Test Drive : Honda CR-V 1.6 DT EL 4WD พ่อบ้านจอมประหยัด…ขับสบาย ค่าตัวเกือบ 1.7 ล้านบาท

นับตั้งแต่ปี 1995 ที่ Honda เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์เป็นครั้งแรกในนาม Honda CR-V จนเป็นที่รู้จักในวงกว้างจนกวาดยอดขายมาแล้วหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย นอกจากนี้ Honda CR-V ยังกลายเป็นต้นแบบให้กับรุ่นอื่นๆได้เฉิดฉายในตลาดอย่างเต็มภาคภูมิทั้ง Honda HR-V และ Honda BR-V

Honda CR-V

สำหรับ Honda CR-V ที่จำหน่ายในเมืองไทยเป็นเจเนอเรชั่นที่ 5 เผยความเท่ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2017 ซึ่งเปิดตัวเป็นประเทศที่ 3 ในโลกรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา​ และประเทศแคนาดา​ โดยจำหน่ายทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 I-VTEC และครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ ฮอนด้า ไทย กับ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.6 I-DTEC ความหล่อเหลาเจน 5 นี้ มีเสน่ห์ตามสไตล์ Honda แต่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่ กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบ Honda’s Solid Wing Grille design โดยในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล I-DTEC (คันที่ทดสอบ) ติดตั้งชุดไฟ LED ทั้งหมดตั้งแต่ไฟหน้า พร้อม ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน Daytime Running Light ในโคมเดียวกัน กันชนดีไซน์แข็งแกร่งขึ้น ติดตั้งไฟตัดหมอกแบบ LED ทรงสี่เหลี่ยมพร้อมกรอบโครเมี่ยมเพิ่มความหรูอีกขึ้น ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Toyo PROXES R45 ขนาด 235/60/R18

Honda CR-V

Honda CR-V

ให้อารมณ์บึกบึนแต่แฝงด้วยความภูมิฐานด้วยชุดแต่งโครเมี่ยมทั้งกรอบกระจกและคิ้วประตูล่าง กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ในด้านซ้ายจะมีกล้องห้อยอยู่ใต้กระจกมองข้าง นั่นคือจอแสดงภาพด้านข้างตัวรถ Honda Lane Watch แสดงภาพมุมอับสายตามีประโยชน์อย่างมากสำหรับการจอดรถเข้าซองหรือเปลี่ยนเลนโดยเฉพาะคุณสภาพสตรี แต่ไร้แร็คหลังคาดับฝันสาวกจอมปั่นที่หวังตั้งใจจะเอาจักรยานไปขี่ในช่วงวันหยุดแต่ยังให้ความเท่ด้วยเสาอากาศแบบครีบฉลามสีเดียวกับตัวรถมาแทนบั้นท้ายมา ไฟท้ายดีไซน์รูปตัว L-shaped LED งานนี้คุณแม่บ้านยิ้มแน่นอนกับประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบไฟฟ้าด้วยระบบ Hands-free Power Tailgate เพียงแค่แกว่งเท้าเข้าไปใต้กันชนหลังประตูท้ายจะเปิด-ปิดให้ทันที พร้อมควบคุมการเปิด-ปิดด้วยรีโมท และสามารถปรับระดับความสูงของการเปิดฝากระโปรงท้ายได้ตามต้องการ

มิติตัวรถใหญ่ขึ้นกว่า CR-V เจนเดิมตั้งแต่ ความยาว 4,571 มม. ความกว้าง 1,855 มม. ความสูง 1,667 มม.ฐานล้อ 2,662 มม.ความสูงใต้ท้องรถ 208 มม. น้ำหนักรถ 1,742 กก. และความจุถังน้ำมัน 57 ลิตร

Honda CR-V
Honda CR-V
Honda CR-V
Honda CR-V

ภายในใหญ๋โตโอโถ่ง แถมเป็นรถยนต์ Compact SUV ไม่กี่รุ่นที่ให้เบาะโดยสาร 3 ตอน 7 ที่นั่ง เป็นมาตรฐาน (รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน I-VTEC เลือกได้ทั้ง 5 กับ 7 ที่นั่ง) สำหรับเบาะนั่งคู่หน้าดีไซน์ทรงสปอร์ตที่เข้าไปนั่งแล้วมีความโอบกระชับดีจากปีกเบาะที่สูงขึ้น แต่ก็มีดันหัวบ้างสำหรับตัวพนักพิงศีรษะมาพร้อมระบบปรับทิศทางไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมดันหลังปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ส่วนคนนั่งปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง มาที่ เบาะแถว 2 แบบ 3 ที่นั่งกันบ้างให้ความสบายถึงแม้ตัวเบาะค่อนข้างแบนราบแต่ปรับเอนและเลื่อนได้รวมถึงยังปรับพับได้แบบ 60:40 ส่วนเบาะแถว 3 นั่งได้ 2 ที่นั่งซึ่งเหมาะสำหรับลูกเด็กเล็กแดง และปรับพับได้แบบ 50:50 โดยทั้งหมดหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้สีดำ เดินด้ายอย่างประณีต

