BMW ยังไม่ทิ้งเครื่อง V8 คูเป้ยังอยู่ เตรียมเปิดตัว 4-Series เจเนอเรชันใหม่ ลุ้นทั้งไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาป

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 25 ม.ค. 69 16:47
  • 1,044 อ่าน

แม้กระแสรถคูเป้ทั่วโลกจะซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง แต่ BMW ยังคงยืนยันชัดเจนว่ายังไม่พร้อมถอนตัวจากตลาดนี้ โดยยืนยันว่ารถคูเป้ยังมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ และกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา BMW 4-Series เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งอาจมีให้เลือกทั้งเวอร์ชันไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาป รวมถึงการต่อยอดไปสู่ M4 รุ่นใหม่ในอนาคต

BMW

BMW 4-Series รุ่นปัจจุบันเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2020 และถูกพัฒนาในหลายตัวถัง รวมถึง Gran Coupe และ i4 รุ่นไฟฟ้าล้วน ซึ่งเคยเป็นรถ EV ที่ขายดีที่สุดของ BMW อย่างไรก็ตาม บทบาทดังกล่าวกำลังจะถูกส่งต่อให้กับ i3 บนพื้นฐาน 3-Series เจเนอเรชันใหม่ ทำให้เกิดคำถามว่าทิศทางของ 4-Series จะเดินต่อไปอย่างไร

Joachim Post หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมและพัฒนาของ BMW ให้สัมภาษณ์กับ Autocar ว่า 4-Series ยังคงเป็นรถที่มีความสำคัญต่อแบรนด์ เพราะสะท้อนตัวตนความสปอร์ตของ BMW อย่างชัดเจน อีกทั้งการพัฒนาเจเนอเรชันใหม่ยังไม่ใช่เรื่องต้นทุนสูง เนื่องจากสามารถใช้โครงสร้างและเทคโนโลยีร่วมกับ 3-Series รุ่นใหม่ได้โดยตรง

แนวคิดการใช้แพลตฟอร์มร่วมกัน หรือที่ BMW เรียกว่า high synergies เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถคูเป้ยังมีที่ยืนในตลาด แม้ยอดขายจะไม่สูงเท่ารถซีดานหรือ SUV การแชร์ชิ้นส่วนกับรุ่นอย่าง 3-Series, X3 หรือแม้แต่ X4 และ X6 ช่วยลดต้นทุนการพัฒนา ทำให้สามารถสร้างตัวถังเฉพาะทางได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

หาก BMW เดินหน้าเปิดตัว 4-Series รุ่นใหม่จริง ทิศทางมีแนวโน้มจะคล้ายกับ 3-Series เจเนอเรชันถัดไป คือแยกแพลตฟอร์มตามระบบขับเคลื่อน รุ่นเครื่องยนต์สันดาปจะใช้แพลตฟอร์ม CLAR ที่ปรับปรุงใหม่ ส่วนรุ่นไฟฟ้าจะย้ายไปใช้แพลตฟอร์ม Neue Klasse ซึ่งเป็นโครงสร้างใหม่สำหรับ EV ของ BMW และจะถูกใช้กับ i3 และ iX3 รุ่นใหม่เช่นกัน

BMW

ในฝั่งสมรรถนะ BMW ยืนยันแล้วว่าแพลตฟอร์ม Neue Klasse รองรับ iM3 รุ่นไฟฟ้า ทำให้โอกาสในการเกิด iM4 Coupe มีความเป็นไปได้สูง ขณะเดียวกัน BMW ก็ระบุว่า M3 รุ่นถัดไปจะยังคงใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง พร้อมระบบ mild-hybrid ซึ่งเปิดทางให้ M4 เครื่องยนต์สันดาปยังคงมีอนาคตต่อไป

หาก 4-Series มีเวอร์ชันไฟฟ้า คาดว่าจะใช้แบตเตอรี่ขนาดประมาณ 108 kWh แบบเดียวกับ i3 รุ่นใหม่ พร้อมตัวเลือกขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ โดย BMW ส่งสัญญาณว่าระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอาจเกิน 500 ไมล์ ตามมาตรฐานการทดสอบ

ในขณะที่คู่แข่งหลายรายเริ่มถอยจากตลาดคูเป้ Audi เลิกทำ A5 Coupe และ Mercedes-Benz รวม C-Class Coupe กับ E-Class Coupe เหลือเพียงรุ่น CLE เพียงรุ่นเดียว ทำให้ BMW กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่ยังคงยืนหยัดในตลาดนี้ และอาจได้เปรียบในเชิงการแข่งขันมากขึ้น

นอกจากนี้ BMW ยังยืนยันว่าได้พัฒนาเครื่องยนต์เจเนอเรชันใหม่ให้ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 7 แล้ว โดยเครื่องยนต์ 6 สูบ S58 เทอร์โบคู่ใน M3 และ M4 จะยังคงอยู่ต่อไป พร้อมการปรับปรุงระบบไอเสียและเสริมระบบ mild-hybrid ขณะเดียวกัน เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ V8 และ V12 ก็ยังปลอดภัย รวมถึงเครื่อง V12 ขนาด 6.75 ลิตรของ Rolls-Royce ด้วย

BMW ระบุว่าการปรับให้ผ่าน Euro 7 ไม่ได้ต้องลงทุนสูงมากนัก เนื่องจากเป็นการอัปเกรดระบบไอเสียและแคตาไลติกเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของแบรนด์ในยุคที่หลายค่ายเริ่มยอมแพ้ให้กับกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