ร้านอะไหล่อึ้งประภากร เผยเคล็ดลับ 5 ขั้นตอนในการเลือกซื้อน้ำมันเครื่อง

เมื่อพูดถึงร้านอะไหล่หรือร้านขายสินค้าประเภทอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ เรามักคุ้นชินกับการต้องไปที่เคาน์เตอร์หน้าร้าน และแจ้งกับพนักงานขายว่าต้องการสินค้าหรืออะไหล่อะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ แต่สำหรับที่ร้านอึ้งประภากร หรือ Carmart แห่งนี้ มีรูปแบบการขายที่แตกต่างออกไปจากร้านทั่วๆ ไป แต่รูปแบบที่แตกต่างเป็นอย่างไรบ้างนั้น วันนี้ทีมงาน AUTODEFT และแบรนด์น้ำมันคุณภาพ Valvoline จะพาทุกท่านไปชมกัน…

สำหรับที่ร้านอะไหล่ อึ้งประภากร หรือ Carmart แห่งนี้นั้น ความแตกต่างอยู่ที่รูปแบบในการขายสินค้าในร้าน โดยลูกค้าสามารถที่จะเลือกซื้อสินค้าอะไหล่ต่างๆ ได้เหมือนกับการไปเดินช้อปปิ้งตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ลูกค้าสามารถที่จะเดินดูอะไหล่ต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง พร้อมกับตัวเลือกมากมายที่ทางร้านมีให้บริการ 

และทางร้านยังมีคำแนะนำ 5 ขั้นตอน ในการเลือกซื้อน้ำมันเครื่องง่ายๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1. ประเภทเครื่องยนต์ 
อันดับแรกในการเลือกซื้อน้ำมันเครื่อง แน่นอนว่าสิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ก่อนว่ารถของเรานั้นเป็นเครื่องยนต์ประเภทไหน เช่น รถเก๋งทั่วไปโดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน หรือรถกระบะ เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งบนฉลากของน้ำมันเครื่องจะมีรายละเอียดระบุไวอย่างชัดเจน

ขั้นตอนที่ 2. เกรดน้ำมันเครื่อง 
แบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ
- สังเคราะห์แท้ (Full Synthetic) จะเป็นเกรดสูงสุด มีระยะการเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 10,000 – 12,000 กิโล เหมาะสำหรับรถที่ต้องการน้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิเช่น วาโวลีน ซินพาวเวอร์สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน, วาโวลีน ดีเซล ซินเธติค สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
- กึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) เป็นเกรดรองลงมา มีระยะการเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 8,000 – 10,000 กิโล ราคาจะรองลงมา ซึ่งจะเหมาะกับรถที่มีการเปลี่ยนถ่ายบ่อยครั้ง อย่างเช่นรถแท็กซี่ ซึ่งก็จะช่วยในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย เข่น วาโวลีน ดูราเบลน สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน, วาโวลีน พาวเวอร์ คอมมอนเรล สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
- พื้นฐาน (Mineral Oil) มีระยะการเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 5,000 กิโล ซึ่งปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมมากนัก 

ขั้นตอนที่ 3. เบอร์ความหนืด
ตามที่เห็นบนฉลากน้ำมันเครื่องมักจะมีข้อความ ตัวเลข สัญลักษณ์มากมาย หากเราเข้าใจหลักการจะทำให้เลือกซื้อน้ำมันเครื่องได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งค่า SAE หรือ Society of Automotive Engineers : มาตรฐานน้ำมันเครื่องของสมาคมวิศวกรรมยานยานต์ (SAE) แสดงถึงค่าความหนืด (ความข้นใส) ของน้ำมันเครื่อง โดยตัวอักษรที่อยู่หน้า “W” บ่งบอก ชุดตัวเลขค่าความหนืดเกรดฤดูหนาว (Winter) หรือค่าความหนืดที่อุณหภูมิต่ำ ส่วนชุดตัวเลขหลัง หมายถึง ค่าความหนืดเกรดฤดูร้อน หรือค่าความหนืดที่อุณหภูมิสูง ค่ายิ่งมาก แสดงถึงความหนืดมาก 

