Hands On : Honda BR-V Crossover หน้าใหม่..พาความกล้าไปให้สุดในทุกๆวัน

  • โดย : Autodeft
  • 27 ก.พ. 59
  • 14,875 อ่าน

นับตั้งแต่ Honda ส่งภาพสเก็ตรถปริศนาที่รูปทรงคล้าย Honda Mobilio แต่เป็นการตกแต่งในสไตล์ Crossover ทำให้เหล่าสาวกทั้งในไทยและเพื่อนบ้านอาเซี่ยนต่างสนใจกันเป็นจำนวนมากพร้อมทั้งติดตามข่าวสารรถรุ่นนี้มาโดยตลอด จนได้ชื่อใหม่อย่างเป็นทางการแล้วว่า Honda BR-V

Honda BR-V (Bold Runabout Vehicle) เป็นรถที่เกิดจากหนึ่งสมองสองมือของเหล่าวิศวกรชาวไทยและญี่ปุ่น บรรจงสร้างออกมาเป็น Sub-Compact Crossover 5 ประตู เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ Honda CR-V และ Honda HR-V อีกทั้งเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น และจะเข้ามาเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ Crossover ของ Honda  ให้ครอบคลุมทุกระดับของตลาดได้อย่างสมบูรณ์ โดยอินโดนีเซียเป็นที่แรกโดยเปิดตัวในช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้วจนสร้างยอดขาย มากกว่า 3,500 คัน กลายเป็นรถ Crossover น้องใหม่ที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุด สำหรับประเทศไทยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 28 มกราคม พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา

แรกพบสบตาเจ้า Crossover ร่างเล็ก นี้ บอกได้เลยดุดัน ตามสไตล์รถลุย แต่ยังออกแบบภายใต้แนวคิด Active Solid Motion สะท้อนความแข็งแกร่ง ทรงพลัง เสริมความหล่อด้วยไฟหน้าแบบ Projector พร้อมไฟหรี่แบบ LED พร้อมกระจังหน้าโครเมี่ยมภายใต้แนวคิด Solid Wing Face ซึ่งเป็นลักษณะแถบขนาดใหญ่รูปตัว U พร้อมโลโก้ Honda ขนาดใหญ่ กันชนหน้าทรงใหญ่ออกแบบได้อย่างลงตัวเข้ากับชุดกระจังหน้ากับไฟหน้า พร้อมไฟตัดหมอกทรงกลม เป็นออฟชั่นมาตรฐานในรุ่น 7 ที่นั่ง

คมเข้มด้วย ล้ออัลลอย 5 ก้านลวดลายสปอร์ต 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 195/60 R16 จัดเป็นออฟชั่นที่เฉียบขาดทันสมัยด้วยสีทูโทน ชุดแต่งคิ้วขอบล้อสีดำ ตอบโจทย์เท่ทุกมุมมอง ราวหลังคารถ เพิ่มอำนวยความสะดวกในการขนสัมภาระรวมถึงสามารถติดตั้งชุดกล่องอเนกประสงค์ ได้อย่างสบาย ๆ ด้านท้ายสว่างชัดเจนด้วยไฟท้าย LED รูปตัว C พร้อมฝาท้ายกับไฟถอยหลังที่ออกแบบเนื่องเป็นหนึ่งเดียว กรอบป้ายทะเบียนพร้อมแถบโครเมี่ยมบ่งบอกความหรูอีกระดับ ในรุ่น 7 ที่นั่ง ติดตั้งกล้องมองหลัง เพื่ออำนวนความสะดวกในการถอยจอด แต่ทว่าทำไมในรุ่น 5 ที่นั่ง กลับไม่ให้สัญญาณ Parking Sensor มาด้วยละครับ

เมื่อมาวัดมิติตัวรถ Honda BR-V มีขนาดสมส่วน ด้วยความยาว 4,456 มม. ความกว้าง 1,735 มม. ความสูง 1,666 มม. ฐานล้อ 2,655  มม.ตัวรถยกสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 201 มม. น้ำหนักรถ 1,241 กก. ถังน้ำมันมีความจุ 48.5 ลิตร และเมื่อเทียบกับ Honda Mobilio จะพบว่ามีแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยาวกว่า Mobilio 58 มม. กว้างกว่า 52 มม. สูงกว่า 63 มม. ฐานล้อยาวกว่า 3 มม. ความสูงจากใต้ท้องรถสูงกว่า 12 มม. และหนักกว่า 18 กก.

