Hands on : สามมิตร เอราวัณ ดีเซล CNG คู่ใจนักขนประหยัดกว่าเดิม

ทดสอบสุดยอดกระบะประหยัดจากผลงานฝีมือคนไทยค่ายสามมิตร กรีนพาวเวอร์ สุดทึ่ง เอราวัณ CNG ดีเซล ทำความประหยัดได้ 0.6562 บาท/ก.ม.

เรื่องและขับทดสอบโดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Nattayod Chubanjong)

Email: nattayod@autodeft.com

พูดถึงรถยนต์กระบะที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกวันนี้เราคงต้องยอมรับว่า การขนส่งด้วยรถกระบะยังเป็นที่นิยมด้วยความง่ายในการดูแลรักษารวมถึงความคุ้นเคย แม้จะมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเอาไว้ แต่หากจะทำธุรกิจให้มีกำไรคงต้องพึ่งหาหนทางประหยัด

สามมิตรกรีน พาวเวอร์อาจจะมาไม่ใช่บริษัท ที่เราหลายคนคุ้นหูมากมายนัก แต่หากกล่าวถึงค่ายผู้ผลิตที่พัฒนาศักยภาพรถยนต์ให้มีความสามารถในการตอบสนองมากขึ้นกว่าเดิมนั้น  สามมิตรกรีนพาวเวอร์ถือเป็นอีกค่ายที่มาแรง และล่าสุดพวกเขาจับมือกับปตท. รับเอาเทคโนโลยีใหม่มาติดตังไว้ในกระบะ เอราวัณดีเซล CNG  

กระบะสามมิตร เอราวัณ

กระบะเอาราวัณดีเซล  CNG  เป็นรถรุ่นล่าสุดจากสามมิตร กรีนพาวเวอร์ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของการออกแบบให้เหมาะต่อการใช้งานทางเชิงพาณิชย์ ตัวรถ คุ้นน้าคุ้นตากันดีด้วยการนำรถกระบะ Toyota Vigo  หัวเดี่ยวที่มาพร้อมเบาะที่นั่งคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกมากที่สุดตอบสนองการใช้งานเชิงพาณิชย์สำหรับบรรดา บริษัทห้างร้านที่ต้องการรถขนสินค้า

แต่หากต้องการความสามารถในการขนถ่ายสินค้าชิ้นใหญ่ได้ง่ายขึ้น ก็ยังมาพร้อม กับการออกแบบกระบะท้ายให้สามารถเปิดได้ 3  ด้านตามต้องการ ซึ่งมีความยาว   2,508  ม.ม. กว้าง  1,760  ม.ม.หรือจะเลือกรับกระบะแบบเดิมของ  Toyota Vigo   ที่มาพร้อมสรรพจากโรงงานก็ได้อยู่

เป็นกระบะหัวเดี๋ยวเรื่องในห้องโดยสารก็ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณให้มากความอะไรนัก เบาะนั่งตอนหน้า 2  ที่พอสำหรับคนขับและตุ๊กตาหน้ารถ พอจะเบียดสามได้ แต่ด้วยรถเป็นระบบเกียร์ธรรมดา และมีพื้นที่มากมายนัก ทำให้อาจจะเข้าเกียร์ผิดกับคนกลางได้ ส่วนเรื่องพื้นที่เก็บของมีนิดหน่อย ที่หลังเบาะคนขับ แต่ถ้าเป้นกระเป๋าเสื้อผ้านั้น ก็คงต้องโยนไปกระบะหลังจะดีกว่า

กระบะสามมิตร เอราวัณ

วันนี้ที่สามมิตรชวนเรามาสัมผัสสมรรถนะ สามมิตร เอราวัณ Diesel CNG  นั้น พวกเขาค่อนข้างมันใจว่ากระบะที่ได้รับการอออกแบบพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลรหัส  2 KD-FTV ขุมพลังดีเซล 2.5  ลิตร แบบ   4  สูบแถวเรียง ต้นกำลังดังเดิมของ  Toyota Vigo   ให้กำลัง  144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที  และยังทำกำลังแรงบิดได้มากถึง 343  นิวตันเมตร ตั้งแต่  1,600-2,800 รอบต่อนาที ตอบโจทย์เองบความประหยัดมากขึ้น

