Test Drive: รีวิว ทดลองขับ MG HS 1.5 Turbo X อเนกประสงค์​ครบครันสุดคุ้ม ในราคาสุดว้าว

เมื่อกล่าวถึงอเนกประสงค์ใหม่ดาวเด่นสักรุ่นในปีนี้ หลายๆ ท่านน่าจะนึกถึงรถใหม่อย่าง MG HS ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่มาพร้อมออพชั่นมากมาย กับราคาค่าตัวที่เรียกเสียงฮือฮาอย่างมาก รวมไปถึงการออกโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า 1,000 คันแรก รับส่วนลดเพิ่มพิเศษ ส่งผลให้ราคาค่าตัวของรถถูกมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นไม่ถึง 9 แสนบาท เรียกได้ว่าออพชั่นเทียบกับราคาแล้วคุ้มค่าไม่น้อย

และในครั้งนี้ทางทีมงานก็ได้รับเชิญจากทาง เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) ให้มาร่วมขับทดสอบอเนกประสงค์ดาวเด่นรุ่นนี้ MG HS ใหม่ กับการขับขี่ใช้งานจริงทั้งในเมืองที่มีการจราจรที่หนาแน่น และการขับขี่ออกนอกเมือง โดยในครั้งนี้มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ ตลอดระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตร มีการทดสอบขับขี่ทั้งในเมือง นอกเมือง และเส้นทางเลนสวนโค้งไปมาช่วงเส้นทางเขาใหญ่ ทำให้ได้สัมผัสความประทับใจและประสบการณ์การขับขี่รถยนต์จากเอ็มจีรุ่นใหม่นี้

รถใหม่ MG HS

แรกเห็นภายนอก MG HS ใหม่ มาพร้อมกับงานออกแบบดีไซน์ตัวรถใหม่หมด เส้นสายตัวรถมีความโค้งมนในสไตล์ของรถหรูแดนยุโรป ขนาดตัวถังภายนอกดูใหญ่โตและหรูหรา การออกแบบตัวถังเองเด่นด้วยเส้นสายแบบ British Shoulder Line เน้นเรื่องความโค้งมน กระจังหน้าดีไซน์เอกลักษณ์แบบ MG พร้อมการตกแต่งส่วนของกระจังหน้าที่เพิ่มความหรูหราด้วยแนวคิด Stella Magnetic Field ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่ดึงดูดเข้าหากัน ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวแบบ LED Projector พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) และไฟท้ายแบบ LED Space Light Field โดยไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังแสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential ในสไตล์รถหรู และในรุ่นท็อปสุดที่ทีมงานได้ขับทดสอบนี้ รุ่น X มาพร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว ตัวรถมีมิติความยาว 4,574 มม. กว้าง 1,876 มม. สูง 1,664 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,720 มม. ความสูงระยะต่ำสุดจากพื้น 145 มม. มีความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร รวมไปถึงวงเลี้ยวแคบสุด 5.95 เมตร

รถใหม่ MG HS
รถใหม่ MG HS

ภายในรถใหม่ MG HS ตกแต่งมาในธีมสปอร์ตหรูหรา เลือกใช้วัสดุหุ้มที่ให้ความรู้สึกนุ่ม Soft Touch มีการเลือกใช้สีดำตัดแดงอย่างชัดเจน เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าดีไซน์ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara ซึ่งจากการนั่งจริงให้ความรู้สึกที่โอบกระชับตัวได้อย่างดี แม้ตัวหมอนรองศีรษะจะปรับระดับไม่ได้ แต่สำหรับตัวผู้ทดสอบที่มีความสูง 175 ซม. สามารถนั่งขับขี่และโดยสารที่เบาะหน้าได้อย่างสบายและกำลังดี ตัวเบาะที่นั่งยังมาพร้อมตัวปรับดันหลัง และเบาะที่นั่งด้านหน้าฝั่งผู้ขับก็สามารถปรับสูงต่ำได้ เบาะหลังและพื้นที่ด้านหลังกว้างขวางนั่งสบาย ตัวเบาะเองสามารถปรับพับได้แบบ 60:40 มาพร้อมพนักพิงปรับองศาได้และมีที่วางแขนขนาดใหญ่ พร้อมตำแหน่งวางแก้วและช่องเก็บของ

