Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Subaru Outback 2.5i-T EyeSight สุดยอดขาลุย เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ

ต้องบอกว่า ยี่ห้อรถยนต์อย่าง Subaru ที่มาจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่บริษัทแม่โดยตรงที่มาลงทุนขายด้วยตัวเองเหมือนแบรนด์ใหญ่เจ้าอื่น โดยมีกลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล กลุ่มทุนใหญ่ ที่ลุยตลาดในเมืองไทยภายใต้ชื่อ TC Subaru (Thailand) กล้าที่จะลงทุนสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย เพื่อผลิต Subaru Forester เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปในภูมิภาคนี้ และยังมีโรงงานในประเทศมาเลเซียเพื่อผลิต Subaru XV อีก ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา

Subaru

แต่สำหรับรถยนต์ที่น่าสนใจในแบรนด์ดาวลูกไก่นี้ ไม่ได้มีแค่ 2 รุ่นยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังมีอีกมากมายหลายรุ่น แน่นอนว่าต้องรวมไปถึงรถอเนกประสงค์พี่ใหญ่อย่าง Subaru Outback ด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจาการรเปิดตัวใหม่ในแบบ Global แฟนชาวไทยได้แต่มองตาปริบ ๆ แล้วก็คิดในใจว่า เราคงไม่มีโอกาสได้จับจองเป็นเจ้าของแน่ แต่พอถึงเวลากลับไม่มีใครคาดคิด เพราะอยู่ดี ๆ ทางค่ายกลับดันยกนำเข้ามาจำหน่ายทั้งคันแบบ CBU เปิดโอกาสให้แฟนชาวไทยได้เป็นเจ้าของตั้งแต่ช่วง Motor Show 2021 ที่ผ่านมา

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

และแล้วในที่สุด ผมในฐานะทีมงาน AUTODEFT ก็ได้โอกาสนำรถมารีวิว ทดสอบกันในเวลาหลังเปิดตัวไม่นาน โดยความอนุเคราะห์จากทาง TC Subaru (Thailand) ซึ่งผมเองต้องขอขอบคุณมาด้วย ณ ที่นี้ครับ

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

เรามาเริ่มทำความรู้จักรถอเนกประสงค์ SUV คันนี้กันก่อนเลยดีกว่าครับ โดยรุ่นที่ผมได้รับมาทดสอบครั้งนี้ จะเป็น Subaru Outback 2.5i-T EyeSight ซึ่งเป็นรุ่นบนสุดที่นำมาจำหน่ายในประเทศไทย เป็นตัวที่ใช้เครื่องยนต์สูบนอน Boxer เบนซินระบบหัวฉีดตรง GDi 4 สูบแนวนอน DOHC วาล์ว 16 ความจุกระบอกสูบ 2.5 ลิตร ให้กำลังได้สูงสุด 188 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 238 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ตามสไตล์ของรถค่ายดาวลูกไก่ ด้วยเกียร์ CVT แบ่งได้ 7 สปีด เคลมเอาไว้ว่าทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 9.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 206 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

สำหรับโครงสร้างของ Subaru Outback 2.5i-T EyeSight จะใช้เป็น Subaru Global Platform ตัวล่าสุด ตัวรถมีขนาด 4,870 x 1,875 x 1,675 มม. (ยาว-กว้าง-สูง) ฐานล้อกว้าง 2,745 มม. ถ้าเปรียบเทียบกับ Subaru Forester แล้ว คันนี้จะใหญ่กว่าในแนวออกข้าง แต่ความสูงแล้ว เจ้าป่าสูงกว่าเล็กน้อย ช่วงล่างด้านหน้าเลือกใช้แบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเลือกเป็นระบบช่วงล่างแบบปีกนกคู่ ใส่ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/60 R18 และระบบห้ามเบรกเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