Honda CR-V
Honda CR-V

แผงคอนโซลด้านหน้าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งเส้นสายด้วยลายไม้และวัสดุสี Piano Black มีปุ่ม Push Start เรืองแสงสีแดง พร้อมกุญแจรีโมท ติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามก้าน มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ระบบเพื่อความบันเทิง Advanced Touch infotainment มาพร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่ 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มอบความสุนทรีย์ด้วยลำโพง 8 ตำแหน่ง รวมถึงเครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิ ซ้าย-ขวา i-Dual Zone หายห่วงกับช่องปรับอากาศที่แถว 2 และ 3 ซึ่งช่องปรับอากาศหลังสุดอยู่ที่บริเวณเพดานมีกันทั้งหมด 4 ช่องด้วยกัน คอนโซลเกียร์มาแปลกกว่าด้วยระบบเกียร์แบบสวิตช์กดปุ่ม ติดตั้งระบบเบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake (EPB) และเบรก Hold บริเวณข้างคอนโซลเกียร์ โดยจะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติและไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างและไม่ต้องเข้าเกียร์ N โดยเหยียบเบรกให้ลึกแล้วสัญญาณไฟเตือนจะขึ้นคำว่า Hold ทันทีและเมื่อไฟเขียว คุณก็แค่เหยียบคันเร่งรถจะพร้อมพุ่งทะยานออกไป แถวๆใต้ที่วางแขนพร้อมกับช่องเก็บของขนาดใหญ่ที่สามารถปรับเลื่อนการใช้งานเพื่อวางแขนได้อย่างหลากหลายทั้งสมาร์ทโฟน ของกระจุกกระจิกวางลงไปในช่องบริเวณนี้แบบพอดิบพอดี

Honda CR-V

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี ของการขายรถยนต์ ฮอนด้า ในเมืองไทยกับเครื่องยนต์ดีเซลลงในรถยนต์รุ่นใหม่ โดย Honda CR-V เป็นรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน I-DTEC VGT พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ รหัส N16A4 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด จากผู้ผลิต ZF Transmission ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์กดปุ่มพร้อมระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ในรอบเดินเบา (Idle Stop System) ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Real-Time AWD ทำงานโดยเปลี่ยนการควบคุมการส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยระบบไฟฟ้า ตอบสนองการทำงานได้รวดเร็วพร้อมกับให้แรงบิดที่ล้อหลังสูงขึ้น อีกทั้งเพิ่มความแม่นยำของการปรับแรงบิดที่ล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุล

Honda CR-V

ตามข้อมูลโรงงาน ปล่อย CO2 ที่ 149 กรัมต่อกิโลเมตร แถมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบหมุนเวียนไอเสีย (Exhaust Gas Recirculation System - EGR) กับ ตัวกรองอนุภาคไอเสียดีเซล (Diesel Particulate Filter - DPF) ทำหน้าที่ดักจับเขม่าของน้ำมันที่ออกมากับไอเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าตัวกรองอากาศเขม่าทั่วไป ทำให้มั่นใจในการควบคุมการปล่อยไอเสีย

ความพิเศษของเครื่องยนต์ดีเซล I-DTEC บล็อกนี้ติดตั้งระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 จังหวะ (2-stage Turbocharger) ตอบสนองทั้งกำลังแรงบิดและอัตราเร่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกการขับขี่และช่วยในการตอบสนองต่ออัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจในช่วงรอบต้น และเพิ่มการประหยัดน้ำมัน มากขึ้น รวมถึง การระบายความร้อนของไอดี (Intercooler) ทำหน้าที่ระบายความร้อนของไอดีที่ถูกอัดมาจากการทำงานของเทอร์โบชารจ์เจอร์ซึ่งมีความร้อนสูงให้เย็นตัวลงก่อนที่จะผ่านเข้าห้องเผาไหม้ ทำให้การเผาไหม้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และ ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหลายจุด (Multi Injection) ทำงานแปรผันให้เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์ ช่วยในเรื่องอัตราประหยัดน้ำมันและลดการสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์

Honda CR-V

มาเรื่องถึงการขับขี่กันบ้างสำหรับใครที่คาดหวังว่าเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกนี้ขับไว วิ่งฉิวหลังติดเบาะแบบเดียวกับคู่แข่งร่วมชาติ บอกได้เลยว่าคุณคิดผิดเพราะกำลัง 350 นิวตันเมตร ยอมรับเลยว่าไม่ค่อยหวือหวาอย่างที่คิดตั้งแต่ช่วงออกตัว แม้แต่ Kick Downอาจไม่ทันใจเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยยังพอมีกำลังพอเพียงในการใช้งานทั่วๆไป แรงดึงพอมีบ้าง ขับสบายๆ ไม่คิดรีบร้อนรีบเร่ง ส่วนเรื่องรอบเครื่องยนต์ในช่วงความเร็ว 90 -120 กม./ชม. ทำผลงานสูงสุดไม่ถึง 2,000 รอบ/นาที ด้วยรอบตั้งแต่ 1,450 1,500 1,700 และ 1,800 รอบ/นาที