หมดปัญหาในการล็อครถแบบเดิมๆ ด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ แบบ Smart Key เพียงแค่กดปุ่มเล็กๆที่ก้านเปิดประตูก็สามารถสั่งล็อคกับปลดล็อคได้ สำหรับรุ่น 7 ที่นั่งแต่รุ่น 5 ที่นั่งจะได้กุญแจรีโมทธรรมดา แต่ทั้ง 2 รุ่นนี้จะได้สัญญาณกันขโมยและระบบกันกุญแจผี Immobilizer ติดจากโรงงาน

เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสารจะพบความเข้มเต็มพิกัดด้วยห้องโดยสารโทนสีดำ แต่สิ่งที่น่านับถือจริงๆนั่นคือ เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบให้ตัวเบาะและพนักพิงศีรษะแยกออกจากกัน ทำให้นั่งสบายไม่เมื่อยล้าในการขับขี่ แต่สิ่งที่รับไม่ได้นั่นคือ ไม่มีตัวปรับเบาะแบบสูง-ต่ำได้ กับ เข็มขัดนิรภัยปรับสูง-ต่ำไม่ได้เพราะสรีระทั้งคนขับและคนนั่งแทบจะแตกต่างกัน ด้านเบาะตอน 2 ไม่ต้องมานั่งบ่นว่าเมื่อยล้าอีกต่อไปเพราะสามารถปรับเอนได้ 3 ระดับ และยังพับแยก 60:40 ได้ นอกจากนี้ในรุ่น 7 ที่นั่ง ตัวเบาะสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ ส่วนเบาะตอน 3 นั้น เด็กนั่งได้ผู้ใหญ่นั่งดี ด้วยตัวเบาะปรับเอนได้ 2 ระดับ และพื้นที่วางขานั้นยังพอมีพื้นที่พอสมควร สามารถเหยียดขาได้ แถมสามารถพับได้แบบ 50:50 เช่นกัน

สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนอย่างชัดเจนคือแผงหน้าปัดที่ออกแบบใหม่ยกแผง เรื่องการจัดวางปุ่มการทำงานต่างๆ ง่ายและมองชัดเจนกว่าแผงหน้าปัด Honda Mobilio สตาร์ทรถง่ายนิดเดียวด้วยปุ่ม Push Start มาตรวัดเรืองแสงสีขาวบอกการทำงานทั้งมาตรวัดความเร็ว รอบเครื่องยนต์พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID อย่างชัดเจน พวงมาลัยทรงสปอร์ตสามก้าน ที่จับกระชับมือ พร้อมปุ่มควบคุมการทำงานระบบเครื่องเสียง

แผงคอนโซลกลางให้ความบันเทิงด้วยเครื่องเสียงพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว รองรับระบบ iOS, Android พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI เชื่อมต่อภาพและเสียงได้อย่างง่ายดาย ในรุ่น 7 ที่นั่งแต่ถ้ารุ่น 5 ที่นั่งจะได้เครื่องเสียงแบบ 2 DIN ธรรมดา พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่งเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง และที่ขาดไม่ได้เลยคือ เครื่องปรับอากาศแบบ Auto สามารถกระจายความเย็นได้ทั่วห้องโดยสาร และเย็นเร็ว พิเศษในรุ่น 7 ที่นั่งได้ระบบเครื่องปรับอากาศบนหลังคา และกระจกแต่งหน้าทั้งสองฝั่งติดตั้งที่แผงบังแดด งานนี้เอาใจสาวๆที่รีบออกจากบ้านไปทำงาน หรือไปส่งลูกและต้องแต่งหน้าทาปากในยามรถติดโดยเฉพาะ

