ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าโตแรงทั่วโลก ยกเว้นอเมริกาเหนือที่สวนกระแสอย่างชัดเจน
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 21 ม.ค. 69 14:37
- 1,023 อ่าน
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างร้อนแรงในปี 2025 โดยยอดขายรวมพุ่งขึ้นแตะ 20.7 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้ายังเดินหน้าอย่างมั่นคงในหลายภูมิภาคทั่วโลก ยอดขายช่วงปลายปีถือว่าแข็งแกร่งเป็นพิเศษ เมื่อเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียวมียอดขายสูงถึงประมาณ 2.1 ล้านคัน ตอกย้ำแรงส่งของตลาดในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเติบโตแทบทุกพื้นที่ อเมริกาเหนือกลับกลายเป็นข้อยกเว้นที่น่าจับตา เพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ากลับลดลงสวนทางกับโลกอย่างชัดเจน
จีนยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก ด้วยยอดขาย 12.9 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ยุโรปกลายเป็นดาวเด่นของปี ด้วยการเติบโตสูงถึง 33 เปอร์เซ็นต์ ทำยอดขายรวม 4.3 ล้านคัน ส่วนประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกก็ไม่น้อยหน้า โดยยอดขายรวมเพิ่มขึ้นถึง 48 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับ 1.7 ล้านคัน
การเติบโตในหลายภูมิภาคนอกตลาดหลักเดิม ส่วนหนึ่งมาจากการรุกตลาดต่างประเทศของผู้ผลิตรถยนต์จีน หลังการแข่งขันด้านราคาภายในประเทศรุนแรงขึ้น ทำให้ต้องหาตลาดใหม่เพื่อระบายสินค้า
ตรงกันข้ามกับภาพรวมโลก อเมริกาเหนือกลับมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ ตามรายงานของ Rho Motion โดยหากไม่มียอดขายในเม็กซิโกที่เพิ่มขึ้นถึง 29 เปอร์เซ็นต์ จากการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดจากจีน ตัวเลขในภูมิภาคนี้อาจเลวร้ายกว่านี้อีก
ในสหรัฐอเมริกา ยอดขายทั้งปีแทบไม่ขยับ เพิ่มขึ้นเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผู้บริโภคเร่งตัดสินใจซื้อในช่วงกลางปี เพื่อให้ทันสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ก่อนที่มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปลายเดือนกันยายน หลังจากนั้นยอดขายกลับร่วงลงอย่างรุนแรง โดยไตรมาสสุดท้ายของปีมียอดขายลดลงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สถานการณ์ในแคนาดาหนักยิ่งกว่า เมื่อสิทธิประโยชน์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าถูกยกเลิกไปตั้งแต่ช่วงต้นปี 2025 ส่งผลให้ยอดขายทั้งปีลดลงถึง 49 เปอร์เซ็นต์ นักวิเคราะห์จึงคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาอาจหดตัวเกือบหนึ่งในสามในปี 2026 ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ผลิตหลายรายเริ่มถอยกลับไปพึ่งพารถยนต์ไฮบริด เช่น Ford ที่ปรับแผนกับ F-150 Lightning และ Ram ที่ตัดสินใจไม่เปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าในตอนนี้
ฝั่งยุโรปกลับมีบรรยากาศตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง การสนับสนุนจากภาครัฐและกฎควบคุมการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดขึ้น ช่วยผลักดันยอดขายอย่างชัดเจน เยอรมนีเติบโตถึง 48 เปอร์เซ็นต์ สหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ และฝรั่งเศสสามารถกลับมาปิดปีด้วยตัวเลขบวกได้ หลังจากรัฐบาลกลับมาให้แรงจูงใจผู้บริโภคอีกครั้งในช่วงปลายปี
ภูมิภาคอื่น ๆ ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มียอดขายเกือบเพิ่มเป็นสองเท่า อเมริกาใต้และอเมริกากลางเติบโต 49 เปอร์เซ็นต์ เกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ จากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่และมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล
ญี่ปุ่นยังคงเป็นอีกประเทศที่เดินเกมต่างออกไป โดยผู้บริโภคยังเลือกใช้รถยนต์ไฮบริดเป็นหลัก ทำให้สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้ายังคงอยู่ที่ราว 3 เปอร์เซ็นต์ แม้ตลาดในประเทศอื่นจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนชัดว่าการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้ายังคงเร่งตัวในระดับโลก แต่สำหรับอเมริกาเหนือ เมื่อแรงจูงใจทางการเงินหายไป ผู้บริโภคกลับเลือกชะลอการเปลี่ยนแปลง คำถามสำคัญคือ นี่เป็นเพียงการหยุดพักชั่วคราว หรือเป็นการเปลี่ยนทิศทางในระยะยาว ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ ราคา และกลยุทธ์ของผู้ผลิตรถยนต์ในอนาคต
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




