Maextro S800 ซีดานหรูจากจีน ราคา 103,000 ดอลลาร์ ทำยอดขายแซง
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 16 มี.ค. 69 15:21
- 1,006 อ่าน
รถยนต์หรูจากจีนกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในตลาดระดับบน โดยเฉพาะ Maextro S800 ซีดานขนาดใหญ่ที่หลายคนทั่วโลกอาจยังไม่คุ้นชื่อ แต่ในตลาดจีนกลับทำยอดขายได้อย่างน่าประหลาดใจ ล่าสุดสามารถทำยอดขายแซงหน้ารถหรูชื่อดังอย่าง BMW 7 Series, Porsche Panamera และ Mercedes-Maybach S-Class รวมกันได้ในช่วงที่ผ่านมา

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติ โดยเฉพาะจากยุโรป กำลังเผชิญในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนคือ Porsche ที่กำลังอยู่ในช่วงยอดขายชะลอตัวทั้งในจีนและทั่วโลก
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ยอดส่งมอบรถของ Porsche ในประเทศจีนลดลงประมาณ 26 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายรวมทั่วโลกในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 279,449 คัน ลดลงราว 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ในอดีต จีนถือเป็นตลาดสำคัญที่สุดของ Porsche โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งต้องการรถที่สะท้อนภาพลักษณ์ด้านสมรรถนะและสถานะทางสังคม แต่พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามากขึ้น

เมื่อรวมกับความสามารถของผู้ผลิตรถยนต์จีนที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในประเทศอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยในราคาที่แข่งขันได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่รถอย่าง Maextro S800 จะสามารถเจาะตลาดรถหรูที่เคยเป็นพื้นที่ของแบรนด์เยอรมันได้อย่างรวดเร็ว
อุตสาหกรรมรถยนต์หรูในจีนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศไม่เพียงแข่งขันกับแบรนด์ยุโรปโดยตรง แต่ยังนำเสนอเทคโนโลยีด้านดิจิทัลและระบบแบตเตอรี่ที่ล้ำสมัย ซึ่งตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองว่ารถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์จีนเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรมมากกว่าทางเลือกที่ด้อยกว่า
ปัจจุบันแบรนด์เทคโนโลยีและผู้ผลิตรถยนต์จีนอย่าง Huawei ที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ Maextro รวมถึง Xiaomi และ BYD ต่างกำลังขยายส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรูอย่างรวดเร็ว โดย Maextro S800 มีราคาเริ่มต้นประมาณ 103,000 ดอลลาร์ หรือถูกกว่า Porsche Panamera ราว 40 เปอร์เซ็นต์
ในขณะเดียวกัน Xiaomi ก็สร้างกระแสอย่างมากกับรถไฟฟ้า SU7 ซึ่งมีสมรรถนะเหนือกว่ารถไฟฟ้า Porsche Taycan ในหลายด้าน โดยสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.1 วินาที ขณะที่ Taycan ใช้เวลา 2.7 วินาที นอกจากนี้ยังมีความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม. มากกว่า Taycan ที่ทำได้ 270 กม./ชม. พร้อมพละกำลังสูงสุดถึง 1,548 PS และแรงบิด 1,770 นิวตันเมตร ซึ่งมากกว่า Taycan ที่มี 884 PS และแรงบิด 890 นิวตันเมตรเกือบเท่าตัว ขณะที่ราคากลับต่ำกว่าประมาณสามเท่า
ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและแรงสนับสนุนจากผู้บริโภคภายในประเทศ ทำให้แบรนด์จีนเริ่มดึงดูดลูกค้าที่ในอดีตมักเลือกซื้อรถจากแบรนด์ต่างชาติเท่านั้น

สำหรับ Porsche การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ เพราะชื่อเสียงของแบรนด์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะรักษาความสำเร็จในตลาดได้อีกต่อไป รายงานระบุว่าบริษัทกำลังลดจำนวนเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในจีน รวมถึงทยอยยุติการดำเนินงานเครือข่ายสถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่เคยสร้างไว้
ภายใต้การบริหารของซีอีโอคนใหม่ Michael Leiters ทาง Porsche กำลังทบทวนกลยุทธ์ใหม่ โดยเน้นจุดแข็งดั้งเดิมของแบรนด์อย่างรถสปอร์ตและ SUV ที่มีอัตรากำไรสูง พร้อมเดินหน้าพัฒนารถไฟฟ้าในแนวทางที่ซับซ้อนมากขึ้น แทนที่จะลงแข่งขันด้านราคากับผู้ผลิตรถไฟฟ้าจากจีน
Leiters ระบุว่าบริษัทคาดหวังให้กำไรเริ่มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในปีนี้ แม้สถานการณ์จะยังคงท้าทาย โดยบริษัทกำลังพยายามควบคุมต้นทุนและกำหนดกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ
แม้ Porsche จะลดบทบาทบางส่วนในจีน แต่ก็ยังไม่ยอมถอนตัวจากตลาดนี้ โดย Alexander Pollich ประธาน Porsche China กล่าวว่า ความต้องการของลูกค้าชาวจีนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และแม้บริษัทจะเป็นผู้ผลิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของตลาดได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือการทบทวนตัวเองและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์
ในอนาคต Porsche เตรียมเปิดตัว Cayenne เวอร์ชันไฟฟ้าล้วน รวมถึง SUV เครื่องยนต์เบนซินและปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ โดยบางรุ่นจะพัฒนาเพื่อจำหน่ายเฉพาะในตลาดจีน นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะดำเนินงานแยกจากสำนักงานใหญ่ในเยอรมนี

หนึ่งในโครงการแรกของศูนย์พัฒนาแห่งใหม่นี้คือการออกแบบระบบอินโฟเทนเมนต์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวจีนมากขึ้น โดยคาดว่าจะรองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันท้องถิ่นที่ผู้ใช้ชาวจีนใช้งานเป็นประจำ แทนการใช้ซอฟต์แวร์กลางที่พัฒนาจากเยอรมนีเพียงอย่างเดียว
ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างจีน การปรับตัวให้เข้ากับผู้บริโภคท้องถิ่นอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญพอ ๆ กับสมรรถนะหรือภาพลักษณ์ของแบรนด์ในอนาคต
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




