Deft Opinion : รถไฟฟ้า เทรนดใหม่ที่น่าสนใจ แต่ช้าไปไหม... ไทยเรา

เมื่อรัฐบาลยอมรับเทรนด์ต่อไปรถยนต์อนาคตเมืองไทยจะหันไปเป็นรถยนตพลังงานไฟฟ้า แต่บางที่เราอาจจะคิดช้าไป หลังพลังงานยุคใหม่กำเนิดขึ้นมากมาย จนรถไฟฟ้าอาจจะไม่ใช่คำตอบ

ทุกวันนี้เราหลายคนต่างใช้รถยนต์กันในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถขาดได้ในความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่ในขณะที่รถยนต์ทุกวันนี้สามารถตอบสนองการใช้งานอย่างเพียงพอ รถยนต์ในวันข้างหน้ากลับเป็นคำถามสำคัญที่มากกว่าแค่ว่า มันจะใช้งานได้ดีหรือไม่ แต่มันน่าจะออกมาเป็นอย่างไรด้วย

อีก 10  ปีเมืองไทยจะเหมาะกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าดูแล้วเป็นคำที่ทำให้คนไทยหลายคนเสียใจ จากการประเมินของ  สถาบันยานยนต์ว่า เมืองไทยอาจจะเหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า ก็น่าจะอีกราวๆ  10  ปี ต่อจากนี้ แต่ความจริงจากกระแสโลก รถยนต์พลังงานไฟฟ้า กำลังเป็นที่นิยมมากในตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเป็นเทรนด์แห่งการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในอนาคต

รถไฟฟ้ากับเมืองไทย อาจจะเป็นอนาคตที่ยาวไกลมาก แต่ในอนาคตประเทศไทยเราอาจจะมีความเป็นไปได้สูงที่เราจะก้าวสู่สังคมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หลังในงาน นาย อาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในระหว่างการสัมมนา "จุดยืนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในทศวรรษหน้า" ในงาน อินเตอร์อินเตอร์แมค-ซับคอน ไทยแลนด์ 2015  ที่ถูกเปิดเผยใน ประชาชาติธุรกิจ ว่า

ท่านอธิบดี ได้เปิดเผยชัดว่า รถไฟฟ้าจะเกิดขึ้นชัดเจนแน่นอน จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับการแข่งขันของรายใหญ่ๆ ถ้ารายใหญ่ๆ แข่งขันกันรุนแรงก็จะเกิดเร็วขึ้น

“การแข่งขันของค่ายรถในอีกสิบปีข้างหน้า แนวโน้มการปรับเปลี่ยนไปสู่การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แบตเตอรี่ ไทยเองกำลังเดินตามต่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยจะทำอย่างไรให้ ชิ้นส่วนต่างๆ เล็กลงและใช้เวลาสั้นขึ้น “

แต่แม้นาทีนี้ ภาครัฐบาล ดูเหมือนจะเริ่มรุ้ตัวเองว่าทิศทางยานยนต์รถที่จะมีผลต่อแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการผันตัวเองสู่ตลาดรถยนต์รถไฟฟ้ามากขึ้น แต่ความจริงเรารู้สึกตัวช้าไป จนน่าจะสายเกินการ ด้วยเทคโนโลยีจากบริษัทยานยนต์ที่เราคุ้นเคย อย่าง  Toyota  และ   Honda  ต่าง อพยพไปสู่ในเรื่องของเซลล์พลังงานเชื้อเพลิง และมีการวางแผนเตรียมวางจำหน่ายแล้วในญี่ปุ่นด้วยซ้ำไป

ในขณะที่เรื่องรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นกระแสเทคโนโลยีที่เอาท์ไปแล้วบนเวทีโลก เมื่อค่ายรถยนต์ Audi  เขย่าวงการยานยนต์ด้วยพลังงานเชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ที่พวกเขาเรียกว่า e-Benzin   น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์  100% ครั้งแรก ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท เคมีชั้นนำ ซึ่งสามารถให้ค่าพลังงานเทียบเท่าน้ำมันเชื้อเพลิงออกเทน 100  และยังไร้สารโลหะหนักประกอบในตัวเนื้อน้ำมัน เช่นสารซัลเฟอร์ หรือ  สารเบนซิน ทำให้หลายคนสนใจว่า นี่อาจจะเป็นแนวทางใหม่ในอนาคต

หากรถยนต์ในอนาคตยังต้องใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในอยู่ บางทีน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์  อาจจะเป็นคำตอบที่ดีมากกว่าหันไปใช้รถยนต์ระบบไฟฟ้า ตามความเห็นของนักวิเคราะห์หลายฝ่ายในต่างประเทศ แถมน้ำมันสังเคราะห์นี้ ยังอาจจะ จะไม่น่ามีราคาพงมากมายนัก หากได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถ

เทรนด์ใหม่ที่มากมายทางด้านพลังงาน ทำให้ต้องยอมรับว่า วันนี้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเริ่มจะไม่น่าสนใจในการใช้งาน เมื่อเทียบกับสัก  2-3  ปี ที่วิฤตพลังงานด้วยค่าน้ำมันแสนแพง ทำให้หลายคน เริ่มมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ในการใช้งานได้ดี โดยที่ไม่ต้องพึงน้ำมัน ก็ได้

บางที รัฐบาลไทย อาจจะต้องมองเทรนด์รถยนต์ในอนาคตให้ตก คิดให้แม่นว่าทิศทางใดที่น่าจะเป็น และเลือกทางที่ถูกต้องสำหรับอนาคตยานยนต์ของคนไทย ไม่ใช่โยนหินถามทางหรือตามใจผู้สนับสนุน ที่เป็นฉมวกปักหลังอยู่

เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)

ติดตามผู้สื่อข่าวและนักทดสอบรถยนต์ นาย ณัฐยศ ชูบรรจง ได้ที่ Facebook ,Twiter (@nattayodc)  

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