งานนี้สามมิตรเพิ่มสมรรถนะด้วยการผสมผสานเครื่องยนต์ดีเซลเข้ากับระบบแก๊ส CNG ติดตั้งมาให้เสร็จสรรพ ถึง3 ถังวางติดตั้งไว้กับแชสซี แต่หลายคนอาจจะมองว่าเครื่องดีเซลกับ CNG  ไม่ใช่เรื่องใหม่และมันไม่ได้ประหยัดอะไรนัก แต่ สามมิตร เพิ่งจะจับมือกับ ปตท.ไปหมาดๆ รับระบบควบคุมการจุดระเบิดและเลือกใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสมใหม่ล่าสุด  PTT Connection Box

กล่องควบคุมนี้ทำงานด้วย การปรับวิธีและกระบวนการเผาไหม้ใหม่หมด ด้วยการประยุกต์กระบวนการเผาไหม้เป็นแบบ  Premixed Charge  Compression Ignition  หรือ PCCI  มาใช้กับรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติระบบเชื้อเพลิงร่วม หรือ Dual Fuel  

กระบะสามมิตร เอราวัณ

โดยกล่อง PTT  Connection Box  นั้นจะประมวลผงความเหมาะสมในการจ่ายเชื้อเพลิงระหว่างน้ำมันดีเซลและแก๊ส CNG  ตามความเหมาะสม และสามารถลดการใช้น้ำมันดีเซลแล้วเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซลร่วมกับแก๊ส  CNG  ได้ตามความเหมาะสม และสามารถทดแทนน้ำมันดีเซลได้มากถึงร้อยละ  70 ของระบบ

ต้องยอมรับว่าระบบใหม่ที่สาธยายมานี้ค่อนข้างมีความน่าสนใจเพราะดังเดิมที ระบบแก๊ส CNG กับน้ำมันดีเซลไม่ค่อยได้รัยความนิยมมากนักเนื่องจากการทำระบบเชื้อเพลิงร่วมกันไม่ประสบความสัมฤทธ์ผลเท่าที่ควร และครั้งนี้ก็เป็นโอกาสดี เมื่อสามมิตรประกาศเป็นการทดสอบความประหยัดตลอดเส้นทางยาวไปถึงจังหวัดนครสวรรค์

เส้นทางที่ลัดเลาะจากสำนักงานใหญ่สามมิตรกรีนพาวเวอร์ตัดออกถนนพุทธมณฑลสาย 1  ต่อเนื่องไปยังกาญจนาภิเษก ในช่วงแรกของการขับขี่ กระบะเอราวัณ  Diesel CNG  นั้น การขับขี่ในเมืองน่าจะเรียกว่าเป็นอุปสรรคสำคัญของการขับประหยัดเลยก็ว่าได้

ด้วยการจราจรที่จอแจ รถมากมาย รวมถึงการใช้ความเร็วต่ำ คงไม่ใช่น่าพิศสมัย ถ้าคุณต้องการเซฟเงินในกระเป๋าจากการเดินทาง แต่กระบะเอราวัณก็เริ่มความประทับใจในความรู้สึกการขับขี่ด้วยอัตราเร่งที่ไม่ได้ต่างจากระบะดีเซลเดิม ซึ่งเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ที่สามารถเร่งได้ทันใจ และระบบแก๊ส ซึ่งตัดเข้าสู่การทำงานร่วมตั้งแต่รอบต่ำเมื่อ คุณลองกดคันเร่งลงไป เสียงนั้นก็ค่อนจะดูมีกำลัง แม้จะดูเขกเหมือนดีเซลจ่ายน้ำมันหนาไปบ้างไปเล็กน้อยก็ตามที

กระบะสามมิตร เอราวัณ

การเดินคันเร่งลัดเลาะตามถนนในเขตเมือง สิ่งที่น่าประทับได้อย่างหนึ่งเลยคือมันมีการตอบสนองไม่ต่างจากรถยนต์กระบะทั่วไปสมัยนี้ เลย ความรู้สึกที่ยังมีจิตวิญญาณของดีเซลอยู่นั้น ทำให้มันค่อนข้างมีความลงตัวมากกว่าที่คาดคิด โดยเฉพาะการเดินคันเร่งในความเร็วต่ำ สามารถทำได้ดีไม่มีสะดุด หรืออืดในการออกตัว ช่วยให้ไร้กังวลในการออกตัว

