Mercedes C-Class EV เปิดตัวแล้ว ซีดานไฟฟ้าหรูวิ่งไกล 700 กม. แรงเกือบ 500 ม้า ชาร์จ 10 นาทีวิ่งต่อ 300 กม.
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 20 เม.ย. 69 21:17
- 1,005 อ่าน
Mercedes-Benz เปิดตัว C-Class เวอร์ชันไฟฟ้าอย่างเป็นทางการครั้งแรก พลิกโฉมซีดานหรูระดับเริ่มต้นสู่ยุค EV เต็มตัว พร้อมเทคโนโลยีใหม่ทั้งแพลตฟอร์ม ระบบขับเคลื่อน และระยะทางวิ่งที่ก้าวกระโดด

C-Class EV รุ่นใหม่นี้พัฒนาบนแพลตฟอร์ม MB.EA ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถไฟฟ้า รองรับระบบไฟ 800V ซึ่งช่วยให้ทั้งประสิทธิภาพและความเร็วในการชาร์จดีขึ้นอย่างชัดเจน
ในรุ่นหลักอย่าง C400 4MATIC มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังประมาณ 480 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ราว 4 วินาทีต้น ๆ ถือว่าแรงในระดับเดียวกับรถสปอร์ตซีดาน

จุดขายสำคัญคือ “ระยะทางวิ่ง” ที่ Mercedes เคลมว่าสามารถทำได้สูงสุดราว 700-760 กม. ต่อการชาร์จ (WLTP) จากแบตเตอรี่ขนาดประมาณ 94 kWh ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแถวหน้าของตลาด
ด้านการชาร์จ รองรับกำลังสูงสุดระดับ 300 kW+ ทำให้สามารถเติมไฟได้ระยะทางกว่า 300 กม. ภายในเวลาเพียงประมาณ 10 นาที ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น
ดีไซน์ภายนอกมาในแนวลู่ลมมากขึ้น พร้อมค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.22 และเส้นสายแบบ fastback ที่ช่วยเพิ่มทั้งความสปอร์ตและประสิทธิภาพ

ภายในห้องโดยสารยังคงจุดเด่น “จอเต็มคัน” ด้วย MBUX Hyperscreen หรือ Superscreen ตามรุ่นย่อย พร้อมระบบ AI และฟีเจอร์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ รวมถึงวัสดุพรีเมียมและตัวเลือกแบบ vegan
อีกหนึ่งไฮไลต์คือเทคโนโลยีช่วงล่าง เช่น ถุงลม (air suspension) และระบบเลี้ยวล้อหลัง (rear-wheel steering) ที่ช่วยเพิ่มทั้งความนุ่มนวลและความคล่องตัวในการขับขี่
Mercedes ระบุว่า C-Class EV จะทำตลาดควบคู่กับรุ่นเครื่องยนต์เดิม ไม่ได้มาแทนที่ทันที และเตรียมวางจำหน่ายจริงในปี 2027

ภาพรวม C-Class EV จึงเป็นหมากสำคัญของ Mercedes ในการบุกตลาดซีดานไฟฟ้าระดับกลาง โดยตั้งเป้าชนคู่แข่งอย่าง BMW i4 และ Tesla Model 3 อย่างตรงตัว
สรุปประเด็นสำคัญ
-
C-Class EV เปิดตัวครั้งแรก เป็นซีดานไฟฟ้าล้วน
-
ใช้แพลตฟอร์ม MB.EA และระบบไฟ 800V
-
กำลังสูงสุดราว 480 แรงม้า ขับเคลื่อนสี่ล้อ
-
วิ่งได้สูงสุดประมาณ 700-760 กม. ต่อชาร์จ
-
ชาร์จเร็ว เติมไฟ 10 นาที วิ่งได้ราว 300 กม.
-
ดีไซน์ลู่ลม ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้าน 0.22
-
ภายในจอ Hyperscreen พร้อม AI และวัสดุพรีเมียม
-
เตรียมขายจริงปี 2027
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




