Test Drive : รีวิว ทดลองขับ Toyota Hilux REVO Rocco Facelift ขับสั้นๆ…กระบะแต่งแกร่งเกินนิยาม

นับตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา สิงห์รถกระบะชาวไทยทั้งประเทศได้รู้จัก Toyota Hilux REVO Facelift หรือรุ่นปรับโฉมอย่างเป็นทางการ ที่ดุขึ้น เข้มขึ้น แถมมีทางเลือกที่หลากหลายถึง 40 รุ่นย่อย 3 รูปแบบตัวถังหลัก งานนี้เลือกกันอย่างจุใจ ตรงความต้องการของผู้ใช้รถไม่ว่าจะงานส่วนรวมหรืองานส่วนบุคคลอย่างเต็มรูปแบบ

Toyota Hilux REVO Rocco

นอกจากรุ่นหลักที่กวาดยอดจองอย่างท่วมท้นไม่ว่าจะเป็นรุ่นตัวเตี้ยหน้าหล่อ Z-Edition กับรุ่นยกสูง Prerunner ที่นิยมกัน ยังมีอีกหนึ่งรุ่นเหมาะสำหรับกลุ่มคนแกร่ง รักการผจญภัยชอบความท้าทายเป็นชีวิตจิตใจ แสวงหาความตื่นเต้นความเร้าใจจึงเป็นที่มาของการแนะนำรุ่นพิเศษแต่งหล่อจากโรงงานภายใต้ชื่อ Toyota Hilux REVO Rocco ครั้งนี้ทาง โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จึงเชิญสื่อมวลชนรวมถึงผม ได้ร่วมกิจกรรมทดลองขับกระบะแต่งหล่อครั้งนี้กับรุ่นท็อปสุด Toyota Hilux REVO Rocco รุ่น Double Cab 2.8 4WD

เรือนร่างความแกร่ง ยังคงใช้ตัวถังเดิมแต่ครั้งนี้ปรับหน้าตาใหม่โดยใช้ทีมวิศวกรไทยภายใต้การบริหารของ โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง มีส่วนร่วมหลักในการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจมากที่สุด โหดตั้งแต่ กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ ขอบสีดำโดยส่วนบนตกแต่งด้วยขอบโครเมี่ยมแปะตราโลโก้สามห่วงขนาดใหญ่ส่วนล่างมีช่องระบายอากาศสีดำขนาดใหญ่ตกแต่งการ์ดสีเงิน เข้ากันกับกันชนหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่น Rocco ประกบกับ ไฟหน้าโคมใหม่แบบ Bi-LED ในโคมติดตั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Daytime ในโคมดียวกัน ด้านข้างมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนคิ้วขอบล้อให้หนาขึ้นดีไซน์เหลี่ยมพร้อมช่องเล็กๆสีเทารับกับขอบไฟตัดหมอกหน้า LED และติดตั้งสัญญาณกะระยะการจอดให้ 2 จุด

Toyota Hilux REVO Rocco
Toyota Hilux REVO Rocco
Toyota Hilux REVO

ล้ออัลลอยดีไซน์เฉพาะรุ่นแบบ 5 ก้านคู่สีดำ พร้อมยางขนาด All Terrain (AT) ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60R18 และสกรีนโลโก้สีขาวแบบ White Letters สร้างจุดเด่นขึ้นมาทันทีด้วยชุดแต่งสีเทาเข้ม ทั้งกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับ-พับ ด้วยระบบไฟฟ้า ที่เปิดประตู พร้อมสปอร์ตบาร์ดีไซน์ยาวถึงขอบกระบะท้าย และสติ๊กเกอร์ใหม่คำว่า Rocco ซ้าย-ขวา ด้านท้ายใหม่ตั้งแต่ไฟท้ายแบบ LED แบบเลข 3 Light Guiding และที่ครอบไฟเบรกดวงที่ 3 พร้อมชื่อ Hilux เป็นการบ่งบอกว่านี่คือรุ่นใหม่ ส่วนดีไซน์ทั้งฝากระบะท้ายและกันชนหลังยังคงเดิม และติดตั้งสัญญาณกะระยะการจอดให้ 4 จุดพร้อมกล้องมองหลัง