หลังผ่านช่วงแรกมาได้ เราก็เดินทางตามวงแหวนกาญจนาภิเษก ซึ่งเส้นทางนี้จะไปบรรจบเข้ากับ ถนนสายเอเชียที่ปลายทางก่อนที่เราจะเดินทางต่อไปยังพระนครศรีอยุธยาซึ่งจะต้องสลับคนขับกัน

ขับมาไม่นานนึกว่ารอดจากเขตเมืองแล้ว แต่ให้ตายเถอะ ขบวนคาราวานความประหยัดเอราวัณเรามาติดแหงกอยู่ที่แถวบางใหญ่ ซึ่งกำลังมีการสร้างรถไฟฟ้า และแถวนี้ขึ้นชื่อรถคับคั่งที่วันนี้กลายเป็นการติดหนักสาหัสพอสมควร

การเคลื่อนตัวในช่วงรถติดที่ละกระดึ้บ!! กระดึ้บ!! ทำให้เราค่อนข้างไม่หวังมากกับเรื่องอัตราประหยัดมากนัก แต่ไม่นานนักเราก็สามารถพ้นผ่านช่วงบางใหญ่มาได้และเดินทางต่อเนื่องยาวด้วยความเร็วพื้นฐานที่  80 ก.ม./ช.ม. และบางครั้งใช้ความเร็วถึง  90 ก.ม./ช.ม. ซึ่งเป็นวิธีการขับประหยัดทั่วไป

ถ้าคิดว่าเครื่องดีเซลติดแก๊สน่าจะเร่งแซงยากบนถนนทางหลวง คงต้องพิจารณาใหม่ เพราะ กระบะ เอราวัณสามารถขับได้เหมือนปกติ แม้จะต้องยอมรับว่าในความรู้สึก จะหนืดกว่าน้ำมันดีเซลอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงขนาดอืดจนเป็นอันตรายเร่งแซงยาก เพียงแต่ความอืดที่เกิดขึ้นนี้ตะดีขึ้น ถ้าคุณเพิ่มคันเร่งลงไป ระบบกล่องประมวลผลจะทำการจ่ายน้ำมันดีเซลมากขึ้นเพื่อสนองความต้องการในเรื่องอัตราเร่งของคุณ

กระบะสามมิตร เอราวัณ

ในระหว่างทางที่การเดินทางยาวการจราจรไม่ติดขัดนั้น เครื่องยนต์ของกระบะเอราวัณตอบสนองในเรื่องความประหยัดของค่อนข้างดีเยี่ยม ด้วยความเร็วที่เราใช้เดินทางไม่เกิน 100 ก.ม./ช.ม. นั้น มาถึงอยุธยาก๊าซ  CNG เพิ่งจะหมดไปเพียงขีดเดียวเท่านั้น และเราก็มาถึง จุดพักรถที่จะต้องเปลี่ยนคนขับ เพื่อเดินทางต่อไปยังนครสวรรค์

คู่หูเราในวันนี้เป็นน้องที่รู้จักกันดี จากเว็บไซต์ Autospinn  ซึ่งหลังจากทานอาหารกลางวันก็วางแผนว่าเราจะขับด้วยอัตราความเร็วเดิม แม้จะเป็นการแข่งขันเพื่อทำอัตราประหยัด แต่เราก็ยังไม่ได้กังวลซึ่งตลอดทางการขับขี่ใช้ในรูปแบบปกติใช้งานจรนิง ขับเปิดแอร์ฟังเพลงไปเรื่อยเปื่อย โชคดีที่สไตล์การขับของผมและน้องค่อนข้างคลายกัน จะมีแตกต่างบ้างตรงที่น้องอาจจะไม่ชินต่อระบบเกียร์ธรรมดามากมายนัก

หลังจากจบทริป ต้องยอมรับว่าเราไม่ได้ สนใจอะไรมากมาย เรื่องอัตราประหยัด เพราะแง่หนึ่งต้องการที่จะให้เป็นอัตราสถิติที่เกิดขึ้นจากการใช้งานจริง แต่เอาเข้าจริง ก็ต้องทึ่งเมื่อเราเป็นรถที่ได้อันดับที่ 2  จากอัตราประหยัด โดยในการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังนครสวรรค์ เราผลาญน้ำมันดีเซลไป 3.131  ลิตร คิดเป็นการเดินทางด้วยน้ำมันตกเฉลี่ยแล้ว  75.98 ก.ม./ลิตร เฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร 0.4 บาท

