Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Honda CR-V 2.4 ES 4WD พ่อบ้านอัพเกรดแสนสุภาพ คุณภาพดี

ประเทศไทยนิยมใช้งานรถอเนกประสงค์มาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะช่วง 5 ปีหลังนี้ที่ยอดจำหน่ายรถ SUV และ Crossover กำลังพุ่งฉลุยแซงเกือบทุก Segment ไปอย่างง่ายดาย แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ รถรุ่นที่ทำให้รถสไตล์อเนกประสงค์ได้รับความนิยมอย่างมาก คงเป็นอิทธิพลจากการมาของ Honda CR-V นั่นเอง

รีวิว Honda CR-V 2.4 ES 4WD

เริ่มต้นโฉมแรกตั้งแต่ปี 2539 ที่ Honda CR-V เริ่มมาวางจำหน่ายในประเทศไทย เริ่มต้นจากการนำเข้ามา ก่อนที่จะเริ่มผลิตภายในประเทศไทย รถ SUV รุ่นนี้ก็กลายเป็นรุ่นยอดนิยมของชาวไทยต่อเนื่องเสมอมา จนมาถึงโฉมปัจจุบันในเจนเนอเรชั่นที่ 5 เมื่อปี 2559 และห่างหายการปรับ Minor Change มาอย่างยาวนาน ในที่สุดเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ฮอนด้า ก็ได้ทำการปรับโฉมย่อยของรถรุ่นนี้เสียที

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

และแน่นอนว่า AUTODEFT ต้องไม่พลาดการทดสอบนี้ โดยครั้งนี้จะขอเริ่มต้นที่รุ่นบนสุดของตัว 5 ที่นั่งอย่าง Honda CR-V 2.4 ES 4WD กันก่อน งานนี้ก็ต้องขอขอบคุณทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ที่อนุเคราะห์ให้ยืมรถยนต์มาทำการทดสอบในครั้งนี้

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

ก่อนการรีวิวรถ เราก็ต้องมาเริ่มทำความรู้จักตัวรถกันก่อนเลย โดย Honda CR-V 2.4 ES 4WD  เป็นรถอเนกประสงค์แบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์เบนซินดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ขนาดกระบอกสูบที่ 2.4 ลิตร หัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI ให้พละกำลังได้สูงสุดที่ 127 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 224 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นปีกผีเสื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DBW) ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Real-Time AWD ด้วยกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง CVT พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shift

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

Honda CR-V 2.4 ES 4WD เป็นรถ SUV ที่มีมิติตัวรถ 4,571x1,855x1,689 มม. (ยาวxกว้างxสูง) ฐานล้อกว้าง 2,662 มม. ใต้ท้องสูง 208 มม. น้ำหนักตัวรถโดยประมาณ 1,626 กก. ช่วงล่างด้านหน้าใช้บริการแบบ แม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบ มัลติลิงค์ อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ล้อให้มาเป็นแม็กซ์อัลลอยลาย 10 ก้าน 2 โทนขนาด 18 นิ้ว ที่ใส่ยางมาเป็นขนาด 235/60 R18 ของ Toyo ใช้ระบบห้ามล้อเป็นแบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda

*รุ่นปี 2019

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda

*รุ่นปี 2019

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงการออกแบบภายนอก ของ Honda CR-V 2.4 ES 4WD กับตัวก่อนที่เป็นตัวแรกของโฉมนี้ ชัดเจนคือกระจังหน้าในจุดที่เป็นช่องรับลม จากเดิมที่เป็นเส้นแนวนอนพาดตรง ถูกเปลี่ยนให้เป็นตะแกรงทรง 6 เหลี่ยมแทน รวมทั้งทรงของกันชนก็ถูกเปลี่ยนไป เพิ่มในส่วนของเส้นโครเมี่ยมให้เป็นเส้นยาวมากขึ้น ที่ทางฮอนด้าเรียกว่า ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบ Honda’s Solid Wing Grille design ส่วนไฟหน้าและไฟตัดหมอก ยังคงเป็นทรงเดิมแบบ LED ระบบไฟหน้าปรับระดับสูง/ต่ำอัตโนมัติ และเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ แต่เท่มากขึ้นด้วยไฟเลี้ยวเป็นไฟวิ่งแบบ LED Sequential ส่วนด้านหลังยังคงเป็นเหมือนเดิม ต่างกันตรงการออกแบบชายกันชนล้านล่างกับไฟทับทิมที่มีการเปลี่ยนไปเล็กน้อยเท่านั้นเอง ส่วนไฟท้ายยังคงเป็น LED ทรงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง กระจกมองข้างเป็นสีเดียวกับตัวรถ ผสมสีดำ มีไฟเลี้ยวในตัว พับเก็บได้อัตโนมัติ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

