Test Drive: ทดลองขับ Honda Civic 1.5 Turbo RS MY2019 ปลอดภัยเต็มเปี่ยมด้วย Honda Sensing

ระบบความปลอดภัยในรถยนต์สำหรับตลาดเมืองไทยนั้น อาจจะยังเป็นเรื่องใหม่ที่คนไทยยังคงให้ความสำคัญไม่มากเท่าต่างประเทศ แต่มันก็เริ่มเป็นจุดที่เอาไว้ดึงดูดได้เวลาคนต้องการซื้อรถยนต์สักคัน แต่ก็ต้องยอมรับว่า รถยนต์ที่จะมีระบบความปลอดภัยอยางครบถ้วนนั้น ส่วนใหญ่จะยังคงมีอยู่เฉพาะในรุ่นที่เป็นตัวท็อปของค่ายเท่านั้น

Honda Civic 1.5 Turbo RS

ถอยหลังไปสักประมาณปี 2016 คนไทยเริ่มได้รู้จักกับระบบความปลอดภัยของฮอนด้า ที่เรียกกันว่า Honda Sensing เปิดตัวมาในรถยนต์ใหม่ Honda Accord Hybrid ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยระบบความปลอดภัยรวมเอาไว้หลายอย่าง ทั้ง Adaptive Cruise Control (ACC), Collision Mitigation Braking System (CMBS), Lane Keeping Assist System (LKAS), Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW) ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ช่วยเตือนและควบคุมให้รถสามารถขับขี่ได้ด้วยความปลอดภัยมากขึ้น แต่มันก็ยังอยู่เฉพาะในตัวท็อปเท่านั้น

Honda Civic 1.5 Turbo RS

ผ่านไปอีกเพียง 2 ปี ทางฮอนด้า ก็ตัดสินใจเอาระบบความปลอดภัยอย่าง Honda Sensing มาลงในตัวรุ่นน้องอย่าง Honda Civic บ้าง เพื่อต้องการเสริมความแข็งแกร่งในด้านความปลอดภัยให้มาอยู่ในรุ่นรองลงมาได้มากขึ้น โดยทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงงาน Motor Expo ครั้งที่ผ่านมาเมื่อปลายปีที่แล้ว

Honda Civic 1.5 Turbo RS

และในที่สุดก็ได้เป็นฤกษ์งามยามดี ที่ทาง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการเชิญนักข่างทั้งสายยานยนต์และอื่น ๆ เข้ามาร่วมทดสอบ Honda Civic MY2019 โดยที่ผมเองในฐานะทีมงานของ AUTODEFT ก็ได้มีส่วนร่วมกับการเดินทางในครั้งนี้เช่นกัน โดยเส้นทางในการเดินทางนั้น จะเป็นการออกตัวที่ศูนย์ฝึกอบรมของฮอนด้า แถวนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ถ. เสรีไทย ไปจบที่ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ไป-กลับ รวมระยะทางกว่า 370 กิโลเมตร โดยจะเน้นทดสอบระบบ Honda Sensing เป็นสำคัญ

Honda Civic 1.5 Turbo RS

รูปร่างหน้าตาของ Honda Civic MY2019 นั้น จะยังคงหน้าตา รูปร่างที่เหมือนเดิมทุกประการ ต่างไปก็ตรงในรุ่น RS นั้น จะมีเพิ่มระบบความปลอดภัย Honda Sensing เข้ามาด้วย (มีรุ่นเดียว) แต่ก็ขอมาย้อนเรื่องสเปกคร่าว ๆ ของรถคันนี้เสียหน่อย โดย Honda Civic 1.5 Turbo RS นั้น จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร DOHC VTEC Turbo ที่ให้กำลัง 173 แรงม้า แรงบิด 220 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ระบบ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ตัวมิติรถก็ยังเท่าเดิม คือขนาด 4,648 x 1,799 x 1,416 มม. (ยาวxกว้างxสูง) กระจังหน้าใหม่ รวมทั้งปรับในส่วนของไฟหน้าที่เป็นทั้ง LED และ Projectorแบบใหม่ พร้อมไฟ Daytime กันชนหน้าดีไซน์ใหม่, เพิ่มกรอบโครเมี่ยมกับกรอบดำ C Shape รอบ ๆ ไฟตัดหมอก กันชนหลังเพิ่มความหรูหราด้วยลายเส้นโครเมี่ยมพาดยาวตลอดชายกันชนหลัง ล้อแม็กซ์อัลลอยสีเข้ม ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/50 R17