ส่วนในภาคการใช้ก๊าซ CNG  เราใช้ไป 5.307 กก. ด้วยราคา 11.53 บาท/กก. เมื่อเฉลี่ยออกมาคิดเป็นราคาค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ใช้เพียง   0.26 บาท/กิโลเมตร

เมื่อรวมทั้งหมดจากการเดินทางทั้งสิ้น   237.9 ก.ม. เรามีค่าใช้จ่ายรวมที่  0.6562  โดยใช้ความเร็วเฉลี่ยสูงสุดในคาราวาน 75.98 ก.ม./ช.ม. แต่ท้ายสุดพ่ายอันดับหนึ่ง ซึ่งใช้ความเร็วเฉลี่ยต่ำกว่ามากเพียง   0.0004 เท่านั้น เพราะ ผู้ที่ชนในการเดินทาง ครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายเพียง 0.6558

กระบะสามมิตร เอราวัณ

และเราแอบถามหลังจากการแข่งขันว่า พวกเขาได้อย่างไร ซึ่งถ้าไม่นับทางเทคนิคในเรื่องการขับแล้ว สิ่งที่แตกต่างกันมีเพียงความเร็วที่ใช้ต่ำกว่า(ไม่เกิน  70 ก.ม./ช.ม. และที่สำคัญ พวกเขาไม่ได้เปิดระบบปรับอากาศในระหว่างการขับขี่ ซึ่งถ้านับว่าเราทั้งเปิดแอร์และขับเร็วกว่ามากก็มีอัตราประหยัดพอๆกันหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ดีหลังการแข่งขันเรามีโอกาสในการลองสมรรถนะการขับขี่เต็มแบบไม่เม้มในเรื่องประหยัด ซึ่งมันมีอัตราประหยัดที่ค่อนข้างลงตัวในการขับขี่ สามารถเร่งดีในทุกรอบเร่งถ้าคุณเหยียบคันเร่งไปเต็มๆ และยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง  175  ก.ม./ช.ม.  ถ้าสินค้าต้องการเร่งส่งด่วนจี๋ แต่ท้ายที่สุดการยัดสามถึง  CNG  ไว้ที่แชสซีท้ายก็มีข้อดี ในเรื่องความมั่นใจมากขึ้น ทั้งในการใช้ความเร็วและการเข้าโค้ง แต่ถ้าใช้ความเร็วสูงจะมีอาการหน้าเหิน

ทว่าที่เราขับมาทั้งหมดนี้เป็นรถเปล่า ไม่มีการบรรทุกสิ้นค้าหรือสัมภาระใดๆ นอกจากผู้โดยสาร 2  คน พร้อมสัมภาระอีกนิดหน่อยติดตัว  

ถึงเราจะพ่ายในเกม แต่หลังจากการแข่งขันอัตราประหยัดและลองสมรรถนะกระบะเอราวัณจากค่ายสามมิตรกรีนพาวเวอร์ ต้องยอมรับว่ามันมีความประหยัดเหนือกว่าที่คาด โดยเฉพาะนี่คือ ดีเซลทำงานพร้อมกันกับระบบแก๊ส CNG  และท้ายสุดสำหรับเถ้าแก่ทั้งหลายที่มองหารถยนต์เชิงพาณิชย์ไว้ทุ่นค่าใช้จ่ายสามมิตรกรีนพาวเวอร์ก็เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะ

เรื่องและขับทดสอบโดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Nattayod Chubanjong)

Email: nattayod@autodeft.com

ขอบคุณ บริษัท สามมิตร กรีนพาวเวอร์ จำกัด ที่เชิญทีมงาน Autodeft.com เข้าร่วมทดสอบมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

รถทดสอบ กระบะเอราวัณ ดีเซล- CNG

ราคาจำหน่าย 690,000 บาท

จุดเด่น ความประหยัดจากการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล+CNG  ทำให้ประหยัดได้มากกว่า 50% โดยสามารถจ่ายก๊าซผสมน้ำมันดีเซลถึง  70%

จุดด้อย ด้านหน้าจะเหินในความเร็วสูง 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