รถใหม่ MG HS

นอกจากนี้ในห้องโดยสารยังได้ติดตั้งไฟห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตู และสามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี ผ่านหน้าจอกลางขนาดใหญ่ ทั้งยังเพิ่มความหรูด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ขนาดใหญ่ 1.1 ตารางเมตร ในรุ่นท็อปสุด

รถใหม่ MG HS
รถใหม่ MG HS

ทั้งนี้ยังได้ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบปฎิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย จอกลาง Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว มีระบบนำทางพร้อมแสดงสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ติดตั้งมาให้ มีข้อมูลพยากรณ์อากาศ สามารถฟังเพลงแบบออนไลน์ true music รวมไปถึงการดูข่าวที่น่าสนใจที่แบ่งตามหมวดหมู่เอาไว้ หรือเลือกสั่งการผ่าน MG Mobile Application บนสมาร์ทโฟน และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ที่ใช้การควบคุมผ่านจอกลางด้วยเช่นกัน โดยมีปุ่มกดบริเวณใต้ช่องปรับอากาศตรงกลางด้านหน้า ทำหน้าที่เป็นปุ่มคีย์ลัดในการใช้งานหน้าจอกลาง เพื่อการควบคุมระบบต่างๆ

รถใหม่ MG HS

รถใหม่ MG HS
รถใหม่ MG HS

ยังไม่หมด หน้าปัดของ MG HS ใหม่ ยังมาพร้อมหน้าจอแบบดิจิตอล Interactive Multi – Function  Display ขนาด 7 นิ้ว ที่มีสีสันสวยงามพร้อมฟร้อนสวยงามอ่านง่าย แต่อาจจะมีขนาดเล็กไปหน่อยบางการแสดงผลสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งรวบรวมการแสดงข้อมูลไว้ครบครัน ทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง

รถใหม่ MG HS

ทั้งนี้ผู้โดยสารแถวหลังยังเย็นสบายด้วยช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และมีช่อง USB 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายด้วยกุญแจระบบ Smart Key และปุ่ม Push Start สีเงินสไตล์สปอร์ตนอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า (Electric Liftgate) เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมาให้อีกด้วย

รถใหม่ MG HS

ในช่วงของการขับทดสอบ เริ่มต้นจากย่านฝั่งธน ก่อนมุ่งหน้าข้ามสะพานสาทรที่มีการจราจรหนาแน่นจนถึงขั้นติดหนัก การขับขี่ MG HS ใหม่ ก็ได้ให้ความคล่องตัว พวงมาลัยที่เบากำลังดี สามารถควบคุมรถเปลี่ยนเลนได้ง่าย และสิ่งที่ประทับใจไม่เคยเปลี่ยนจากค่ายเอ็มจี ก็คือระบบช่วงล่างที่ออกแบบและปรับเซ็ตมาได้ค่อนข้างลงตัวมากๆ โดยเฉพาะในอเนกประสงค์ใหม่รุ่นนี้ ก็ได้เน้นความนุ่มนวลของช่วงล่างที่เพิ่มมากขึ้น 

รถใหม่ MG HS

ไม่ว่าจะต้องขับขี่ผ่านสภาพถนนที่ไม่เรียบ มีหลุมมีบ่อ ช่วงล่างก็สามารถซับแรงสะเทือนได้อย่างดี ไม่ได้รู้สึกว่าสั่นสะเทือนหรือตัวรถมีอาการโยนจากการขับขี่ผ่านพื้นผิวที่ขุรขระเท่าใดนัก เรียกได้ว่าหากมีผู้ใหญ่นั่งโดยสารอยู่ด้วย คุณจะไม่โดนบ่นแน่นอน ต้องขอขอบคุณช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension ที่ให้ทั้งความสบายและความมั่นใจในการขับขี่ ที่ด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link 