ภายในของ Honda CR-V 2.4 ES 4WD นั้น เบาะหุ้มด้วยหนังแท้และวัสดุสังเคราะห์ เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง บันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะแถวที่ 2 พับได้แบบ 60:40 มีเบาะพับท้างแขนวางแก้วน้ำได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา แบบ i-Dual Zone ด้านหลังมีช่องแอร์ให้ผู้โดยสารด้านหลังรับลมเย็นได้ดีขึ้น การตกแต่งแผงคอนโซลด้วยลายไม้และสีดำ Piano Black และจุดสัมผัสที่เป็นแบบ Soft Touch ก็เยอะ หน้าจอกลางยังเลือกใช้แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการใช้งาน Apple CarPlay เชื่อมต่อกับ Smartphone ได้ทั้งแบบสาย USB และ Bluetooth มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ปุ่มบนคอนโซลมีให้กดไม่เยอะมาก นอกจากปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ (แอร์ควบคุมผ่านหน้าจอได้ด้วยนะ) ก็จะมีเพิ่มเติมเป็นปุ่มเบรกมือไฟฟ้า, Auto Hold, ECON ก็เพียงเท่านี้ ส่วนเกียร์ในรุ่นเบนซินก็ยังเป็นแบบก้านที่ฝังอยู่รวมบนแผงคอนโซล ต่างจากตัวเบนซินที่เปลี่ยนเป็นแบบกดปุ่มแล้ว ซึ่งอันนี้มันคือความดีงาม เพราะช่วยเพิ่มพื้นที่การใช้งานแผงข้างคนขับได้มากขึ้นด้วย นั่นคือการเพิ่มช่อง Wireless Charging มาให้, ช่องใส่แก้วน้ำขนาดใหญ่ให้อีก 2 ช่อง มีแผงให้วางของได้อีกเล็กน้อย มีช่อง USB ให้เสียบชาร์จได้ 2 ช่องด้านหน้า และอีก 2 ช่องที่ด้านหลัง หลังคาโดดเด่นสุดด้วย Panoramic Sunroof ที่เปิดรับแสงได้กว้างมาก

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

Honda CR-V 2.4 ES 4WD ใช้พวงมาลัยทรงกลม 3 ก้าน ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง มีปุ่ม Multi-Function ด้านซ้ายใช้ควบคุมเครื่องเสียง, หน้าจอ MID และโทรศัพท์ ด้านขวาเป็นปุ่มควบคุมระบบ Cruise Control หน้าจอมาตรวัดทั้งหมดเป็นแบบดิจิตอล จอสี TFT ด้านซ้ายบอกระดับความร้อน ตรงกลางบอกความเร็ว รอบเครื่องยนต์ อัตราการใช้น้ำมัน และอื่น ๆ ตามที่จะเลือกดู ด้านขวาเป็นระดับน้ำมันคงเหลือ กุญแจรถเป็นแบบรีโมท เข้าออกรถได้ด้วยระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) มีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะด้วยการกดปุ่ม ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

ระบบความปลอดภัยในรถ Honda CR-V 2.4 ES 4WD นั้น ต้องออกตัวก่อนว่า รุ่นนี้ยังไม่มี Honda Sensing ใส่มาให้ เพราะจะมีให้เฉพาะรุ่นบนสุดอย่างตัวดีเซลเท่านั้น ในรถอเนกประสงค์คันนี้จึงมีระบบความปลอดภัยดังนี้

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
  • ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (MA-EPS)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
  • ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

ข้อมูลเบื้องต้นน่าจะครบถ้วนแล้ว เรามาเริ่มออกเดินทางกันเลยดีกว่า ข้อดีของรถสไตล์ SUV ขนาดนี้อย่าง Honda CR-V 2.4 ES 4WD สำหรับตัวผมเอง ก็คือการเข้าสู่ตัวรถที่มันช่างพอดิบพอดี มุดตัวเข้ารถก็นั่งลงตรงเบาะได้เลย ไม่ต้อองเอื้อม ไม่ต้องย่อ พอดีสุด ๆ  ส่วนการจัดวางตำแหน่งของเกียร์คือสิ่งดีงามสำหรับรถที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย เอาเป็นว่าถ้ารถจอดนิ่ง ให้หนูน้อยตัวเล็กมานั่งข้างตัวได้เลย กว้างขวางไม่มีคันเกียร์มาเกะกะ แต่เวลารถวิ่งไม่แนะนำนะ มันอันตราย และปุ่มที่ให้มาก็มีเฉพาะจำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น ที่เหลือก็ไปสัมผัสเอาบนหน้าจอแทน แต่จะไม่ใช้ปุ่มเลยก็ได้นะ อย่างปุ่มที่ควบคุมแอร์เนี่ย เราก็ใช้วิธีกดจากหน้าจอก็ได้เช่นกัน และที่ดีอีกอย่างคือตรงกลางเอาไว้วางแก้วเก็บความเย็นแบบ Yeti 2 แก้วพร้อมกันได้เลย อเนกประสงค์สุด ๆ และการมี Panoramic Sunroof ก็คืออีกสิ่งดีที่เพิ่มเติมเข้ามา เพราะมันช่วยให้รถดูกว้างมากขึ้น ทั้งที่ตัวรถก็กว้างขวางอยู่แล้ว

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

ห้องโดยสารของ Honda CR-V 2.4 ES 4WD นั้นโอ่โถงอยู่แลวตามสไตล์ ดังนั้นในตำแหน่งผู้ขับขี่ก็กว้างขวางขับสบายไปด้วยเช่นกัน เบาะนั้นผมว่าออกไปทางนิ่มเล็กน้อย ไม่ค่อยถูกจริตกับคนวัยผมเสียเท่าไหร่ แต่วัยรุ่นอาจจะชอบก็ได้นะ และด้วยความที่รถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเผื่อพื้นที่มาสำหรับการใส่ที่นั่งไปอีกแถว แต่ด้วยคันนี้มีเพียง 5 ที่นั่ง จึงทำให้เหลือพื้นที่ด้านหลังให้อีกเพียบเลย

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

ผมว่า Honda CR-V 2.4 ES 4WD ถูกออกแบบมาสำหรับให้ครอบครัวใช้นะ ดังนั้นการขับขี่จึงเน้นความนุ่มสบาย ไม่ได้เน้นความกระโชกโฮกฮากแต่อย่างใด ดังนั้นการขับขี่มันจึงไม่ได้ออกตัวทันใจมากเท่าไหร่ เหมือนมันจะค่อย ๆ ไต่ความเร็วขึ้นไปอย่างสุภาพ แต่เอาจริง ถ้าเรากดคันเร่งหนักจริง ๆ มันก็ขึ้นได้เร็วเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เพราะผมเอามาลองเทส 0-100 แล้ว ได้ผลออกมาดังนี้ครับ

ครั้งที่ 1 - 11.22 วินาที

ครั้งที่ 2 - 10.87 วินาที

ครั้งที่ 3 - 10.64 วินาที

เฉลี่ย - 10.91 วินาที

ด้วยตัวใหญ่ขนาดนี้ แต่ทำอัตราเร่งได้ระดับรถ Sedan เครื่องระดับ 2,000 ซีซี ก็ถือว่าไม่เลวนะ เพียงแต่ว่าความมันในการย่ำคันเร่งมันมีน้อย ด้วยการที่เกียร์แบบ CVT มันไม่มีรอยต่อ แถมไม่มี Sequential Shift หรือ Paddle Shift ไว้ให้ใช้งาน มันจึงไม่จำเป็นต้องแบ่งขั้น การขยับของเกียร์จึงไปแบบลื่นไหลต่อเนื่องแบบไม่มีการดึงเหมือนเกียร์แบบ Torque Convertor นั่นเอง

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

ช่วงล่าง Honda CR-V 2.4 ES 4WD นั้นยังคงนุ่มนวลอยู่เหมือนเดิม นั่งสบาย เดินทางไกลแบบทางตรงไม่เหนื่อยมาก แต่เมื่อเข้าทางโค้งแบบแคบเล็กน้อย รถจะมีอาการโยนด้านท้ายให้เห็นอยู่ ซึ่งถ้าใช้ความเร็วช่วงลงเขา อาจจะทำให้คนนั่งแถวหลังออกอาการเวียนหัวบ้างเล็กน้อย ดังนั้นการใช้งานจริงก็คงต้องขับให้เป็นพ่อบ้าน อย่าไปขับสไตล์ Alexander Albon ก็แล้วกัน ฮ่า ๆ ๆ ส่วนพวงมาลัยน้ำหนักดีตามสไตล์ฮอนด้าอยู่แล้ว ให้ความแม่นยำในการใช้งาน แต่การขับขี่มันไม่ได้คล่องตัวสักเท่าไหร่ จะไปคล่องตัวมากได้อย่างไร ก็หุ่นเป็นพ่อใหญ่เสียขนาดนี้ รถออกแบบมาบริการครอบครัว ไม่ต้องรีบมุดเข้าช่องเด้อ

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

สำหรับระบบความปลอดภัยที่ให้มาบน Honda CR-V 2.4 ES 4WD ผมถือว่าก็เป็นระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ครบถ้วนพอสมควร แน่นอนว่ายังไม่มีระบบที่เป็นตัวสูงสุดอย่าง Honda Sensing ที่จะมีเฉพาะบนตัวท็อปสุด DT-EL 4WD เท่านั้น ซึ่งก็น่าจะพอเพียงที่จะช่วยให้เราเดินทางได้ปลอดภัยมากขึ้น แต่ผมว่าถ้าทางฮอนด้าเพิ่มระบบ Honda Sensing ให้มาอยู่ในรุ่นอื่น ๆ บ้าง ไม่ใช่เฉพาะตัวบนสุด มันก็น่าจะดีไม่ใช่น้อย เพราะระบบพวกนี้มันช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้จริง ๆ ถือว่าเรามาช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินของเพื่อนมนุษย์กันก็ดีครับ

Honda CR-V 2.4 ES 4WD

Honda CR-V 2.4 ES 4WD

ส่วนเรื่องอัตราการใช้น้ำมันของ Honda CR-V 2.4 ES 4WD ที่ผมได้นำมาทดสอบรวม 4 วัน โดยเป็นการใช้งานในเมืองรวม 195 กิโลเมตร ขับแบบการใช้งานทั่วไป มีวิ่งยาวได้เยอะหน่อยเพราะเทสช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เลขที่ได้ออกมาที่ 9.8 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าใช้ได้อยู่ ไม่ถึงกับประหยัด แต่ถ้ามองหุ่นแล้วได้ขนาดนี้ก็ไม่ได้มากเกินไปอะไร ส่วนวิ่งยาวนอกเมือง ได้ลองเทสวิ่งวนในมอเตอร์เวย์ประมาณ 84 กิโลเมตร ความเร็วก็ช่วง 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง กดคันเร่งแบบการใช้งานทั่วไป ไม่ได้รีบ ตัวเลขออกมาที่ 12.8 กิโลเมตร/ลิตร ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางนะ ไม่มากไม่น้อยอะไร

Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

หลังจากการทดลองขับเพื่อรีวิวรถ Honda CR-V 2.4 ES 4WD เป็นระยะเวลารวม 4 วัน ระยะทางร่วม 400 กิโลเมตร สรุปความเห็นส่วนตัวได้ดังนี้ครับ

ชอบ

  • ยังคงเป็นรถที่นั่งขับได้สบาย ใหญ่โตโอ่โถง นุ่มนวลในการเดินทาง
  • หลังคา Panoramic Sunroof คือส่วนเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบ ช่วยให้รถดูโล่งโปร่งสบายมากกว่าเดิม
  • อัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดี อาจจะขาดความสนุก แต่เพิ่มความเร็วได้ดีต่อเนื่อง

ไม่ชอบ

  • เบาะนิ่มไปนิด (ชายวัยกลางคนอย่างผมไม่ค่อยโดนใจ)
  • ข้อนี้ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ระบบ Honda Sensing ควรเพิ่มในรุ่นล่างได้แล้ว อย่ามีให้เฉพาะตัวท็อปสุดเลย
Honda CR-V 2.4 ES 4WD
Honda CR-V 2.4 ES 4WD

Honda CR-V 2.4 ES 4WD ถือเป็นรุ่นปรับ Minor Change ที่เป็นแบบปรับเล็กจริง ๆ มีเปลี่ยนการออกแบบเล็กน้อยกับเพิ่ม Panoramic Sunroof เข้ามา ดังนั้นใครที่ยังคงใช้รถอเนกประสงค์รุ่นนี้ในโฉมเปิดตัว ก็คงไม่ต้องเสียดายอะไรมากมาย เพราะถ้าคุณไม่ได้อินกับเรื่อง Panoramic Sunroof แล้ว การขับขี่ ความสบายก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากมาย แต่ใครที่ยังไม่เคยมีรถอเนกประสงค์ SUV ใช้งานมาก่อน และกำลังมองหามาใช้งานบริการครอบครัวสักคัน รวมทั้งคุณไม่ได้เป็นขาซิ่งที่ชอบแรงกระชากแบบหลังติดเบาะ ผมว่าการควักเงิน 1,529,000 บาท แล้วได้รถที่ขับสบาย นั่งสบาย ลุยได้ประมาณหนึ่ง แบบขึ้นเขาลุยถนนกรวดขรุขระได้เล็กน้อย พอที่จะพาเจ้าตัวเล็กไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ ผมว่ามันก็คุ้มค่าอยู่นะครับ

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