สำหรับอุปกรณ์ภายนอกนั้น การออกแบบด้านหน้าก็ยังคงเป็นสไตล์ซูบารุเช่นเคย กระจังหน้าโครเมียมแนวนอนแบบแท่งใหญ่ มีตราดาวลูกไก่เป็นวงรีสีฟ้าอยู่กลางกระจัง ไฟหน้าแบบ LED ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี ทั้งปรับระดับอัตโนมัติ ตอบสนองตามพวงมาลัย ไฟหน้าปรับสูงต่ำอัตโนมัติ และปรับเฉพาะส่วนที่เป็นรถสวนมาได้ด้วย ไม่ได้ยกลงทั้งหมด ส่วนที่ไม่มีรถก็จะยังส่องไฟสูงให้เห็นชัดเจนได้ เสริมด้วยไฟตัดหมอกแบบ LED เช่นกัน ล้อมกรอบด้วยแถบโคโมียม มีการใช้วัสดุสีดุทำเป็นแนวกันชนเสริมความแกร่ง เพิ่มด้วยแถบสีโครเมี่ยมเพิ่มความโดดเด่นให้กับด้านหน้าเพิ่มไปอีก

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ด้านข้างของ Subaru Outback 2.5i-T EyeSight กระจกมองข้างใช้เป็นสีเทา ไม่ใช่สีเดียวกับตัวรถ ตัดด้วยสีดำในด้านล่าง มีมือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ มีแถบชายด้านล่างเป็นพลาสติกสีดำ ไล่ตั้งแต่กันชนหน้าไปยันท้ายรถ เพิ่มความแข็งแรง ไฟท้ายแบบ LED มีไปสีแดงเป็นทรง C-Shape เกาะอยู่ทั้งบนตัวถังรถและประตูฝาท้ายที่เป็นแบบไฟฟ้า ที่สามารถเปิดแบบไม่ต้องใช้มือได้ เพียงแค่เอาตัวไปบังแถวตราซูบารุด้านท้าย ก็เปิดเองได้แล้ว (โคตรดี) ผมว่าระบบนี้สะดวกกว่าแบบเตะใต้กันชนอีกนะ ส่วนหลังคาที่มีราวอลูมิเนียมนั้น เราจะใช้งานแบบให้วางตามแนวยาวรถหรือขวางก็ได้นะ สลับได้เลยแบบง่ายดาย

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ขยับเข้าไปด้านในบ้างดีกว่า Subaru Outback 2.5i-T EyeSight นั้นใช้เบาะหุ้มด้วยหนัง Nappa ที่ให้สัมผัสที่ดีเยี่ยมมาก มาเป็นสี 2 โทนน้ำตาล+ดำ เบาะนั่งฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมฟังก์ชั่นหน่วยความจำที่นั่งที่เชื่อมโยงกับกระจกมองข้าง ของผู้โดยสารด้านข้างปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะหลังพับแยกตอนได้แบบ 60/40 เอนราบเป็นพื้นเดียวกับห้องโดยสารด้านท้าย พับง่าย ๆ แค่ดึงปุ่มด้านหลังปุ่มเดียวก็พับลงไปแล้ว มีเบาะเท้าแขนขนาดใหญ่พร้อมที่วางแก้ว 2 ใบ ตัวเบาะปรับเอนได้หลายระดับ

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

พวงมาลัยนั้น เป็นทรงกลมก้าน 3 แฉก หุ้มหนัง ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง มีปุ่ม Multi-Function ด้านซ้ายใช้ควบคุมระบบ Multimedia ด้านขวาเอาไว้ควบคุมระบบความปลอดภัย พวก Adaptive Cruise Control, Lane Keeping อะไรพวกนี้ แล้วยังเป็นจุดที่เอาไว้เลือกโหมดการขับขี่ได้อีกด้วย มี Paddle Shift เอาไว้สับเกียร์ให้สนุกขึ้น หน้าปัดข้อมูลการขับขี่ ยังเลือกใช้เป็นแบบเข็มเป็นหลักอยู่ โดยด้านซ้ายเป็นตัวบอกวัดรอบเครื่องยนต์และอุณหภูมิความร้อนของเครื่องยนต์ กับด้านขวาที่เป็นตัวบอกความเร็วกับน้ำมันคงเหลือ ตรงกลางเป็นหน้าปัดดิจิตอลขนาด 4.2 นิ้วบอกข้อมูลอื่น ๆ เช่น ระยะทาง, อัตราความสิ้นเหลือง, ระยะทางคงเหลือ เป็นต้น

