Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition ใช้แล้วประหยัดจริงหรือ???

ก่อนหน้านี้คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับการใช้งานเครื่องยนต์แบบ Series Hybrid กันสักเท่าไหร่ จนทางนิสสันเริ่มโปรโมทคำว่า “e-POWER” ตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่นผ่านทาง Nissan Note จนมาถึงในประเทศไทยผ่านรถยนต์ใหม่ Nissan Kicks e-POWER นั่นเอง

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-POWER นั้น ทีมงาน AUTODEFT เองได้ทำการทดสอบไปแล้วรวม 2 รอบ ทั้งแบบในสนามสั้น ๆ โดยน้อง TopTaro จนมาถึงตัวผมเองแบบเส้นทางไกลในช่วงปีก่อน ซึ่ง Feeling การขับขี่ที่ได้มาก็เกือบครบถ้วนแล้ว แต่สิ่งที่ขาดไป และเชื่อว่าหลายคนก็อยากรู้ที่สุด ก็คงต้องเป็นเรื่องอัตราการใช้น้ำมัน ว่าระบบนี้มันกินน้ำมันเยอะขนาดไหน รวมทั้งอัตราเร่ง 0-100 ด้วยเช่นกันที่ยังขาดไป

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

เพื่อให้การทดสอบครบถ้วน รอบนี้ผมเลยขอยืมรถทดสอบมาจาก นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กันอีกครั้ง โดยรอบนี้ขอเอามาเป็นรุ่นแต่งพิเศษ Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition มาทำการทดสอบกันเลย เพื่อไม่ให้ซ้ำกับรอบที่แล้ว (จริง ๆ ก็คล้ายกันแหล่ะ แต่จะได้มีอะไรพูดถึงเพิ่มหน่อย 555)

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

ก่อนออกเดินทาง เรามาทบทวนกันก่อนดีกว่าว่า Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition มีรายละเอียดของตัวรถเป็นอย่างไรบ้าง แต่ขออนุญาตคัดลอกบางส่วนมาจาก Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Nissan Kicks e-Power VL รถยนต์ไฟฟ้า ที่มาพร้อมเครื่องปั่นไฟ เพื่อความรวดเร็วนะครับ

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition เป็นรถอเนกประสงค์ขนาด B SUV (หรือบางสื่อบางคนจะเรียก C SUV Entry ก็คงไม่ผิด) มีมิติของตัวรถที่ 4,290 x 1,760 x 1,615 มม. (ยาว x กว้าง x สูง) ฐานล้อกว้าง 2,615 มม. ใต้ท้องสูงจากพื้น 175 มม. เป็นรถอเนกประสงค์ 5 ประตู 2 แถว 5 ที่นั่ง ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชันบีม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ดิสก์เบรก 4 ล้อ ที่ล้อหน้าเป็นจานเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน  ที่คอยห้ามล้อขนาด 17 นิ้ว ที่ใส่มาพร้อมยางขนาด 205/55 R17

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition เป็นรถในรูปแบบไหนกันแน่ แนะนำให้ตั้งใจอ่านช่วงพารากราฟนี้เลยนะครับ เราต้องนิยามก่อนว่า การขับเคลื่อนของรถคันนี้ก็คือการใช้ระบบไฟฟ้า ล้อสามารถหมุนเพื่อพาเราไปที่ต่าง ๆ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส EM57 ซึ่งเป็นรหัสเดียวกับ Nissan Leaf รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมมากที่สุดในโลก เพียงแต่มีขนาด Output ที่เล็กกว่า เลยสามารถผลิตกำลังได้ที่ 95 กิโลวัตต์ แปลงเป็นแรงม้าแบบ PS ได้ 129 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์แบบอัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction (ไม่มีการทดเพิ่ม ทำหน้าที่แค่นำกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าส่งไปสู่ล้อเท่านั้น)  นี่คือตัวหลักที่ทำงานคอยขับเคลื่อนรถยนต์ โดยมอเตอร์ไฟฟ้า จะรับพลังงานไฟฟ้ามาจากแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 1.57 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพื่อเอากำลังไฟตัวนี้ไปหมุนมอเตอร์ไฟฟ้า คำถามคือ แล้วแบตเตอรี่ความจุประมาณนี้ ประมาณเดียวกับรถยนต์ระบบ Hybrid ในตลาดทั่วไป

