5 เก๋งเด่น Motor Show 2016

กำลังคึกคักเลย กับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 37 ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เป็นอีกหนึ่งปีที่ค่ายรถยนต์ต่างนำเทคโนโลยี และยานยนต์ของตน ออกมานำเสนอพร้อมให้ผู้บริโภคได้จับเจ้าเป็นเจ้าของกันมากมาย

ในกลุ่มตลาดรถเก๋งก็ได้มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ และปรับลุคเพิ่มความสดใหม่ให้กับรถแต่ละรุ่นของตัวเองกัน โอกาสอันดีเราจะพาไปดู 5 เก๋งเด่นที่มาโชว์ตัวในงาน Motor Show 2016 และพร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของ ดูกันว่ามาจากค่ายใด รุ่นใดบ้าง ไปชมกัน
 
มากับสีสันใหม่อันโดดเด่น พร้อมสโลแกน มีสไตล์ไม่เคยเปลี่ยน นำเสนอคอมแพ็คคาร์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ภายใต้แนวคิด Iconic Design กระจังหน้าตกแต่งโครเมี่ยมและกันชนดีไซน์ใหม่ ไฟ LED ล้ออลูมิเนียมอัลลอยด์ 16 นิ้วดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วย SWIFT Sai Emblem รวมถึงฝาถังน้ำมันตกแต่งพิเศษด้วยตัวอักษรญี่ปุ่นแบบคันจิ ภายใน ตกแต่งดีไซน์หรูหราแบบใหม่ พวงมาลัยหุ้มหนังชนิดพิเศษ เบาะนั่งทำจากวัสดุคุณภาพสูงดีไซน์พิเศษ สะดวกสบายด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย อุปกรณ์เชื่อมต่อ USB ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ขับสนุกเร้าใจด้วยเครื่องยนต์ 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว VVT พร้อมเกียร์ CVT อัตโนมัติ 7 สปีด ประหยัดน้ำมันกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร รองรับน้ำมัน E20  พร้อมระบบ Paddle Shift ควบคุมเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS  ระบบป้องกันล้อล็อค ABS ระบบกระจายแรงเบรคแบบ EBD กุญแจรีโมทพร้อมระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start  มาพร้อมกับสีพิเศษใหม่ สีม่วง Moonlight Violet  สีแดง Ablaze Red Pearl  และสีขาว Snow White Pearl
 
ส่งสปอร์ตซีดานรุ่นแรก ที่ตกแต่งจาก Nismo รุ่นพิเศษเพิ่มเติมความแตกต่างสายพันธุ์สปอร์ต  กับ Nissan Almera Nismo Aero Package  ติดตั้งรอบคันด้วยชุดแต่ง Nismo Aerokit ที่ถ่ายทอดมาจาก ดีเอ็นเอ และเทคโนโลยีการแข่งรถ ส่งผลต่อการควบคุม การทรงตัว และการขับขี่ที่ดีขึ้น ช่วยจัดการกับการไหลของอากาศภายนอก ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของรถดีขึ้น ช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) ทำให้รถยึดเกาะถนนดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างสมดุลของตัวรถ จากการปรับให้มีแรงกดในแต่ละด้านที่เหมาะสม มีการถ่ายน้ำหนักลงสู่พื้นถนนในสัดส่วนที่เท่าๆกันเพิ่มมากขึ้นระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง และ Nissan Almera Nismo Performance Package มาพร้อมกับช่วงล่างพิเศษ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ช่วยลดแรงต้านและแรงยกของลมที่จะมีผลต่อตัวถัง นอกจากนี้ยังเปลี่ยนขนาดล้อและยางใหม่ โดยใช้ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง 205/50 R16 ช่วยให้มีหน้าสัมผัสเพิ่มและการยึดเกาะถนนดี ในทุกความเร็ว มีความแม่นยำในการควบคุม และได้รับการปรับเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่ ทั้งด้านการออกแบบภายในให้การไหลเวียนของไอเสียแบบ S-Flow ทำให้ได้เสียงที่สปอร์ต ดุดัน
 
New Ford Focus
คอมแพ็คคาร์ใหม่ พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า กับสโลแกน “แรง...แซงทุกคำท้า” ด้วยเครื่องยนต์ EcoBoost Turbo 1.5L ผสานพละกำลังด้วยระบบเทอร์โบชาร์จ มอบสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ตั้งแต่รอบต่ำ ให้กำลังสูงสุดถึง 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และสร้างแรงบิดได้สูงสุด 240 นิวตันเมตร แบบ flat-torque curve ตั้งแต่ 1,600-5,000 รอบต่านาที รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ Torque Converter 6 สปีด ตอบสนองทุกการสั่งการ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยจัดเต็ม
 
อีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมขวัญใจผู้บริโภค กับการเดินทางมาถึง เจนเนอเรชั่นที่ 10 มาพร้อมขุมพลังจากเทคโนโลยี VTEC TURBO ใหม่ พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่เหนือระดับ การออกแบบตัวรถที่ดูสปอร์ต และล้ำสมัยด้วยตัวถังที่กว้าง และมีความสูงของตัวรถที่ลดลง เพื่อสร้างอารมณ์การขับขี่ที่สปอร์ต  กระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีกที่วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ทั้งยังโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED ภายใน เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม  รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย ด้านสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ใหม่ พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่
 
พรีเมี่ยมซาลูนสุดหรู พร้อมเทคโนโลยีที่โดดเด่น ภายนอก ขนาดตัวถังและฐานล้อที่ยาวและกว้างขึ้น ผสานกับ ฝากระโปรงหน้าที่ดูยาว พร้อมกระจังหน้าใหม่ดีไซน์เอกลักษณ์ ระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED แบบความละเอียดสูง ที่ให้การส่องสว่างได้ไกลกว่า รวมทั้งปรับตามสภาพการจราจรได้อย่างแม่นยำ เส้นสายของส่วนหลังคาที่ออกแบบในสไตล์รถคูเป้ รูปลักษณ์ด้านหลังได้รับการออกแบบให้ ซุ้มล้อหลังดูกว้างกว่าซุ้มล้อหน้า พร้อมติดตั้งโคมไฟท้าย LED แบบชิ้นเดียว ภายใน เบาะที่นั่ง ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นพร้อมกับชุดหน้าจอ ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ของรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ ที่มีการติดตั้งจอดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟ สร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี มาพร้อมเครื่องดีเซลเทอร์ 4 สูบที่พัฒนาขึ้นใหม่ ภายใต้รหัส OM 654 ขนาด 2.0 ลิตร 194 แรงม้า จับคู่ เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC
 
ใครที่สนใจ แวะไปสัมผัสกันได้ในงาน Motor Show 2016 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม 2559 - 3 เมษายน 2559
 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

 

5 เรื่องน่าสนใจ