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

การตกแต่งคอนโซลใน Subaru Outback 2.5i-T EyeSight นั้น แผงคอนโซลใช้แบบหุ้มหนังสีดำกับน้ำตาลสลับกัน โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดบิ๊ก 11.6 นิ้ว ระบบสัมผัส ให้ความชัดในระดับ Full HD ดังนั้นการควบคุมส่วนใหญ่ก็จะเข้าไปอยู่ในหน้าจอเกือบทั้งหมดเลย จะมีเป็นปุ่มกดให้บ้างเช่น ปุ่มเสียง, ปุ่มปรับคลื่น, เร่ง-เบาแอร์ ประมาณนี้ จับคู่ด้วยชุดเครื่องเสียงของ Harman / Kardon ลำโพง 11 ตัว + ซับวูฟเฟอร์ + เครื่องขยายเสียง 8 ช่องทาง รองรับการเชื่อมต่อด้วยระบบ Apple CarPlay / Android Auto ขยับลงมาอีกนิดก็จะเจอปุ่มเบรกมือไฟฟ้า แต่หาปุ่ม Auto Hold ไม่เจอ เพราะเขาเอาใส่ไว้ในหน้าจอ มีเกียร์ มีปุ่มกดดูกล้องไม่รอบคัน ดูได้เฉพาะด้านหน้า, หลัง และด้านซ้ายเท่านั้น ด้านขวาไม่มี ไม่อย่างนั้นจะได้กล้อง 360 องศามาอีกตัวเลย อ้อ และอีกอย่างที่หน้าจอมีให้ใช้งานได้ ก็คือระบบนำทางนั่นเอง (มี Google Maps แล้ว จะใช้กันเหรอ)

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

มาถึงเรื่องระบบความปลอดภัยกันดีกว่า โดย Subaru Outback 2.5i-T EyeSight จะยัดเทคโนโลยีขั้นสุดของทางค่ายใส่เข้ามาให้แบบเต็ม ๆ ดังนี้ครับ

  • ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง
  • เซ็นเซอร์ ABS 4 จุด 4 ช่องทางพร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบช่วยเบรก
  • ระบบที่ป้องกันการเหยียบเบรก และคันเร่งไปพร้อมกัน
  • ระบบที่ปกป้องการโจรกรรม
  • ระบบตรวจจับยานพาหนะด้านหลัง (SRVD)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง (RAB)
  • ระบบสังเกตคนขับ (DMS)
  • กล้องมองหลัง
  • จอภาพมุมมองด้านหน้า
  • จอภาพมุมมองด้านข้าง
  • SI-DRIVE (Subaru Intelligent Drive 2 โหมด: โหมดอัจฉริยะและโหมดสปอร์ต)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถขณะลงทางลาดชัน
  • ระบบเบรกมือแบบทำงานโดยอัตโนมัติ
  • ระบบความคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • เบรกมือไฟฟ้า
  • ฟังก์ชั่น X-MODE แบบคู่
  • ระบบเตือน และการป้องกันการออกนอกเลน
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชันการขับขี่ให้รถอยู่กึ่งกลางเลน
  • ระบบเบรกก่อนการชนพร้อมควบคุมพวงมาลัยฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • การจัดการกำลังก่อนการชน
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อขับส่ายไปมา