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition ผมจะขอนิยามว่ามันคือรถยนต์ไฟฟ้านะครับ เพียงแต่ว่าไม่สามารถเสียบปลั๊กเพื่อนำไฟฟ้าจากแหล่งข้างนอกไปเก็บไว้ในตัวรถได้เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า EV ทั่วไป แต่ในระบบ e-Power จะทำการติดตั้ง “เครื่องปั่นไฟ” (ขอเรียกแบบนี้ เพื่อป้องกันการสับสนนะครับ) มาไว้ให้ในตัวรถเลย โดยตัวเครื่องปั่นไปตัวนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ที่ทำงานได้ด้วยการใช้งานเชื้อเพลิงแบบเบนซิน มีความจุของกระบอกสูบที่ประมาณ 1.2 ลิตร 3 สูบแถวเรียง DOHC (Double Overhead Camshaft) 12 วาล์ว CVTC (Continuously Variable valve Timing Control) มีกำลังในการหมุนได้สูงสุด 79 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตร ซึ่ง “เครื่องปั่นไฟ” ตัวนี้ จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนล้อเลย หน้าที่ของมันมีอย่างเดียวคือ สร้างการหมุนตัว Generator เพื่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าเท่านั้น

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition ต้องมากับการออกแบบด้านหน้าให้เป็น DNA ของทางนิสสัน โดยกระจังหน้าเป็นทรง V-Motion ไฟหน้าเป็นทรงบูมเมอแรง ด้วยดวงไฟแบบ LED และ LED Signature Light มี Daytime Running Light  แบบ LED เช่นกัน พร้อมระบบไฟแบบ Follow-me-home เปิด-ปิดได้อัตโนมัติ มีสวิตช์ปรับระดับไฟหน้าได้ด้วยตัวเอง ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED กระจกข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว ตัวไฟแจ้งมุมบอดด้านข้างไม่ได้อยู่บนกระจกเหมือนรุ่นอื่น ๆ ในตลาด แต่จะไปเตือนที่ด้านในบนขอบประตูแทน กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อครถ ส่วนไฟท้ายเป็นแบบ LED Signature Light พร้อมไฟเบรกแบบ LED เสาอากาศแบบครีบฉลามและไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED มีที่ปัดน้ำฝนที่ประตูท้าย และฝาท้ายเป็นแบบยกด้วยมือ ไม่ใช่ระบบไฟฟ้า

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

Nissan Kicks e-POWER Premiere Edition

ภายในของ Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition ผมถือว่าดูดีเลยนะ เพราะเล่นสีเป็นแบบ 2 โทนดำกับส้ม ทั้งตัวเบาะและแผงคอนโซล เบาะใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ ตัวแผงคอนโซลที่เป็นสีดำใช้เป็น PP ส่วนสีส้มหุ้มเป็นหนังสังเคราะห์แบบ Soft Touch เฉกเช่นเดียวกับประตูใช้ในรูปแบบเดียวกัน โดยตำแหน่งสัมผัสบ่อยเช่นทางวางแขนก็ใช้ส่วน Soft Touch มารองรับเอาไว้ วัสดุตกแต่งภายในบริเวณหัวเกียร์ - ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน และ วัสดุสีดำ เปียโน แบล็ค ที่แผงคอนโซลการจัดวางหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วโคตรจะโดดเด่น เป็นการเอาจอกรอบสีดำไปวางเอาไว้บนพื้นสีส้ม งามดี ตัวหน้าจอรองรับการเชื่อมต่อทั้ง Bluetooth®, USB และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง ใช้งาน Apple CarPlay ได้ ผ่านการเสียบสาย USB ที่ช่องใต้เก็บของใต้หน้าจอ แต่ยังไม่มี Android Auto นะ ถัดลงมาด้านล่างมีแผงควบคุมแอร์ เป็นแบบอัตโนมัติ แต่ไม่แยกโซน เขยิบต่ำลงไปมีช่องเสียบทั้งแบบ Power Outlet 12V, ช่อง USB 1 ช่อง และช่อง AUX

Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

ที่แผงด้านข้างคนขับบน Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition นั้น เน้นความเรียบง่ายใช้งานง่าย มีคันเกียร์เล็ก ๆ ที่ใหญ่กว่าบน Nissan Leaf เล็กน้อย เอาไว้ใช้งานเพื่อเคลื่อนตัวรถ มีปุ่ม P เอาไว้กดเพื่อจอด มีปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ ทั้ง D, D Smart, D Eco ภายใต้ปุ่มเดียว (กดแล้ววน) แต่ถ้าจะเลือกโหมด EV ก็มีปุ่มด้านข้างให้กดเลือกใช้งานต่างหาก มีปุ่มเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold แยกไปต่างหาก ขยับมาอยู่ด้านข้างช่องวางแก้วน้ำแทน เบาะด้านหลังเป็นแบบพับได้ 60:40 ไม่มีที่เท้าเขาตรงกลางเบาะ มีช่อง USB อยู่ตรงช่องเก็บของข้างคนขับ และไม่มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

พวงมาลัยของ Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition เป็นแบบผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง ทรง D-Shape มีปุ่ม Multi-Function เอาไว้ให้ใช้งาน โดยด้านซ้ายเอาไว้ควบคุมเครื่องเสียงบนหน้าจอกลาง และควบคุมหน้าปัดมาตรวัดข้อมูลรถยนต์ ส่วนด้านขวาเอาไว้ควบคุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ และควบคุมการรับ-วางโทรศัพท์ หน้าปัดเป็นหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT หน้าจอสีขนาด 7 นิ้ว เรืองแสง Fine Vision Meter แบบ Digital วางเอาไว้ที่ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นแบบเข็มบอกความเร็ว กุญแจเป็นแบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Intelligent Key - I-Key) พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button)

Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

ระบบความปลอดภัยใน Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition นั้นจัดมาให้เต็มที่ครับ โดยยกมาทั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Nissan Intelligent Mobility (NIM) - Intelligent Safety ประกอบไปด้วย

  • ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC)
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking (IEB)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Attention Alert (DAA)
  • ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM)
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน พร้อมกล้องส่องภาพจากภายนอก Intelligent Rear View Monitor (IRVM)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
  • ระบบเตือนจุดอับสายตาบนกระจกมองข้าง Blind Spot Warning system (BSW)
  • ระบบเตือนรถในทางสวนขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
  • เทคโนโลยีช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง Intelligent Trace Control (ITC)
  • และระบบความปลอดภัยมาตรฐานเพิ่มเติม ทั้ง
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค Anti-lock Braking System (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution System (EBD)
  • ระบบเสริมแรงเบรก Brake Assist (BA)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
  • ระบบ Auto Brake Hold
  • สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและหลัง
  • ระบบกุญแจ Immobilizer
  • สัญญาณกันขโมย
  • ปุ่มควบคุมระบบเซ็นทรัลล็อค
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

สิ่งเพิ่มเติมจากรุ่นปกติของ Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition ก็คือชุดแต่งนั่นเอง โดยจะมีทั้งสเกิร์ตหน้า-หลัง และด้านข้างสีดำเงา, สปอยเลอร์หลังสีดำเงา, หลังคาดำ, ล้ออัลลอยสีดำเงาขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, สัญลักษณ์ PREMIERE EDITION (พรีเมียร์ อิดิชั่น) บริเวณเสากลางตัวรถ, คิ้วบันไดสแตนเลสพร้อมสัญลักษณ์ PREMIERE EDITION, สัญลักษณ์ PREMIERE EDITION บริเวณคอนโซลกลาง และแป้นวางเท้าทรงสปอร์ต โดยชุดแต่งพิเศษนี้มีให้สำหรับตัวถัง สีขาว สตอร์ม ไวท์ และสีส้ม โมนาร์ช เท่านั้น

Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

ข้อมูลรถครบแล้ว เรามาเข้าเรื่องของเราเลยดีกว่า เรื่องการขับขี่ ผมสรุปแบบสั้น ๆ กันเลย เพราะข้อมูลการขับขี่รอบที่แล้วก็น่าจะครบถ้วน ทั้ง

  • ช่วงล่างดีมาก เข้าโค้งดี ถึงแม้ว่าช่วงเร็วสูงอาจจะมีตัวเบาบ้าง แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในจุดที่ไม่เกินงามอยู่
  • อัตราเร่งออกตัวดี ไต่เขาสนุก อาจไม่เท่ากับรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Nissan Leaf แต่ก็ดีกว่าเครื่องยนต์ปกติ
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน พร้อมกล้องส่องภาพจากภายนอก (เต็มยศ) ที่ยกมาจาก Nissan Terra แต่รอบนี้ถูกอัพเกรดให้ชัดมากขึ้นกว่าเดิม เราเลือกได้เลยว่าอยากจะใช้ภาพในรูปแบบกระจกสะท้อนปกติ หรือจะเอาภาพจากกล้องที่ติดอยู่ด้านท้ายรถมาใช้แทนก็ได้ ชอบมาก
  • ที่นั่งด้านหลัง พื้นที่ของ Leg Room เหลือเยอะประมาณหนึ่งเลย ส่วน Head Room นี่เหลือเฟือ
  • แต่เมื่อนั่งข้างหลัง ดูเหมือนจะมีอาการกระด้างอยู่เล็กน้อย เกินกว่าจะเป็นรถอเนกประสงค์ที่เน้นความนั่งสบายไปนิด โดยเฉพาะเวลาวิ่งผ่านถนนที่ไม่เรียบ จะรู้สึกได้เยอะเลย แถมช่วงความเร็วสูง เสียงยางจากล้อหลังจะชัดมาก และจะมีเสียงลมเล็ดลอดเข้ามาในบริเวณขอบประตูแถวซุ้มล้อด้วย
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

เอาคร่าว ๆ ประมาณนี้นะครับ อย่างที่บอกว่า รอบนี้เน้นการทดสอบประหยัดกับอัตราเร่งโดยเฉพาะ แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ผมอยากจะแวะถึงการใช้งาน One Pedal บน Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition กันอีกครั้ง ว่าเมื่อใช้งานในเมืองแล้วมันมีความดีงามขนาดไหน อธิบายการทำงานคร่าง ๆ คือ เมื่อเราใช้งานโหมด D-Smart, D-ECO และ EV ตัวคันเร่งจะทำหน้าที่ทั้งเป็นคันเร่งและเบรกในอันเดียว หมายความว่าเมื่อเรากดคันเร่งไป รถก็วิ่งไปข้างหน้าตามปกติทั่วไป แต่เมื่อเราปล่อยคันเร่งออก รถจะทำการเบรกให้ มาก-น้อย ขึ้นอยู่กับที่เราจะปล่อยคันเร่งเยอะขนาดไหน ถ้าปล่อยหมดแบบยกเท้าออก ก็จะเบรกเยอะหน่อย แต่ไม่ไใช่ลักษณะเบรกหัวทิ่มนะ แต่จะเบรกเหมือนเราแตะตอนเข้า 4 แยกไฟแดง แต่ถ้าเราแตะเท้าเล็กน้อย (น้อยมาก) รถจะเบรกให้แบบเบา ๆ ประมาณใช้ Engine Brake เลย ข้อดีของระบบนี้คืออะไร ผมบอกเลยว่านี่คือนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมสำหรับการใช้งานบนถนนที่มีการจราจรคับคั่ง เพราะอะไร ลองนึกถึงเวลาที่คุณขับรถเกียร์อัตโนมัติทั่วไป นอกจากการใช้แรงกดที่แป้นคันเร่งเพื่อเดินหน้าแล้ว เราต้องคอยหมุนเท้าหรือยกเท้ามาที่แป้นเบรกเพื่อออกแรงให้รถหยุดอีก แต่กับ One-Pedal มันไม่ต้องครับ แค่เรายกเท้าออกจากคันเร่ง รถมันก็เบรกเองได้แล้ว ใช้งานช่วงแรก ๆ อาจจะลำบากเล็กน้อยพราะยังกะระยะในการเบรกไม่ถูก แต่เมื่อใช้จนชินแล้วจะรู้สึกได้เลยว่า “อยากให้รถตูมีบ้างจังเลยเว้ย”

Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

เข้ามาถึงเรื่องอัตราประหยัดกันบ้างครับ รอบนี้ผมเอา Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition มาใช้งานประมาณ 5 วัน โดยลองใช้งานทั่วไปในเมืองแบบชีวิตประจำวันผม เฉกเช่นเดียวกับการทดสอบรุ่นอื่น ๆ (ชีวิตผมไม่หวือหวา วิ่งทั่วไปในเมือง ไปทำงาน กลับบ้าน แวะนู่นนั่นนี่ตามปกติ เป็น routine ปกติทุกวัน) ในระยะทางประมาณ 333 กิโลเมตร เฉลี่ยความเร็วที่ 21 กม./ชม. ได้อัตราความประหยัดออกมาที่หน้าจอ 17.2 กิโลเมตร/ลิตร ก็ถือว่าดีเลยนะครับ สำหรับการใช้งานในเมือง ตัวรถก็ใหญ่ประมาณหนึ่ง ได้อัตรานี้ถือว่าโอเคเลย ระดับเดียวกับ Eco Car ด้วยซ้ำแต่คันใหญ่กว่า ที่ทำได้ดีก็เพราะว่าเครื่องยนต์ไม่ได้รับภาระในการขับเคลื่อนรถเลยครับ มันทำหน้าที่ปั่นไฟเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

ส่วนอัตราประหยัดตอนวิ่งนอกเมืองนั้น ผมขับบนเส้นทางวงแหวนรอบนอก ในความเร็วช่วง 80-120 กม./ชม. ตลอดทาง ขับเหมือนเดินทางต่างจังหวัด ไม่มีรถติด วิ่งยาวในระยะทางประมาณ 86 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ยที่ 82 กม./ชม. ได้อัตราความประหยัดที่หน้าจอ 19.4 กม./ลิตร ถึงไม่ห่างจากในเมืองมาก แต่ก็ถือเป็นอัตราที่ดีเช่นกัน ทั้งที่ผมก็ไม่ได้ถนอมเท้าเลยนะ ถ้าใครเท้าเบากว่านี้ ผมว่าน่าจะเกิน 20 ได้นะ

Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

ขยับมาที่อัตราเร่ง 0-100 บน  Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition บ้าง อย่างที่ทราบกันแล้วว่ารถยนต์พลังงานรูปแบบ Series Hybrid หรือ e-POWER นั้น มันคือรถไฟฟ้าแหล่ะ เพียงแต่ว่ามีแบตเตอรี่ลูกนิดเดียวคือ 1.57 กิโลวัตต์ชั่วโมง แต่มีเครื่องปั่นไฟติดมาให้ด้วยนั่นเอง ดันนั้น Feeling ในการขับก็คือรถไฟฟ้า อัตราเร่งก็ต้องเป็นรถไฟฟ้า ผมเลยลองเทส 0-100 โดยใช้การจับเวลาผ่านแอพ iBolid 0-100 บนเครื่อง iPhone 11 เช่นเคย เทสทั้งหมด 3 รอบ ได้อัตราเร่งมาดังนี้ครับ