Honda Civic 1.5 Turbo RS

ภายในกว้างขวางสะดวกสบายด้วยเบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ผสานความสปอร์ตในทุกรายละเอียด มาพร้อมความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นที่เหนือระดับ อาทิ ระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI ระบบเบรกมือไฟฟ้าให้การใช้งานสบายขึ้น ปุ่ม Push Start พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) ที่สามารถสั่งการได้จากระยะไกล เพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง สบายด้วยเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา

Honda Civic 1.5 Turbo RS

และแน่นอนว่า ใน Honda Civic 1.5 Turbo RS 2019 นั้น โดดเด่นในเรื่องของความปลอดภัยอย่าง Honda Sensing ที่มีหลากหลายอย่างให้เราได้ลองทดสอบในวันนี้ โดยในวันนี้ผมจะขอกล่าวถึงเฉพาะเรื่องของระบบความปลอดภัยตัวนี้เท่านั้นครับ เพราะเรื่องการขับขี่นั้น ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม โดยสามารถดูผลการทดสอบได้ที่ Full Review Honda Civic 2016 1.5 Turbo RS เลยครับ

Honda Civic 1.5 Turbo RS

เราคงต้องมาดูกันก่อนว่า ในระบบความปลอดภัย Honda Sensing นั้น มันมีอะไรอยู่บ้าง โดยใน Honda Civic 1.5 Turbo RS 2019 จะมีดังนี้ครับ

· ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

· ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

· ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

· ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)

· ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

ถ้าดูแล้ว จะเห็นได้ว่า ระบบความปลอดภัยที่ใส่มานั้น จะมีมากหกว่าใน Honda Accord Hybrid อยู่ 1 ตัว นั่นก็คือ ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ นั่นเอง แต่เราก็เชื่อกันว่า ในช่วงมีนาคมที้ ที่จะมีการเปิดตัว Honda Accord รถยนต์ใหม่ 2019 ก็จะใส่มาด้วยเช่นกัน

Honda Civic 1.5 Turbo RS

ทีนี้ เราก็ลองมาไล่ทีละระบบว่า มันทำงานอย่างไร และช่วยให้ปลอดภัยได้อย่างไรบ้าง เริ่มต้น กับระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) กันก่อนเลย ระบบนี้จะตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้าและใกล้เคียงอยู่ตลอดเวลา ระบบจะทำการคำนวนระยะห่างและความเร็ว และเมื่อไหร่ก็ตามที่ระบบสามารถตรวจจับวัตถุที่ขวางหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นรถ, คน หรือสิ่งของอื่น ๆ และประเมินแล้วว่ามีโอกาสวิ่งพุ่งเข้าชนได้ ระบบจะทการเตือนทั้งไฟสีสมที่กระพริบตรงหน้าจอแสดงผลตรงผู้ขับขี่, สัญญาณเสียงเตือน รวมทั้งการสั่นที่พวงมาลัย เพื่อเตอนให้คนขับต้องทำการเบรกหรือหันพวงมาลัยหนี แต่ถ้ายังไม่มีการตอบสนอง ระบบจะทำการเบรกให้เองโดยอัตโนมัติก่อน เพื่อรอให้คนขับได้กดเบรกเพื่อเสริมกำลังเข้าไปอีกที

Honda Civic 1.5 Turbo RS

ขยับต่อมาต่อกันที่ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ซึ่งระบบนี้ เราอาจจะเคยคุ้นกับระบบ Cruise Control ที่ตั้งความเร็วโดยอัตโนมัติได้ โดยที่เราไม่ต้องกดคันเร่ง แต่มันเป็นการใช้ความเร็วระดับเดียวกับที่ตั้งเอาไว้ แต่ในระบบที่อยู่ใน Honda Sensing นั้น มันจะเจ๋งกว่านั้น โดยมันสามารถปรับระดับความเร็วได้ตามความเร็วของรถคันข้างหน้า อย่างเช่น ถ้าเราตั้งระบบ Adaptive Cruise Control เอาไว้ 120 กม./ชม. แล้วรถคันหน้านั้นวิ่งแค่ 80 กม./ชม. ระบบระปรับความเร็วให้เท่ากับรถคันข้างหน้าโดยอัตโนมัติ และระบบนี้จะสามารถทำงานได้จนรถหยุด เพียงแต่ว่าถ้ารถมีการเคลื่อนตัว เราเพียงแค่ต้องกดปุ่มเริ่มทำงานใหม่บนพวงมาลัย หรือแตะคันเร่งไปเบา ๆ รถก็จะกลับไปทำความเร็วตามที่เราตั้งไว้ได้เอง