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ข้อมูลเบื้องต้นน่าจะครบถ้วนแล้ว เรามาออกเดินทางเพื่อทำการรีวิวกันเลยดีกว่าครับ ต้องบอกว่า Subaru Outback 2.5i-T EyeSight ให้เทคโนโลยีมาเยอะมาก ตั้งแต่เริ่มเปิดประตูรถด้วยระบบ Smart Entry แค่มีกุญแจติดตัวอยู่ ก็เอามือจับมือจับประตู ก็ปลดล๊อกได้เลย และเมื่อเข้านั่งในตัวรถ จะมีตาวิเศษที่ดูว่าคนที่ลงมานั่งนั้นเป็นใครได้ด้วย (ต้องบันทึกก่อนนะ รถไม่ใช่ CIA ที่จะรู้จักคนทุกคน) จากนั้นรถจะทำการปรับที่นั่ง, กระจกมองข้าง และรูปแบบการขับขี่ที่คนขับเคยบันทึกเก็บเอาไว้เลย โดยสามารถบันทึกได้สูงสุดถึง 5 คน และระบบตาวิเศษนี้ (Driver Monitoring System) จะคอยจับตามองคุณตลอดเวลาในตอนขับขี่ ถ้าคุณเผลอมองสาวขาวหมวยข้างทางนานเกินไป ระบบจะเตือนยิ่งกว่าเมียมานั่งข้าง ๆ หรือถ้าเที่ยงหนักจนเผลอหลับ ระบบก็จะเตือนด้วยเช่นกัน (ดีจัง)

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ถ้าถามถึงพลังของเครื่องยนต์ของ Subaru Outback 2.5i-T EyeSight ด้วยพละกำลังให้กำลังได้สูงสุด 188 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 238 นิวตันเมตร ถ้าดูตามตัวเลขก็พอจะโอเคอยู่นะ แต่เวลาขับจริง มันก็ไม่ได้ปรู๊ดปร้าดอย่างที่คาด ออกจะเรียบร้อยหน่อย ค่อย ๆ มา แต่ถ้าจะเอาแรงจริง ต้องกดเยอะหน่อย ก็จะมีแรงดึงเข้ามาเพิ่มได้ แต่ถ้าบอกว่าจะเอาแบบดึงหลังติดเบาะ ไม่มีนะ ต่อให้เปลี่ยนมาใช้โหมด Sport ก็เพิ่มมาได้อีกนิดหน่อย เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากได้ความกระฉับกระเฉง ต้องกดคันเร่งเยอะหน่อย เยอะกว่ารถทั่วไปอีกนิด ทำให้รถรู้ว่า “เฮ้ย ตูอยากได้กำลังจากเอ็งแล้วนะ ช่วยส่งมาหน่อย” รถก็จะเพิ่มพลังให้เอง ไม่งั้นรถก็จะค่อย ๆ ปล่อยพลังมา เพราะอยากให้เกิดความประหยัดและความนุ่มนวล  อย่าลืมว่าคันนี้คือ Outback ไม่ใช่ Impreza ที่จะมาพร้อมแรงฉุดกระชากลากลุยได้ แต่นี่คือรถของครอบครัว เน้นความสะดวกสบาย ปลอดภัย และลุยได้ ส่วนการทำงานของเกียร์ก็ทำได้นุ่มนวล ต่อเนื่องได้ดี ถึงแม้เป็น CVT แต่ก็มี Paddle Shift สับให้สนุกได้ 8 สปีดเลย

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ช่วงล่าง การทรงตัวของ Subaru Outback 2.5i-T EyeSight คือความดีงามมาก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ของซูบารุเขาเลื่องชื่ออยู่แล้ว ซึ่งรถอเนกประสงค์รุ่นนี้ก็ถ่ายมอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งเรื่องความนุ่มนวลในช่วงการขับขี่ทางตรง ที่ดีมาก เป็นรถสำหรับบริการครอบครัวได้อย่างดี แต่ยังให้ความหนึบในช่วงเข้าโค้งได้ดีอีกด้วย ช่วงเปลี่ยนเลนในยามที่ต้องการมุดเข้าช่องได้อย่างดี พวงมาลัยโคตรแม่น น้ำหนักดีในช่วงวิ่ง แต่ตอนจอดจะออกแนวไปทางหนักไปนิดนึง พวงมาลัยเป็นแบบไฟฟ้า น่าจะปรับให้เบาได้มากกว่านี้หน่อยก็จะยอดเยี่ยมเลย