Toyota Hilux REVO Rocco

มิติตัวรถเมื่อเป็นรุ่นปรับโฉมมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรเริ่มที่ ความยาว 5,325 มม. ความกว้าง 1,900 มม. ความสูง 1,815 มม. ฐานล้อ 3,085 มม. ความสูงจากใต้ท้องรถ 217 มม. น้ำหนักรถ 2,095 กก. และความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ส่วนมิติกระบะท้ายซึ่งในรุ่น 4 ประตู จะสั้นกว่ารุ่นแค็บ โดยมีความยาว 1,555 มม. ความกว้าง 1,540 มม. และความสูง 480 มม.

Toyota Hilux REVO

เมื่อเปิดประตูเข้าไปสัมผัสภายในก็จะพบว่าบรรยากาศยังเข้มๆเดิมๆด้วยโทนสีดำทั้งหมดแต่สำหรับเวอร์ชั่นปรับโฉมนั้น มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเริ่มที่ มาตรวัดเรืองแสงใหม่ในกรอบสีเทา พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบ TFT ใหม่ 4.2 นิ้ว รวมถึงเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ดีไซน์เข้ารูปเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลางที่งานนี้ตัดช่องใส่แผ่น DVD ออกไปและไม่มีระบบนำทางแบบ Built-In เอาใจสาวกไอที สมาร์ทโฟนด้วยการรองรับ Apple CarPlay และลำโพง 6 จุด การเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างคนกับรถเป็นสิ่งสำคัญ โตโยต้า จึงมอบระบบ T-CONNECT เป็นออพชั่นมาตรฐานให้ทั้งความอุ่นใจและความปลอดภัยไร้กังวลในทุกสถานการณ์ สามารถเช็กตำแหน่งรถที่เราจอด ติดตามรถเมื่อสูญหาย แจ้งเตือนเมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากเขตพื้นที่คุณกำหนดไว้ บริการช่วยเหลือ 24 ชม. สรุปทริปการเดินทางรวมถึงเป็นเลขาส่วนตัวทั้งแจ้งเตือนต่อทะเบียนรถประจำปีล่วงหน้าอัตโนมัติ แจ้งเตือนเข้าศูนย์บริการพร้อมประสานงานนัดหมาย โดยทำงานผ่านทางสมาร์ทโฟน เชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต ให้คุณอุ่นใจ ปลอดภัยไร้กังวลในทุกสถานการณ์

Toyota Hilux REVO

ครั้งแรกในรถรกบะกับไฟส่วนบุคคล Ambient Light บริเวณแผงข้างประตู ทั้ง 4 บาน พร้อมออพชั่นยกชุดจากรุ่นเดิมทั้ง ระบบ Push Start สะดวกสบายด้วยระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยปลายนิ้วและกุญแจรีโมทดีไซน์เอกลักษณ์ ช่องต่อไฟฟ้ากระแสสลับ AC 220V สามารถชาร์จมือถือและเสียบปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ปรับระดับ 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งาน ชับขี่สบาย ได้เพียงปลายนิ้ว เครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติเพิ่มความเย็นสบาย พร้อมระบบปรับทิศทางลม 5 รูปแบบและที่ขาดไม่ได้เลยคือ เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำเดินด้ายขาวปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง สำหรับคนขับและปรับธรรมดาสำหรับคนนั่ง ถึงโครงสร้างเบาะจะเป็นแบบเดิมแต่เมื่อเข้าไปนั่งจะพบว่ามีการปรับในส่วนของแผ่นหลังและปีกซ้าย-ขวาให้หนาพอสมควร มีผลทำให้การขับขี่สบายกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเบาะหลังมาพร้อมที่ท้าวแนแบบฝั่งช่องใส่แก้วน้ำ 2 จุด และช่องแอร์ด้านหลัง