Honda Civic 1.5 Turbo RS

ต่อมากับระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ซึ่งจะช่วยให้รถสามารถคงอยู่ในเส้นทางได้เองโดยอัตโนมัติ อย่างเช่นถ้าเราขับรถไป และมีเส้นจราจรอย่างชัดเจน เมื่อเราขับไปถึงทางโค้งเล็กน้อย ที่เราจะต้องหมุนพวงมาลัยตามไป แต่ระบบนี้จะช่วยหมุนพวงมาลัยให้เราโดยอัตโนมัติ นอกจากลดอาการเหนื่อยล้าจาการขับขี่แล้ว ยังช่วยได้เรื่องความปลอดภัยได้อีกด้วย

Honda Civic 1.5 Turbo RS

ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW) เป็นระบบที่น่าจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในเมืองไทยได้อย่างดี เพราะระบบนี้จะทำงานควบคู่กัน 2 ระบบการเตือน และระบบควบคุม อย่างเช่นถ้าเราขับรถไปข้างหน้า แล้วดันเผลอมองออกไปด้านข้างหรือก้มเก็บของ แล้วรถเกิดอาการเอียงเข้าไปหาเลนด้านข้าง ระบบจะทำการเตือนด้วยการสั่นที่พวงมาลัย พร้อมการเตือนด้วยสัญลักษณ์บนหน้าจอ แต่ถ้ายังไม่มีการตอบสนอง ระบบควบคุมจะช่วยเข้ามาหักพวงมาลัยให้กลับมาอยู่ในเส้นทางได้อีกครั้ง ช่วยให้ลดอัตราเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้

Honda Civic 1.5 Turbo RS

ส่วนระบบสุดท้ายที่เสริมเข้ามา คือระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) ซึ่งเราอาจจะมองว่า มันจะช่วยเรื่องความปลอดภัยได้อย่างไร จริง ๆ แล้ว การปรับไฟหน้าให้อยุ่ในระดับ สูง-ต่ำ ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยลดอุบัติเหตุได้มากจริง ๆ อย่างเช่น ถ้าเราขับรถไปในที่มีความมืดอย่างมาก ไฟถนนไม่มี ถ้าเรายังคงใช้ไฟต่ำอยู่ เราจะมีวิสัยทัศน์การมองเห็นอย่างมากก็ 20 เมตร เราจะไม่สามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลกว่านั้นได้เลย และเมื่อเราเห็นวัตุที่ขวางหน้าอยู่ ก็ไม่สามารรถแก้ไขได้ทันแล้ว ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แต่ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ จะทำการเปิดไฟสูงให้เองเมื่อตรวจจับแล้วไม่พบไฟหน้าหรือไฟท้ายของรถคันอื่นที่อยู่ด้านหน้า ช่วยให้ระยะการมองเห็นของเรานั้นไกลขึ้นอีกมาก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่รถตรวจจับเจอไฟที่เป็นไฟหน้าของรถที่สวนมา หรือไฟท้ายของรถที่วิ่งตาม ระบบจะทำการปรับไฟหน้าให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งปกติ เพื่อไม่ให้ไปรบกวนสายตารถที่อยู่ด้านหน้าของเรา นอกจากลดอุบัติเหตุแล้ว ก็ยังลดการมีเรื่องกับรถคันอื่นได้อีกด้วย

Honda Civic 1.5 Turbo RS

สำหรับการทดสอบในรอบนี้นั้น ถือว่าได้ลองระบบ Honda Sensing กันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะระบบ ควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ ที่ผมได้ลองใช้งานมากที่สุด มันลดอาการเหนือ่ยล้าของคนขับได้อย่างดี โดยเฉพาะบนทางหลวงที่มีรถปริมาณหนาแน่นเล็กน้อย เราไม่ต้องคอยเหยียบเบรก, คันเร่งสลับกันไป ให้ระบบคิดเอง ทำเองได้เกือบทั้งหมด แต่สุดท้ายแล้ว ถึงแม้ระบบจะดีมากขนาดไหน เราในฐานะผู้ขับขี่ ก็ต้องมีสมาธิอยู่กับถนนตลอดเวลาเช่นเดิม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเราเองและเพื่อร่วมถนน

Honda Civic 1.5 Turbo RS

การที่ฮอนด้าเลือกจะติดตั้งระบบ Honda Sensing ลงใน Honda Civic 1.5 Turbo RS 2019 นั้น ผมถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่ค่ายรถเริ่มหันมาเอาใจใส่เรื่องความปลอดภัยกับลูกค้ามากขึ้น และไม่ได้ใส่เอาไว้บนรุ่นแพงสุดของค่ายตัวเองเท่านั้น กับราคา 1,219,000 บาท ผมว่าคุ้มค่ามาก แต่มันจะดีที่สุดถ้าฮอนด้าและค่ายอื่น ๆ ที่จำหน่ายอยู่ในประเทศไทย จะเอาระบบความปลอดภัยของตัวเองมาใส่ในทุกรุ่นที่จำหน่าย ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนนได้อีกมากแน่นอน

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