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

มาว่ากันเรื่องของระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีบนรถคันนี้กันบ้างดีกว่า โดย Subaru Outback 2.5i-T EyeSight ชื่อรุ่นก็บอกอยู่แล้วว่ามาพร้อมระบบ EyeSight ที่คอยตรวจจับวัตถุต่าง ๆ รอบตัว โดยรุ่นนี้มาด้วยเวอร์ชั่น 4 แล้ว ตรวจจับได้ทั้งภายนอกและภายในตัวรถ ภายในบอกไปแล้วว่ารถจะตรวจจับได้ว่าคนขับเป็นใคร, มองถนนอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่มองก็จะคอยเตือนอะไรแบบนี้ ส่วนภายนอก กล้องจะตรวจจับได้กว้างและสูงกว่าใน EyeSight  รุ่น 3 ทำให้มีความรวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม ดังนั้นปกติแล้ว ที่เราเคยเห็นระบบเบรกก่อนการชน ที่จะตรวจจับได้เฉพาะรถด้านหน้าแบบทางตรงเท่านั้น ในเวอร์ชันนี้จะตรวจจับรถในทางแยกได้ด้วย อย่างเช่นถ้าเราเลี้ยวขวา แล้วดันมีรถอยู่ที่ในมุมด้านขวาพอดี ถ้าเป็นตัวเก่าจะตรวจจับไม่เจอ ก็จะไม่เบรก แต่ตัวนี้มันจะตรวจจับเจอแล้วจะเตือนพร้อมเบรกให้ทันที และแน่นอนว่ามันจะช่วยทำให้ระบบ Adaptive Cruise Control ทำงานได้แม่นและดีมากขึ้นตามไปด้วย (ทำงานได้ตั้งแต่ความเร็ว 1-200 กม./ชม.) เพราะมันจะเห็นรถที่มาจากด้านข้างได้เร็วขึ้นนั่นเอง

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ส่วนระบบอื่น ๆ ที่ผมชอบมากคือระบบดึงพวงมาลัยกลับเมื่อออกนอกช่องทาง ที่ผมว่ารุ่นนี้ดึงกลับได้แรงและเนียนที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมาแล้ว และยังทำงานได้แม่นยำสม่ำเสมอพอตัวเลย ทำให้มั่นใจมากว่าระบบจะคอยช่วยให้ยามขับขี่ของเราจะปลอดภัยมากขึ้นตลอดเส้นทาง ทั้งนี้บน Subaru Outback 2.5i-T EyeSight จะแบ่งระบบความปลอดภัยเป็น 3 หมวด โดยหมวดสีเขียวก็จะเป็นพวก Adaptive Cruise Control, สีเหลืองก็พวกที่คอยเตือนแต่ยังไม่อันตราย เช่น เตือนออกนอกเลน, สีแดงคือพวกอันตรายแล้ว เช่น ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ อะไรพวกนี้ โดยสัญลักษณ์จะเตือนผ่านบนหน้ากระจก Head Up Display ให้เห็นได้ชัดเจน

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

พูดถึงระบบ Adaptive Cruise Control กันหน่อย ถ้าเป็นระบบนี้ในรถคันอื่น เวลาที่รถต้องลดความเร็วลงมาต่ำกว่าที่ตั้งไว้ แล้วรถข้างหน้าหลบ ระบบก็จะทำการเร่งขึ้นไปด้วยความแรงที่แตกต่างกันไปตามที่โรงงานตั้งมาให้ จะกดแรงกดเบาอยู่ที่ผุ้ผลิตตั้งค่าดลย แต่ความเทพของรถคันนี้มันแตกต่างครับ เราสามารถตั้งได้ว่าจะให้เร่งช้าเร่งเร็วได้ตามความชอบของตัวเอง ตั้งได้ถึง 4 ระดับ อยากให้เร่งช้าเร่งเร็วขนาดไหน ก็เลือกเองได้เลย