สำหรับประเทศไทยการเลือกค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง เราเน้นที่ชุดตัวเลขหลังเป็นสำคัญ ด้วยสภาพอากาศที่ไม่หนาวถึงขั้นติดลบ โดยอ้างอิงเบอร์ความหนืดที่แนะนำจากเอกสารคู่มือรถเป็นหลัก

สำหรับกรณีที่เครื่องยนต์ผ่านการใช้งานหนักมายาวนาน ระยะทางการทำงานเครื่องยนต์มาก มีเลขไมล์ที่สูง โดยเฉลี่ยเกิน 100,000 กม.ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดเพิ่มขึ้นครั้งละหนึ่งเบอร์โดยอ้างอิงเบอร์ความหนืดที่แนะนำจากเอกสารคู่มือรถเป็นหลัก เนื่องจากต้องการฟิล์มน้ำมันที่หนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์เครื่องยนต์ที่เริ่มหลวม สึกหรอ อย่าง วาโวลีน แมกซ์ไลฟ์ ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์รถเลขไมล์สูงโดยเฉพาะ

แต่ถ้าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพปกติเลขไมล์น้อย และอากาศไม่ร้อนมากควรเลือกน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดน้อยในระดับที่เหมาะสม เพื่อการหล่อลื่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น เบอร์ 0W-20, 5W-30

ขั้นตอนที่ 4. มาตรฐาน
มาตรฐาน API ย่อมาจาก American Petroleum Institute เป็นหน่วยงานทดสอบคุณภาพน้ำมันเครื่อง ทั้งเรื่องการหล่อลื่น การระบายความร้อน การชะล้างทำความสะอาด ฯลฯ และทำการแบ่งเกรดเป็นระดับต่างๆ โดยน้ำมันเครื่องแต่ละรุ่นต้องผ่านการทดสอบตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งมี 3 สิ่งที่ต้องสังเกตคือ...

1. มาตรฐาน API เป็นมาตรฐานหนึ่งที่บอกได้ถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่อง
2. สังเกตที่ตัวอักษรหลัง API เป็นหลัก S ใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน C ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล ที่สำคัญคือตัวอักษรที่อยู่ท้ายสุด ไล่จาก A-Z ตัวอักษรยิ่งใกล้ตัว Z ยิ่งมาตรฐานสูงขึ้น ปัจจุบันมาตรฐานสูงสุดสำหรับเครื่องยนต์เบนซินคือ API SP และมาตรฐานสูงสุดสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลคือ API CK-4
3. ตรวจสอบตารางและเอกสารคู่มือประจำรถว่ารถของคุณควรใช้น้ำมันเครื่องที่มี API เกรดไหน และไม่ควรใช้เกรดต่ำกว่านั้น

ขั้นตอนที่ 5. ร้านค้าที่น่าเชื่อถือ 
นอกเหนือจากปัจจัยในเรื่องของน้ำมันเครื่องแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คืออการเลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ อย่างที่ร้านอึ้งประภากร หรือ Carmart แห่งนี้ที่มีพนักงานคอยให้คำแนะนำในการเลือกซื้อน้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับรถยนต์ของคุณไว้คอยให้บริการอยู่ตลอด หรือหากใครไม่สะดวกเดินทางไปซื้อที่ร้าน อึ้งประภากร หรือ Carmart ทางร้านเองก็มีบริการสำหรับการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ไว้คอยให้บริการในยุคที่การซื้อสินค้าออนไลน์กำลังได้รับความนิยมอย่างมากอีกด้วย 

และที่สำคัญคือการเลือกใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพสูงจากสหรัฐอเมริกา อย่าง Valvoline ที่มีน้ำมันคุณภาพให้ได้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบสังเคราะห์ กึ่งสังเคราะห์ น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล และน้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ ก็มีให้ได้เลือกซื้อแบบครบครัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.valvoline.co.th หรือ www.facebook.com/valvolinethai 

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