน

Honda City Hatchback

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