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่เป็นระบบความปลอดภัย คงเป็นระบบที่ในตลาดยังไม่ค่อยมีกันสักเท่าไหร่ อย่างเช่นระบบถอนคันเร่งก่อนการชน มันจะทำการตัดการทำงานของเครื่องยนต์ถ้าด้านหน้ามีวัตถุอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรถหรือกำแพง ถ้าคุณเผลอเหยียบคันเร่งไป เครื่องยนต์จะไม่ทำงาน ลองถึงถึงเวลาจอดรถที่ 7-11 แล้วเผลดใส่เกียร์เดินหน้าแทนที่จะถอยหลัง ถ้าเราเผลอทำแล้วกดคันเร่งเข้าไป ระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์ทันทีพร้อมการเตือน ก็จะลดอุบัติเหตุได้ หรือแม้กระทั่งระบบเบรกเมื่อถอยหลังถ้าพบวัตถุ ในจังหวะที่เรากำลังถอยหลังแล้วมีคนเดินมาตัดด้านหลัง รถก็จะหยุดให้อัตโนมัติเช่นกัน เท่านั้นยังไม่พอ ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติก่อนการชน ถ้าระบบดูแล้วหยุดรถไม่ทันแน่ ระบบจะหักพวงมาลัยหนีไปด้านที่ปลอดภัยแบบอัตโนมัติได้ด้วย โดยก่อนที่จะหันไป ระบบจะตรวจดูด้วยว่าด้านข้างมีสิ่งกีดขวางอยู่ไหม ถ้าไม่มี มันจะหักพวงมาลัยให้เลย แต่ถ้ามี ระบบจะเลือกที่จะชนมากกว่าหักออกด้านข้างนะ ระบบนี้คงไม่ต้องทดสอบนะครับ มันอันตราย เอาเป็นว่าเล่าสู่ให้ฟังกันก็พอเนอะ

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ส่วนเรื่องเครื่องเสียงที่ติดมานั้น ที่ว่าชุดเครื่องเสียงของ Harman / Kardon ลำโพง 11 ตัว + ซับวูฟเฟอร์ + เครื่องขยายเสียง 8 ช่องทาง เอาจริงพอฟังแล้วไม่เป็นอย่างหน้าปกสักเท่าไหร่ ผมว่าชื่อดีขนาดนี้น่าจะได้เสียงที่ดีกว่านี้ เสียงไม่ได้แย่นะ แต่ควรเสียงแน่นกว่านี้ อันนี้ผิดหวังนะ แต่ยังดีที่มีช่อง CD มาซ่อนไว้ในกล่องที่ท้าวแขนข้างคนขับ ก็พอชดเชยได้อยู่นะ เพราะยังไงเสียงจากไฟล์แผ่น CD ดีกว่าฟังจากระบบ Streaming เยอะ

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ขยับมาเรื่องอัตราเร่งกันหน่อยดีกว่า รอบนี้เช่นเคยครับ ทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กัน 3 รอบ จับเวลาโดยเอพ iBolid 0-100 บน iPhone 11 ได้เวลาออกมาดังนี้ครับ

ครั้งที่ 1 - 12.12 วินาที

ครั้งที่ 2 - 11.68 วินาที

ครั้งที่ 3 - 11.53 วินาที

เฉลี่ย - 11.78 วินาที

ผมว่าตัวเลขที่ได้มันดูเกินจากที่คาดไว้ไปหน่อย เพราะถ้าดูตามกำลังเครื่องยนต์ที่ 188 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 238 นิวตันเมตรแล้ว ผมเองก็คาดว่าจะแตะแถว ๆ 10 วินาทีนะ แต่ตอนทดสอบทำได้ไประดับเกือบ 12 วินาทีแน่ะ เข้าใจแหล่ะว่าตัวใหญ่น้ำหนักเยอะ แต่ถ้าได้ระดับต่ำกว่า 11 วินาทีได้ก็น่าจะเยี่ยมเลย

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ขยับมาที่เรื่องของอัตราประหยัดกันบ้างดีกว่า โดยเริ่มกันจากการใช้ในเมืองก่อน ผมก็ขับใช้ในเมืองเรื่อย ๆ แบบชีวิตประจำวันทั่วไป วิ่งรถติดบ้าง วิ่งยาวบ้างผสมกันไป แบบเดียวกับที่ทดสอบรุ่นอื่น โดยได้ระยะทางออกมาที่ 214 กิโลเมตร ได้อัตราประหยัดออกมาที่ 10.3 ลิตร/100 กิโลเมตร เมื่อแปลงออกมาเป็นค่าที่เราคุ้นเคย ได้ออกมาที่ 9.7 กิโลเมตร/ลิตร ผมว่าพอใช้ได้เลยครับ เมื่อเทียบกับขนาดเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ได้อัตรานี้ในการใช้ในเมืองถือว่าใช้ได้เลย

