Mazda CX-5 เจนใหม่กระแสแรงเกินต้าน ยอดจองเดือนแรกในญี่ปุ่นทะลุหมื่นคัน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 5 เท่า
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 24 มิ.ย. 69 13:37
- 1,002 อ่าน
หลังจากที่ Mazda ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ยอดนิยมอย่าง All-New Mazda CX-5 เจเนอเรชันที่สามออกสู่ตลาด ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ความต้องการที่ล้นหลามในประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดอย่างเกินความคาดหมาย โดยในตอนแรกทางแบรนด์ได้ตั้งเป้ายอดจองของรถรุ่นนี้เอาไว้แบบอุ่นเครื่องเพียงแค่ 2,000 คันต่อเดือนเท่านั้น แต่ปรากฏว่าหลังจากเปิดรับจองอย่างเป็นทางการเพียงแค่เดือนเดียว ลูกค้าชาวญี่ปุ่นกลับแห่กันเข้ามายื่นใบจองรวมกันพุ่งทะลุเกินกว่า 10,000 คัน ซึ่งคิดเป็นตัวเลขที่มากกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดการณ์ไว้ถึง 5 เท่าตัวเลยทีเดียว ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าทิศทางการออกแบบและการจัดออปชันของรถเอสยูวีรุ่นนี้สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจจากกลุ่มผู้สั่งจองในระลอกแรกเผยให้เห็นว่า ลูกค้าของ Mazda CX-5 ใหม่มีช่วงอายุที่กว้างมาก ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มต้นซื้อรถคันแรกไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่ได้มองแค่รุ่นเริ่มต้น แต่กลับพร้อมใจกันเลือกซื้อรุ่นท็อปที่มีราคาแพงที่สุด โดยรุ่นย่อยเรือธงอย่างเกรด L ได้รับความนิยมสูงสุดด้วยสัดส่วนยอดจองที่สูงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยรุ่นระดับกลางเกรด G ที่มีสัดส่วน 32 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่รุ่นเริ่มต้นเกรด S มีผู้เลือกซื้อไปเพียงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้ในเรื่องของสีสันตัวถัง แม้ว่าทางค่ายจะโปรโมตด้วยสีแดงซิกเนเจอร์อันเลื่องชื่อ แต่ลูกค้าถึง 25 เปอร์เซ็นต์กลับยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเลือกสีขาวพรีเมียม Rhodium White สอดคล้องกับภายในห้องโดยสารในรุ่นท็อปที่มีการตกแต่งด้วยหนังสีน้ำตาล Sports Tan ซึ่งมีสัดส่วนการสั่งจองสูงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์

แม้ว่าในช่วงแรกของการเปิดตัว รถรุ่นนี้จะได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเสียงบ่นจากกลุ่มผู้ใช้รถอยู่บ้างในบางประเด็น เช่น การถอดปุ่มกดควบคุมระบบปรับอากาศแบบดั้งเดิมออกแล้วเปลี่ยนไปรวมไว้บนหน้าจอทั้งหมด หรือการที่ยังไม่มีขุมพลังไฮบริดแบบเต็มระบบให้เลือกในช่วงเปิดตัว ทว่าตัวเลขยอดจองที่ถล่มทลายนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่ใจกับข้อจำกัดเหล่านั้น โดยสิ่งที่ดึงดูดใจผู้ซื้ออย่างแท้จริงคือความคุ้มค่าและความอเนกประสงค์ของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังที่กว้างขวางขึ้น บานประตูที่เปิดได้กว้างขึ้นช่วยให้การติดตั้งเบาะนั่งสำหรับเด็กทำได้ง่าย ตลอดจนเบาะหลังที่สามารถพับราบเพื่อเปลี่ยนเป็นเตียงนอนขนาดเล็กสำหรับสายแคมป์ปิ้ง รวมถึงหน้าจอความบันเทิงขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้วที่ใช้งานได้สะดวกสบาย
สำหรับขุมพลังของ Mazda CX-5 เวอร์ชันที่วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเวลานี้ จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน e-SkyActiv ขนาด 2.5 ลิตร ที่ทำงานร่วมกับระบบไมลด์ไฮบริด จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด โดยมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำราคาจำหน่ายเริ่มต้นในญี่ปุ่นอยู่ที่ 3,300,000 เยน ไปจนถึงรุ่นสูงสุดที่ 4,306,500 เยน ซึ่งจะต้องลงสนามแข่งขันในเซกเมนต์เดียวกันกับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Toyota RAV4, Honda CR-V และ Subaru Forester ต่อไป
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