แม้ Honda BR-V เป็นทายาทลำดับ 3 จากตระกูล Honda Crossover Family แต่ขุมพลังที่ประจำการนั้นเมื่อได้ยินชื่อเหล่าสาวกจะต้องร้องอ๋อทันที เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน ที่ 4,700 รอบต่อนาที ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมันและยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 ซึ่งเครื่องบล็อคนี้คุ้นแคยกันดีเพราะเป็นขุมพลังเดียวกันที่ใช้ใน Honda City กับ Honda Jazz และ Honda Mobilio คราวนี้ Honda ส่งระบบเกียร์เกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dream มาประจำการเพียงทางเลือกเดียว โดยไร้เงารุ่นเกียร์ธรรมดามาเพิ่มทางเลือก

เส้นทาง ที่พารู้จักตัวตนเจ้า Sub-Compact Crossover คันนี้ Honda ได้เลือกเส้นทาง จากโรงแรม เลอเมอริเดียน จนถึงร้าน Nine-One Coffee ริมธารบ้านเมี่ยง ไปกลับ ประมาณ 100 กิโลเมตร ตลอดเส้นทาง นั้น นั้นบอกได้เลยว่าเครื่อง 1.5 ลิตร มีความกระฉับกระเฉงว่องไวขึ้น สั่งได้ดั่งใจ ในยามใช้งานในตัวเมือง

จนเข้าเส้นทางนอกเมืองที่เต็มไปด้วยถนน 4 เลน จนบีบเหลือ 2 เลน บนถนนทางหลวงหมายเลข 118 ที่เต็มไปด้วยทางลาดชันขึ้นเขาลงเขา พลกำลังของเครื่องบล็อคนี้เริ่มจะหมดเรี่ยวแรงแถมการเร่งแซงต้องใช้รอบสูงพอสมควร ตั้งแต่ 5,000-5,500 รอบ/นาที จึงทำให้การตอบสนองบนเส้นทางแบบนี้ อาจไม่สร้างความประทับใจให้กับพ่อบ้านเท้าขวาหนักก็เป็นได้ ด้านระบบเกียร์ CVT การตอบสนองราบเรียบไม่สะดุดแถมค่อนข้างจะเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่ ได้อย่างดี ถือว่าเกียร์ ตอบสนองการใช้งานอย่างราบเรียบ

ระบบกันสะเทือน Honda BR-V ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลงและระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมแบบ H Shape เท่าที่ได้สัมผัสไปกลับ ประมาณ 100 กิโลเมตร ในช่วงท่างเรียบตั้งแต่ในเมือง อาจออกอาการแข็งบ้าง แต่เข้านอกเมืองบนทางหลวง 118 ที่เต็มไปด้วยทางเรียบสลับกับทางขรุขระ กลับหนึบแน่นพอสมควรแต่อาจออกอาการโยนบ้างในบางจังหวะ นอกจากนี้ ยังมีตัวช่วยทั้งระบบควบคุมการทรงตัว VSA กับ ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) เข้ามาตอบโจทย์เพิ่มความปลอดภัยในการเข้าโค้งได้ดีและปลอดภัย อย่างแท้จริง

ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์เป็นแบบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ถือว่าสอบผ่านในทุกการใช้งาน ในช่วงความเร็วต่ำพวงมาลัยจะมีอาการน้ำหนักเบา แต่เมื่อเข้ามาในช่วงความเร็วสูงๆ น้าหนักพวงมาลัยจะหนืดขึ้น จึงเหมาะทั้ง คุณพ่อบ้าน แม่บ้าน รวมถึงหนุ่มสาววัยทำงาน ที่พอมีแรงสาวพวงมาลัยได้

ระบบเบรก กลับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ประทับใจเป็นอย่างมาก ทั้งระบบหน้าดิกส์หลังดรัม พร้อมระบบเบรก ABS กับ EBD ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเหยียบเบรคแล้วระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องกลับทำงานได้อย่างแม่นยำมาก และในยามใช้งานแบบปกติ เมื่อเหยียบไปประมาณ 30-35% ก็มีความแม่นยำเช่นกัน

การตั้งเป้ายอดขาย 15,000 คัน/ปี เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากสำหรับ Honda BR-V Sub-Compact Crossover  น้องใหม่นี้ ถึงแม้ว่าเหล่าสาวกจะคิดว่า Honda Mobilio กับ Honda BR-V จะมีความคล้ายคลึงแต่ต้องขอบอกเลยว่า สองรุ่นนี้ มีตัวตนที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง พร้อมจุดเด่นที่ใต้ท้องรถยกสูงจากพื้นเพียง 201 มม. สามารถลุยในพื้นที่ขุรขระได้พอสมควร ข้าวของที่จัดมาให้นั้นครบครันและถูกใจ พ่อบ้าน แม่บ้านหลายครอบครัว สามารถพาเจ้าจอมซนไปเที่ยวได้อย่างสุนทรีย์

เครื่อง I-VTEC 1.5 ลิตรนี้ เด่นในการใช้งานเมืองและทางเรียบ ตอบสนองฉับไวมากถึงแม้ทางชัน ขึ้นเขาลงเขา อาจสร้างอึดอัดในการเร่งแซงก็ตาม ช่วงล่างการเกาะถนนอยู่ในขั้นที่ไว้ใจได้ และด้วยค่าตัว 7 แสนปลายๆถึง 8 แสนต้นๆ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับหนุ่มโสด สาวโสด หรือ พ่อบ้านแม่บ้านที่ต้องการรถเพื่อใข้งานในชีวิตประจำวัน หรือ งานบริการครอบครัวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้สมบูรณ์แบบ

 

เรื่องและขับทดสอบ โดย สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม (นายเต้ย)

 

ขอบคุณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่เชิญทีมงาน Autodeft.com เข้าร่วมกิจกรรมทดสอบรถยนต์  Honda BR-V ใหม่

 

รถทดสอบ Honda BR-V    รุ่น 1.5 V   5 ที่นั่ง 750,000 บาท
                                      รุ่น 1.5 SV 7 ที่นั่ง 820,000 บาท

 

สิ่งที่ชอบ >>> รูปลักษณ์โดดเด่นสไตล์ รถลุย Crossover เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบใหม่หมด รวมถึงเบาะตอน 2 กับ ตอน 3 สบายไม่เมื่อยล้า เครื่องปรับอากาศเย็นเร็ว ทันใจ เครื่อง 1.5 ลิตร ตอบสนองทันใจสำหรับการใช้งานในเมือง ระบบเบรกประสิทธิภาพแม่นยำมาก

 

สิ่งที่ไม่ชอบ >>> เบาะนั่งคนขับไม่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับสรีระของคนขับที่ต่างกัน แถมเครื่อง 1.5 ลิตร กลับไม่ทันใจช่วงเร่งแซงตอนขึ้นทางชัน  และในรุ่น 5 ที่นั่งกลับไม่มีแผ่นกันความร้อนใต้ฝากระโปรงหน้า คาดว่าเป็นการลดต้นทุนอีกทางหนึ่ง

 

สิ่งที่อยากให้มี >> อยากให้เพิ่มระบบ Daytime Running Light กับเสาอากาศแบบครีบฉลาม

 

คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ  >>> เป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่น่าคบหาสำหรับครอบครัวที่ต้องการรถ Crossover ในราคาย่อมเยาว์ พร้อมขุมพลังที่ตอบสนองทันใจ

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

 

 

 

 

 

 

5 เรื่องน่าสนใจ