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ส่วนการวิ่งนอกเมือง ผมก็จำลองการวิ่งด้วยการใช้ถนนมอเตอร์เวย์ในการทดสอบ ตั้ง Adaptive Cruise Control ไปด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. แล้วปล่อยให้รถตัดสินใจเอง ได้ระยะทางที่ประมาณ 67 กิโลเมตร ได้ตัวเลขออกมาที่ 7.8 ลิตร/100 กิโลเมตร แปลงออกมาได้ 12.8 กิโลเมตร/ลิตร อาจจะดูน้อยไปนิด เพราะหวังว่าจะได้เกิน 13 แต่ว่าได้เท่านี้ ผมว่าก็น่าจะ Happy แล้วกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่ใส่มาในรถคันนี้

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ขับมาร่วม 400 กิโลเมตร ผมขอสรุปความชอบ-ไม่ชอบบน Subaru Outback 2.5i-T EyeSight ได้ดังนี้ครับ

ชอบ

  • เทคโนโลยีโคตรแน่น ใส่มาบางตัวนี้ว้าวเลย โดยเฉพาะระบบตรวจจับคนขับขี่ ที่จะเล่นจ้องตาเราอยู่ตลอดเวลา หลบตาหน่อยก็เตือนแล้ว ดีจริง
  • ช่วงล่างอย่างเทพ นิ่งในทุกสถานการณ์ วิ่งช้าวิ่งเร็วไม่สน ฉันจะนุ่มหนึบให้
  • ระบบความปลอดภัยทำงานได้ดี แม่นยำ ทำงานสม่ำเสมอ มั่นใจมากเลย
  • ระบบเปิดฝาท้ายแบบแค่ยืนบังตราดาวลูกไก่ สะดวกที่สุด

ไม่ชอบ

  • ทำไมไม่ใส่กล้องด้านขวาให้มันเป็นกล้องมองรอบคันซะ
  • อัตราเร่งน้อยไปนิด ต้องปรับตัวการกดเท้าหน่อย
  • เครื่องเสียง เสียงดีไม่ได้ตามปก Harman / Kardon ลำโพง 11 ตัว + ซับวูฟเฟอร์ + เครื่องขยายเสียง 8 ช่องทาง ควรเสียงกระหึ่มหูมากกว่านี้

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ใครที่คาดหวังว่า การที่เราขับรถซูบารุ แล้วเราต้องได้รถที่มีความแรง ต้องเปลี่ยนความคิดนี้ใหม่เลยครับ เพราะการที่เราใช้งานรถอเนกประสงค์ SUV อย่าง Subaru Outback 2.5i-T EyeSight มันไม่ใช่รถที่ออกแบบมาเพื่อซิ่ง แต่มันถูกเอามาใช้งานในรูปแบบบริการครอบครัว รถเลยมีความโอ่โถง, สะดวกสบาย เครื่องยนต์เน้นความนุ่มนวลมากกว่าความแรง ระบบความปลอดภัยเพียบ ในราคาเริ่มต้น 2,365,200 บาท บวกกับออพชั่นเสริม ที่จะได้ ประกันคุณภาพ5 ปี / 100,000กม., บริการช่วยเหลือ 24 ชม. รวม 5 ปี, พรม, ดอกเบี้ยพิเศษ, ประกันภัยชั้นหนึ่ง จ่ายเพิ่มอีก 433,800 บาท รวมมาเป็น 2,799,000 บาท ถ้าถามว่าราคาสูงไหม ใช่ครับ สูงมาก เพราะรถคันนี้ใช้รูปแบบนำเข้าจากญี่ปุ่น 100% แบบ CBU แต่การที่จะหารถอเนกประสงค์ที่มีเทคโนโลยีทั้งด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยล้นขนาดนี้ ก็หาได้ยากเหมือนกันนะครับ

Subaru Outback 2.5i-T EyeSight

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