ครั้งที่ 1 - 8.95 วินาที

ครั้งที่ 2 - 9.07 วินาที

ครั้งที่ 3 - 9.34 วินาที

เฉลี่ย - 9.12 วินาที

ถามว่าอัตรานี้ดีไหม ผมเฉย ๆ นะ เอาจริง ๆ ถ้าเป็นรถไฟฟ้า Nissan Leaf ที่ใช้มอเตอร์รหัสเดียวกัน น่าจะให้ตัวเลขที่ดีกว่านี้ แต่ตัวเลขรอบนี้ที่ได้ แทบไม่ต่างกับรถ Honda City Turbo RS เลย (เฉลี่ย 10.03 วินาที) แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าตัวไฟฟ้าที่จะเอามาปล่อยพลังงานให้มอเตอร์ไฟฟ้าน่าจะมีจำกัด เลยทำให้อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เลยทำให้อาจจะมีอัตราเร่งลดลงเล็กน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งนี้คือข้อสันนิษฐานนะครับ ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง

Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

ข้อสรุปการใช้งานอีกครั้งของ Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition ก็จะได้เรื่องชอบ-ไม่ชอบตามนี้ครับ

ชอบ

  • ช่วงล่างดีมาก เข้าโค้งดี ถึงแม้ว่าช่วงเร็วสูงอาจจะมีตัวเบาบ้าง แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในจุดที่ไม่เกินงามอยู่
  • อัตราเร่งออกตัวดี ไต่เขาสนุก อาจไม่เท่ากับรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Nissan Leaf แต่ก็ดีกว่าเครื่องยนต์ปกติ
  • อัตราประหยัดดีนะ ใช้ในเมืองน่าจะได้เยอะระดับ ECO Car แต่ขนาดรถโตกว่าเยอะเลย
  • One-Pedal คือสุดยอดนวัตกรรมของการขับขี่ในเมืองหลวงแห่งประเทศไทย

ไม่ชอบ

  • การเก็บเสียงยังคงต้องปรับปรุง โดยเฉพาะด้านหลัง
  • เบาะนั่งนุ่มไปนิดสำหรับผม และมันเอนน้อยไปหน่อย ถ้าใส่ที่ท้าวแขนพับได้ตรงกลางเบาะหลังก็คงดีกว่านี้
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition
Nissan Kicks e-POWER VL Premiere Edition

ถึงแม้ว่า Nissan Kicks e-Power VL Premiere Edition จะเป็นรถยนต์ในพลังงานรูปแบบใหม่ ที่คนไทยอาจไม่คุ้นเคย มีความซับซ้อนมากกว่าแบบเครื่องยนต์ขับเคลื่อนปกติหรือรูปแแบรถไฟฟ้า EV แต่มันก็คือรถที่ทำให้เราได้ฟีลลิ่งในการขับรถยนต์ไฟฟ้า เพียงแต่ว่าไม่ต้องกังวลเรื่องเสียบปลั๊กไฟ ไม่ต้องห่วงว่าไฟจะพอกลับบ้านหรือเปล่า เพราะเชื้อเพลิงหลังก็ยังคงเป็นน้ำมันเบนซินเช่นเคย โดยรถยนต์ใหม่รุ่นนี้มาในราคาค่าตัว 1,099,000 บาท เพิ่มจากรุ่นปกติตัวท็อปไป 50,000 บาท (หลังคาดำ 15,000 บาท + ชุดแต่ง 35,000 บาท) ได้ชุดแต่งใหม่มา ถ้ามองรวมคร่าว ๆ ผมว่าถ้าคุณชอบล้อแม็กซ์ลายนี้ ก็คุ้มอยู่นะ แต่ถ้าคุณบอกว่าไม่ชอบ อยากเอามาเปลี่ยนข้างนอกใหม่อยู่แล้ว ผมว่าซื้อเป็นตัวปกติก็ได้ครับ แล้วเอาเงิน 50,000 บาทไปเปลี่ยนแม็กซ์ลายใหม่ มันคุ้มกว่า เพราะชุดแต่งที่เหลือผมรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แล้วคุณจะได้ขับรถไฟฟ้าแต่เติมน้ำมันง่าย ๆ ในอัตราการกินน้ำมันที่ประหยัดกว่ารถในขนาดเดียวกันรุ่นอื่นแน่นอนครับ

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