Toyota Hilux REVO

ไม่เพียงการปรับเปลี่ยนในส่วนหน้าตาความหล่อทั้งภายนอกและภายในแล้ว ขุมพลังก็มีการเปลี่ยนเช่นกันบนพื้นฐานเดิมคือเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน คอมมอนเรล 2.8 ลิตร รหัส 1GD-FTV High-Power พัฒนาแรงใหม่ขึ้นเป็น 204 แรงม้าที่ 3,400 รอบ / นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ / นาที ให้ค่า CO2 ต่ำเพียง 195 กรัม/กม.ขับเคลื่อน 4 ล้อ และยังมียังมีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน คอมมอนเรล 2.4 ลิตร ภายใต้รหัส 2GD-FTV High-Power 150 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,000 รอบ/นาทีขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง ให้ค่า CO2 ต่ำเพียง 176 กรัม/กม. ทั้งสองขนาดจะมีเพียงเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดเท่านั้น

Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO

นอกจากการเพิ่มกำลังเป็น 204 แรงม้าในรุ่น 2.8 และพัฒนาเครื่อง 2.4 150 แรงม้า ยังพัฒนาระบบคอมมอนเรลให้ฉีดจ่ายอย่างละเอียดขึ้นด้วยปั๊ม คอมมอนเรล แรงดันสูง 250 MPa นอกจากนี้ ระบบ i-ART หรือระบบควบคุมการฉีดน้ำมันสามารถควบคุมแต่ละหัวฉีดอย่างอิสระ แม่นยำด้วยเซ็นเซอร์คอมพิวเตอร์ผสานกับการทำงานของปั้มคอมมอนเรล ให้ละอองน้ำมันละเอียดขึ้นเทอร์โบแปรผันที่มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นเดิมสำหรับรุ่น 2.8 ลิตร สร้างความแรงอย่างต่อเนื่องและตอบสนองอย่างดี ด้านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-Time สงวนไว้ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 เท่านั้น ซึ่งจะมีทั้ง 2H, 4H, 4L เหมาะสำหรับการขับขี่ทุกรูปแบบสไตล์ Off-Road มีระบบ Shift-On-The-Flyเปลี่ยนจาก 2H เป็น 4H ในความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ A-TRC สามารถลุยเส้นทาง Off-Road ได้อย่างมั่นคง ราบรื่น ไม่สะดุดพร้อมกันนี้ยังติดตั้งเฟืองท้ายแบบ Diff-Lock หรือ ระบบล็อกเพลาหลังควบคุมด้วยไฟฟ้า และเครื่องยนต์มีการปรับลดความเร็วรอบเดินเบา (จาก 850 รอบต่อนาที เป็น 680 รอบต่อนาที) ช่วยให้สามารถผ่านเส้นทางสุดโหดของการขับขี่ Off-Road แบบสบายๆ

Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO

การทดลองขับครั้งนี้ ขับกันสั้นๆ ในสนาม Toyota Driving Experience ถ. บางนาตราด โดยจะมีการแบ่งเป็นสองส่วนหลักทั้งสนาม On-Road และ Off-Road รุ่นที่ได้ขับกันเป็นรุ่น 2.8 Rocco 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 204 แรงม้าเริ่มกันที่ สถานีการควบคุมพวงมาลัย งานนี้ระบบพวงมาลัยยังเป็นแบบแร็คแอนด์พีเนี่ยนพร้อมพาวเวอร์แบบน้ำมันที่พัฒนาใหม่ให้เหมาะกับสภาพถนนของเมืองไทยด้วยระบบควบุคมบังคับเลี้ยวพวงมาลัยแบบแปรผัน หรือ Variable Flow Control (VFC) โดยระบบนี้จะปรับน้ำหนักพวงมาลัยให้เหมาะสมทุกช่วงความเร็ว ไม่ความเร็วปกติหรือความเร็วสูงๆ พวงมาลัยมีน้ำหนักขึ้นกว่าแต่คุณผู้หญิงที่คิดจะมาขับกระบะรุ่นนี้ ไม่เป็นอุปสรรคอย่างแน่นอน แต่รับรองกล้ามขึ้นทันตาเห็นๆ การควบคุมพวงมาลัยกลับทำผลงานได้ดีกว่ารุ่นเดิม คมกริบตอนเข้าโค้งอย่างมั่นใจ ในพื้นที่ถนนวงเวียน และยังมีการทดสอบหนึ่งในสาม ระบบความปลอดภัยขั้นเทพ Toyota Safety Sense นั่นคือระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert) โดยทดลองปล่อยพวงมาลัยให้รถออกนอกเลนเพื่อระบบทำงานปรากฏว่าระบบตอบสนองได้อย่างดีสามารถขืนพวงมาลัยให้ตัวรถกลับเข้าเลนถนนได้อย่างมั่นใจ และยังมีอีก 2 ระบบ ให้ใช้งานทั้ง ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) เป็นออพชั่นเฉพาะรุ่น Rocco 4 ประตู ทุกขนาดเครื่องยนต์ ทุกระบบขับเคลื่อน

Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO

มากันที่สถานีทดสอบ ช่วงล่างพื้นฐานช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงหน้า ส่วนด้านหลังแบบแหนบแผ่นซ้อน(แหนบเหนือเพลา) นั่นเอง แต่ โตโยต้า ต้องการตอบโจทย์คนไทยรักสบาย จึงพัฒนาช่วงล่างหน้าและหลังใหม่ในชื่อ Super Flex Suspension โดยปรับในส่วนด้านหลังจากแหนบ 5 แผ่น เหลือ 3 แผ่น โดยใช้แหนบจาดวัสดุ High-Tensile Steel รวมถึงปรับจูนในส่วนโช้คอัพใหม่ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ ทั้งในสนามจำลองสภาพพื้นผิวถนน บอกได้เลยว่าช่วงล่างใหม่นี้ให้ความนุ่มนวลมากขึ้นกว่าเดิมแต่ความหนึบอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงอยู่ ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็น หลุม บ่อ ท่อ ลูกคลื่น กลับให้ความมั่นใจมากกว่ารุ่นเดิม หรือแม้แต่สะพาน ช่วงจัมพ์คอสะพาน กลับให้ความยืนหยุ่นแบบครั้งเดียวไม่ซ้ำรอบสองรอบ เรียกว่าจุดนี้สร้างจุดแข็งขึ้นมาต่อกรกับคู่แข่งได้ ระยะทางเกือบ 900 เมตรกับเส้นทางตรงๆเพื่อลองสมรรถนะเครื่องใหม่ 2.8 ลิตร 204 แรงม้า ถึงอาจจะไม่ได้ลองแบบเต็มๆ หวังจะจับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. แต่เท่าที่สัมผัสความฉับไวการตอบสนองนั้นทันใจมากกว่ารุ่นเครื่องยนต์เดิม 177 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร และการเหยียบเบรกแป้นเบรกทำงานนุ่มนวลแต่หยุดรถฉับไวขึ้นเมื่อเหยียบแป้นเบรกราว 30 % ซึ่งมากกว่านี้ถ้ามีโอกาสจะจับมาทดลองขับเดี่ยวกันอีกครั้ง

Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO

ปิดท้ายกับสนามออฟโรดที่ให้ลองแค่ สองสนามย่อยเริ่มจากสนาม Slope Hill เนินลาดชัน กำลัง 204 แรงม้า ก่อนอื่นต้องปรับระบบมาที่ 4L ความเร็วต่ำ การเหยียบคันเร่งเบาๆเพื่อให้เดินหน้าขึ้นเนินให้ความนิ่งๆ เดินรอบอย่างเนียนๆ ก่อนถึงกลางเนิน ได้ลองระบบออกตัวบนทางลาดชันหรือ HAC คือตัวรถจะคาอยู่บนเนินประมาณ 3 วิ เพื่อให้กดคันเร่งเบาๆให้เคลื่อนที่ต่อไปได้แบบรถไม่ไหล แต่พอลงเนินได้ใช้ระบบควบคุมความเร็วลงทางลาดชันหรือ DAC จับอาการได้นุ่มนวลแอบมีหน่วงๆแต่ไม่กระตุก มาที่สนาม Twist Track จำลองสภาวะการขับขี่ที่ทำให้รถยนต์ไม่สามารถใช้กำลังจากล้อทั้ง 4 ได้อย่างเต็มที่ ต้องยกความดีความชอบของ Walking Speed ที่ให้เครื่องยนต์จัดการของมันเองไม่ต้องพึ่งคันเร่งปรากฎว่าทำได้ดีเยี่ยมให้ความต่อเนื่องของรอบเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ควบคุมพวงมาลัยเท่านั้นก็สามารถฝ่าอุปสรรคง่ายดาย

Toyota Hilux REVO

การปรับโฉมครั้งนี้ ถึงจะเน้นหนักไปทางหน้าตาคมเข้มดุดันกว่าด้วยชุดแต่งสไตล์ Rocco ภายในที่เข้มพร้อมออพชั่นครบครัน กำลังเครื่อง 2.8 ลิตร 204 แรงม้า ให้ความฉับไวทันใจถึงอาจจะไม่ว้าวมากเท่าไหร่ แต่ช่วงล่างที่ปรับปรุงใหม่ถูกจริตคนไทยมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณผู้หญิง หรือ ผู้สูงอายุที่ชอบรถนั่งสบายๆนั่งนิ่มๆ แต่ยังไม่ทิ้งความหนึบคมกริบในการเข้าโค้งอันเป็นจุดแข็งของกระบะรุ่นนี้ พวงมาลัยถึงจะหนักแต่เอใจได้ว่าเข้าโค้งคม สลาลอมเฉียบ

ในราคา 1,239,000 บาท กับข้าวของที่ให้มานั้นจัดว่า (เกือบ) ครบครันแต่อาจเป็นรองกระบะจากแดนมะกันที่ครบเครื่องกว่าแต่ด้วยชื่อ โตโยต้า ยังคงได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นแน่นอนสำหรับ กระบะแต่งหรู Toyota Hilux REVO Rocco Facelift

เรื่องและขับทดสอบโดย นายเต้ย

ขอขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เชิญทีมงาน Autodeft.com เข้าร่วมกิจกรรมทดสอบรถยนต์ Toyota Hilux REVO Rocco Facelift

Toyota Hilux REVO
Toyota Hilux REVO

สิ่งที่ชอบ >>>หน้าตาดุกว่ารุ่นเก่า การแต่งที่เด่นกว่าเก่าในสไตล์ Rocco ออพชั่นครบครัน ช่องต่อไฟฟ้ากระแสสลับ AC 220V สามารถชาร์จมือถือและเสียบปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างสะดวก เบาะนั่งโครงเดิมแต่ปรับใหม่เพิ่มความสบายทุกการเดินทางระบบเบรกทันใจขึ้น ช่วงล่างนุ่มนำหนึบตาม

สิ่งที่ไม่ชอบ >>> ในราคาล้านสองต้นๆควรให้ความปลอดภัยมากขึ้นทั้งระบบเตือนมุมอับสายตา กับ เตือนขณะถอยจอด และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

ชม Gallery Test Drive  Toyota Hilux REVO Rocco Faceliftได้ที่นี่ !!

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