รถใหม่ MG HS

และเมื่อยามขับขี่ออกต่างจังหวัด ที่มีการใช้ความเร็วสูงขึ้น ตัวรถก็ได้มอบความสบายได้ดีตลอดการเดินทาง ความเงียบในห้องโดยสารนับเป็นอีกเรื่องที่ทาง MG ทำมาได้อย่างดี การวิ่งที่ความเร็ว 120 กม./ชม. แทบไม่ได้ยินเสียงลมเข้ามาเลย หรือแม้แต่เสียงเครื่องยนต์เองก็แทบจะไม่ได้ยินเช่นกัน มีเพียงจังหวะที่เรียกกำลังหนักๆ จึงได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามเข้ามาบ้าง

รถใหม่ MG HS

ด้านขุมกำลัง MG HS ใหม่ ทั้งหมดมากับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 162 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตันเมตร ในรอบที่ต่ำ 1,700-4,400 รอบต่อนาที พร้อมส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ก็ได้เปลี่ยนความรู้สึกเดิมๆ ที่มีต่อ MG GS ให้หมดไป เกียร์มีการเปลี่ยนที่สมูธและสามารถตอบสนองการเร่งความเร็วได้แบบไหลๆ ต่อเนื่อง หากแต่คุณเป็นคนเท้าหนัก และชอบออกตัวแบบทันทีทันใด MG HS ใหม่ อาจจะยังตอบสนองความต้องการนี้ไม่ได้ในทันที ซึ่งบุคลิกของรถนั้นเน้นการออกตัวที่นุ่มนวล แต่สามารถไต่ระดับความเร็วได้อย่างต่อเนื่องรวดเร็วหลังจากที่ขับขี่ออกตัวไปแล้วระยะนึงไม่นานนัก

รถใหม่ MG HS

เมื่อให้พูดถึงภาพรวมของพละกำลัง และอัตราเร่งของรถแล้วนั้น เรียกได้ว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไปแล้ว สามารถตอบสนองได้ดี แม้ว่าอาจจะไม่ได้มีอัตราเร่งที่ปรู๊ดปร๊าด กดแล้วพุ่งออกเลยในทันที แต่สำหรับการขับขี่โดยทั่วๆ ไป นั้นเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน สามารถตอบสนองการเดินทางไกลได้แบบสบายๆ มีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้งานหลากหลายถึง 4 โหมด คือ โหมด Normal สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป โหมด Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โหมด Sport  เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และโหมด Custom ที่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ พร้อมทั้งโหมด Super Sport ที่สามารถกดเรียกอัตราเร่งได้จากปุ่มกดบนพวงมาลัยได้ในทันที ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเร่งแซงได้อย่างดี แต่คนนั่งข้างๆ หรือผู้โดยสารอาจจะไม่ถูกใจนัก เพราะความนุ่มนวลในการขับขี่จะลดลงไปในทันทีเช่นกัน

ครั้นในช่วงวิ่งด้วยความเร็วกลาง การเติมคันเร่งเพิ่มความเร็วก็สามารถเรียกกำลังได้อย่างต่อเนื่อง สามารถเร่งแซงได้มั่นใจ บวกกับช่วงล่างที่สามารถซับแรงได้อย่างดี และพวงมาลัยที่ขับขี่ได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องคอยประคองให้รู้สึกเหนื่อยล้า ก็ทำให้การขับขี่เดินทางไกลนั้นไม่ได้รู้สึกว่าเหนื่อล้าแต่อย่างใด ใครที่ต้องขับขี่เดินทางไกลเป็นประจำนั้น MG HS ใหม่นี้ สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่มอบความสบายได้อย่างดีเยี่ยม 

รถใหม่ MG HS

ทั้งยังมีตัวช่วยอย่างระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) ที่ทำงานประสานกัน ก็ยิ่งทำให้การขับขี่เดินทางไกลนั้นสะดวกมากๆ เพียงแค่คุณต้องคอยประคองพวงมาลัยไว้เล็กน้อย ระบบก็จะช่วยคุณประคองรถให้อยู่ในเลน ทั้งยังรักษาระดับความเร็วที่ตั้งไว้ และช่วยระวังรถทางด้านหน้าและรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย 

และเมื่อมีการชะลอความเร็วจนรถจะต้องหยุด และหยุดไม่เกิน 3 วินาที ตัวรถที่เซ็ตระบบทั้งหมดอยู่นี้ ก็จะเคลื่อนที่ออกไปเองต่ออัตโนมัติ ช่วยลดความเมื่อยล้าได้ดีเลยทีเดียว และยังคงมี Auto Brake Hold ที่จะช่วยหยุดรถให้คุณแม้อยู่ในตำแหน่งเกียร์ D และเมื่อต้องการเดินหน้าไปต่อ ก็เพียงแต่เดินคันเร่งไปได้เลย

รถใหม่ MG HS

และในส่วนระบบเบรกที่ปรับเซ็ตน้ำหนักของแป้นเหยียบที่เบา ได้ให้ความมั่นใจในการชะลอเบาเบรก สามารถกะระยะการเบรกได้ง่าย ซึ่งไม่ต้องใช้ความเคยชินสักพักก่อนการขับ เรียกได้ว่าถ้ามีผู้โดยสารนั่งกันมาหลายๆ ท่าน การเบรกในแต่ละจังหวะจะไม่ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกนั่งไม่สบายแต่อย่างใด หากแต่คุณกดเบรกลึกระบบเบรกก็พร้อมทำงานได้อย่างมั่นใจ นับเป็นรถที่ใครๆ ก็สามารถกระโดดขึ้นมาขับได้เลยอย่างมั่นใจ แต่อาจจะต้องทำความเคยชินกับการเรียกกำลังในการจะเติมคันเร่งมากหรือน้อยในแต่ละจังหวะเท่านั้น ซึ่งใช้เวลาไม่นานคุณก็จะรับรู้จังหวะและบุคลิกของรถรุ่นนี้ได้ไม่ยาก

รถใหม่ MG HS

และจากการขับทดสอบในครั้งนี้ ทางทีมงานได้ทดลองจับเวลาอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ของ MG HS ใหม่ โดยใช้โหมดการขับขี่ Normal ในการทดสอบ มีน้ำหนักผู้ขับขี่หนึ่งท่านบวกผู้โดยสารอีกหนึ่งท่าน รวมไปถึงสัมภาระเป็นกระเป๋าเป้ 2 ใบ สามารถทำเวลาได้เฉลี่ย 10.82 วินาที และส่วนของอัตราสิ้นเปลืองอ้างอิงจากตัวเลขบนหน้าปัด เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งต้องบอกว่ามีการขับขี่ทั้งในเมืองที่มีการจราจรติดขัดถึงขั้นจอดหยุดนิ่งหลายนาที รวมไปถึงการใช้ความเร็วในการเร่งแซงบ่อยครั้ง มีการทดลองขับขี่ในโหมด Sport และ Super Sport หลายจังหวะ ทำให้ค่าเฉลี่ยการขับขี่ทั้งหมดจึงออกมาเป็นตัวเลขดังกล่าว

รถใหม่ MG HS

หลังจากที่ได้ทดลองขับและโดดมานั่งที่ส่วนของทั้งผู้โดยสารด้านหน้า และเป็นผู้โดยสารแถวหลังแล้วนั้น การนั่งโดยสารตอนหน้าแม้ตัวเบาะปรับสูงต่ำไม่ได้ แต่ให้ทัศนวิสัยในแบบรถ SUV ยกสูง ตัวเบาะสามารถโอบกระชับสรีระได้แทบทุกจุด หมอนรองศรีษะที่อาจปรับระดับไม่ได้ แต่ให้ความพอดีในการดันหัว เป็นอีกจุดที่รู้สึกประทับใจมากจากการนั่ง และเมื่อพูดถึงความสบายของเบาะแถวหลังการที่พนักพิงสามารถปรับเอนได้ค่อนข้างมาก ก็ช่วยเพิ่มความสบายได้ดี ทั้งยังมีพื้นที่ช่วงขาที่กว้างเหลือเฟือ

รถใหม่ MG HS

นอกจากสมรรถนะการขับขี่ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีมาให้มากมายใน MG HS ใหม่นี้ มีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาให้ทั้งระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ระบบ Advanced Synchronized Protection System ที่ให้มามากถึง 25 ระบบ ประกอบด้วยระบบ Synchronized Protection System ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรกและช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ 14 ระบบ อาทิ ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP (Anti Rolling Program) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)  และมีอีก 4 ระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา ประกอบด้วย
    • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning) 
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) 
    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) 
    • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) 

รวมไปถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) มากถึง 7 ระบบประกอบด้วย
    • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control) 
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) 
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) 
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) 
    • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)  
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)  
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)  

ทั้งยังเสริมความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุดในทุกรุ่นย่อย และเพิ่มมุมมองที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ  (3D Around View Monitor) ที่ให้ความคมชัดอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งแสดงผลผ่านจอกลางขนาดใหญ่ ที่สามารถเลือกปรับมุมมองได้หลากหลาย ทั้ง 2 มิติ 3 มิติ หรือมุมมองจากกล้องปกติก็สามารถ

รถใหม่ MG HS

และอีกเรื่องสำคัญที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้กับราคารถของ MG HS ที่ตั้งแต่ตอนเปิดตัวก็ได้มอบส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้า 1,000 คนแรก ทำให้ราคารถเริ่มต้นไม่ถึง 9 แสนบาท ซึ่งในขณะนี้โควต้า 1,000 คนแรก ก็ได้ครบไปเรียบร้อย แต่ราคารถปกตินี้ก็นับได้ว่าคุ้มค่ามากทีเดียวกับออพชั่นต่างๆ ที่มีมาให้ โดยราคา MG HS ทั้ง 3 รุ่นย่อย มีดังนี้

New MG HS  รุ่น C ราคา 919,000 บาท
New MG HS  รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
New MG HS  รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท (รุ่นที่ขับทดสอบ)

รถใหม่ MG HS

ทั้งหมดนี้กับรถใหม่นามว่า MG HS ที่ได้มาเป็นตัวแทน MG GS อเนกประสงค์เดิมของค่ายที่อาจจะยังเคยมีความไม่ลงตัวในหลายๆ ด้าน แต่สำหรับ MG HS นี้ ที่นับได้ว่ามาเปลี่ยนภาพใหม่ๆ ให้กับอเนกประสงค์ของค่าย ที่มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะในการขับขี่ที่ตอบสนองได้ดีเกินคาด รวมไปถึงออพชั่นที่ถูกติดตั้งให้มา กับราคาค่าตัวที่เรียกเสียงฮือฮาในตลาดได้อย่างมาก จนทำให้ใครหลายๆ คนสนใจ และมีเป็นหนึ่งในตัวเลือกการตัดสินใจซื้อรถ ซึ่งเมื่อได้ทดลองขับและลองใช้งานจริงแล้ว ถือได้ว่าเป็นรถที่มีดีครบครันเอามากๆ คันหนึ่งเลยทีเดียว... 

รถใหม่ MG HS

สิ่งที่ชอบ
- ช่วงล่างที่นุ่ม และสามารถซับแรงสะเทือนได้อย่างดี
- การเก็บเสียงในห้องโดยสาร
- ออพชั่นที่ให้มากับราคา ถือว่าคุ้มค่าครบครันมากๆ
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) มีการทำงานที่สมูธ สามารถเบรกเพื่อรักษาระยะได้นุ่มนวล รวมไปถึงการเร่งความเร็วขึ้นไปตามที่ตั้งค่าไว้

สิ่งที่ไม่ชอบ
- แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ต้องมีการเข้าโหมด M ก่อน ถึงสามารถใช้งานได้
- ก้านควบคุมระบบ ACC ต้องอาศัยความคุ้นเคยสักพักในการใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