Honda CR-V

ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 9 สปีด การใช้งานที่แปลกกว่าเจ้าอื่นๆตรงที่เป็น สวิตช์กดปุ่ม (Shift by Wire) สำหรับสาวกที่พึ่งมาใช้รถรุ่นนี้เป็นครั้งแรกอาจไม่คุ้นชิน แต่พอนานๆไปกลับใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ด้านการทำงานในแต่ละช่วงเกียร์ทำงานฉับไวไม่กระตุกอัตราทดต่อเนื่องนิ่มนวลในการต่อเกียร์ในแต่ละช่วง เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร ส่งผลให้กำลังของรถก็มีมากพอที่จะสามารถตอบสนองได้อย่างเหลือเฟือ ทำความเร็วไปได้แบบสบายๆ หรือต้องการเรียกกำลังโดยใช้ระบบ Paddle Shift ก็พอที่จะให้เร้าใจขึ้นอยู่บ้าง ด้านการเก็บเสียงให้ความเงียบพอสมควรอาจมีเสียงเครื่องคำรามบ้างในช่วงเร่งแซง หรือความเร็วสูงๆก็ตาม

Honda CR-V

ระบบกันสะเทือนสำหรับด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบ มัลติลิงค์ อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง การเซ็ตช่วงล่างใหม่มาแบบ แน่นหนึบมั่นใจในการขับขี่ เข้าโค้งอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจังหวะช่วงกระโดดคอสะพาน เมื่อต้องมาด้วยความเร็ว ก็เรียกได้ว่าเอาอยู่เลยทีเดียว ไม่มีอาการเด้งหรือโยนแต่อย่างใด

ระบบพวงมาลัยเป็นแบบดูอัลพิเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (DP-EPS) ประกอบด้วยชุดเฟืองพิเนี่ยนแบบ Dual และได้มีการปรับอัตราทดเฟืองให้แปรผันได้ตามช่วงความเร็วที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในช่วงความเร็วต่ำ และให้การทรงตัวที่ดีในช่วงความเร็วสูง ในการปรับเซ็ตครั้งนี้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์เบาในช่วงความเร็วปกติขับขี่ในเมือง แต่ถ้าความเร็วๆสูงน้ำหนักจะมากขึ้นแต่หนักกำลังดีควบคุมง่าย บวกกับการต้องเข้าและออกโค้งเกือบตลอดเส้นทาง เป็นรถที่ขับสนุกมั่นใจได้อย่างดีเลยทีเดียว หรือแม้แต่การควบคุมรถลัดเลาะในช่วงตัวเมืองก็ตาม

Honda CR-V

ปิดท้ายด้วยความประหยัดน้ำมันที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้รถตัดสินใจซื้อเป็นอันดับต้นๆ แต่ Honda CR-V I-DTEC 4WD ไม่ทำให้ผิดหวังโดยจากโปรแกรม Save Mode ทำได้ 15.75 กม./ลิตร จากระยะทางรวม 60.2 กม.จัดน้ำมันเต็มถังจากปั๊มแถวเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ 3.82 ลิตร ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. ตามสภาพการใช้งานจริง ส่วนการใช้งานในเมืองได้ตัวเลข 19.15 กม./ลิตร ด้านอัตราสิ้นเปลืองนอกเมืองทำตัวเลขอยู่ที่ 12.44 กม./ลิตร นับว่าเป็นตัวเลขสิ้นเปลืองทำได้ดีไม่แพ้เจ้าอื่นๆ (ตัวเลขสิ้นเปลืองจากโรงงาน เฉลี่ย 17.85 กม./ลิตร ในเมือง 15.87 กม./ลิตร นอกเมือง 18.86 กม./ลิตร)ถึงแม้จะน้อยกว่าคู่แข่ง แต่ก็สร้างความประทับใจอย่างดีสำหรับ Honda CR-V I-DTEC 4WD

Honda CR-V

Honda CR-V

ด้วยราคา 1,699,000 บาท กับเครื่องยนต์ดีเซลความจุน้อยกว่า 2 ลิตร พละกำลังอาจด้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 I-VTEC ทั้งความแรง ความฉับไว แต่อย่างน้อยขับสนุก ขับสบายแบบสุขุม ไม่มีนิสัยโวยวาย เหนือกว่าตรงที่ความสบาย 7 ที่นั่ง และออพชั่นที่สมน้ำสมเนื้อกับคู่แข่งก็ทำให้ Honda CR-V I-DTEC 4WD เป็นตัวเลือกต้นๆที่น่าสนใจ

เรื่องและขับทดสอบโดย นายเต้ย

ขอขอบคุณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ความอนุเคราะห์รถยนต์ Honda CR-V 1.6 DT EL 4WD มาทดสอบ

Honda CR-V

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

Advertisement