Tesla ตัด Autopilot พื้นฐานเงียบ ๆ ใครอยากได้คืน ต้องจ่ายเดือนละ 99 ดอลลาร์
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 25 ม.ค. 69 16:56
- 1,030 อ่าน
Tesla กำลังเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญด้วยการ ยกเลิก Autopilot เวอร์ชันมาตรฐาน ที่เคยติดรถมาให้ฟรี และผลักดันลูกค้าไปสู่การสมัครบริการ Full Self-Driving (Supervised) แบบรายเดือนในราคา 99 ดอลลาร์สหรัฐ

ตลอดเกือบ 7 ปีที่ผ่านมา ผู้ใช้ Tesla คุ้นเคยกับ Autopilot ระบบช่วยขับพื้นฐานที่รวมทั้ง Adaptive Cruise Control แบบ Stop-and-Go และ ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน (Autosteer) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่รถยนต์ทั่วไปหลายรุ่น—even ในกลุ่มราคาประหยัด—ก็มีให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ Tesla กำลังเปลี่ยนแนวทางอย่างชัดเจน
Autopilot หายไปจากเมนู เหลือแค่ชื่อใหม่ที่ “ขาดของ”
Tesla ได้ถอดคำว่า “Autopilot” ออกจากรายการอุปกรณ์ในเว็บไซต์อย่างเงียบ ๆ และแทนที่ด้วยชื่อใหม่ว่า
“Traffic-Aware Cruise Control (TACC) with Autosteer” ซึ่งเป็นคำอธิบายเชิงเทคนิคที่บริษัทเคยใช้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม รถ Tesla รุ่นใหม่ที่ส่งมอบตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป จะได้เพียง Traffic-Aware Cruise Control เท่านั้น
ระบบ Autosteer หรือการช่วยบังคับเลน จะไม่ถูกติดตั้งมาให้ เว้นแต่เจ้าของรถจะสมัคร Full Self-Driving แบบรายเดือน
ใครมีรถอยู่แล้ว ไม่โดนย้อนหลัง
Tesla ยืนยันว่า เจ้าของรถเดิมยังคงได้ฟีเจอร์ตามแพ็กเกจที่ซื้อไว้ตอนแรก ไม่มีการถอดฟังก์ชันย้อนหลัง แต่สำหรับผู้ซื้อรถใหม่ นี่คือจุดเปลี่ยนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
จังหวะเวลานี้ถือว่าสำคัญ เพราะ Tesla เพิ่งยืนยันว่า Full Self-Driving จะถูกขายเฉพาะในรูปแบบ Subscription เท่านั้นในอนาคต
จนถึงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ลูกค้ายังสามารถซื้อ FSD แบบขาดได้ในราคา 8,000 ดอลลาร์
หลังจากนั้น การจ่าย รายเดือนเท่านั้นจะเป็นทางเลือกเดียว
ตัดฟีเจอร์พื้นฐาน = บีบให้สมัคร
การนำ Autosteer ออกไปจากแพ็กเกจฟรี ทำให้เกิด “ช่องว่างการใช้งาน” อย่างชัดเจน และกลายเป็นแรงกดดันให้ลูกค้าหันไปสมัคร FSD
ทั้งที่ในมุมมองผู้ใช้จำนวนมาก Autosteer ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นฟีเจอร์หรู แต่เป็นระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ซึ่งรถราคาถูกกว่าหลายรุ่น including Kia Sportage ยังให้มาแบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่มหรือจ่ายรายเดือน
ผลลัพธ์คือ Tesla กำลังเรียกเก็บเงินราว 1,200 ดอลลาร์ต่อปี สำหรับฟังก์ชันที่รถทั่วไปมีให้เป็นมาตรฐาน
และ Elon Musk ก็ย้ำชัดว่า ราคานี้มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอนาคต
Tesla เจอแรงกดดันรอบด้าน
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาหลายด้านของ Tesla
-
ยอดขายลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
-
กำไรต่อคันหดตัว
-
สิทธิประโยชน์และเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสหรัฐลดลง
-
ถูกจับตาจากหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง
ขณะเดียวกัน กระแสต่อต้าน ระบบ Subscription และฟีเจอร์ที่ถูกล็อกด้วยซอฟต์แวร์ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
Louis Rossmann นักเคลื่อนไหวด้าน Right-to-Repair ออกมาวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า นี่คือความพยายาม “ยึดคืนความเป็นเจ้าของจากผู้บริโภค” พร้อมตั้งมูลนิธิให้ข้อมูล และเสนอรางวัลแก่ผู้ที่สามารถปลดล็อกฟีเจอร์ที่ถูกนำไปซ่อนไว้หลัง paywall
เกมนี้ ลูกค้าเป็นคนตัดสิน
สุดท้ายแล้ว คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ Tesla เพียงฝ่ายเดียว
ผู้บริโภคจะเป็นคนตัดสินว่า ยอมรับโมเดลเก็บเงินรายเดือนนี้ หรือโหวตด้วยกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




