Life Test : Honda Accord 2.0 EL มุมมองใหม่ซีดานหรู….คู่ใจผู้นำ

อีกหนึ่งยนตกรรมที่ครองใจสาวกมายาวนาน กวาดยอดขายทั่วโลกและกวาดรางวัลรถยอดเยี่ยมจากหลายสถาบัน จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณภาพถึงซีดานพรีเมี่ยมสุดหรูตอบโจทย์ผู้นำมายาวนาน นั่นคือ Honda Accord และ 40 ปีของการทำตลาด ได้สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ในฐานะรถ D-Segment พรีเมี่ยม

Honda Accord

ร่างเจเนอเรชั่นที่ 9 กับการมาของหน้าใหม่ Facelift พบกันครั้งนี้ล้ำสมัยขึ้น ตั้งแต่ กระจังหน้าโครเมี่ยม ออกแบบแถบกระจังหน้าใหม่ให้ใหญ่ขึ้นพร้อมโลโก้ Honda ชุดไฟ LED ติดตั้งรอบคัน ทั้งไฟหน้า ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟตัดหมอกหน้า และไฟท้าย สีขาวแดงสุดโดดเด่น  กันชนหน้าออกแบบใหม่เสริมตัวตนความสปอร์ตขึ้นมาอีกระดับ เท่อย่าบอกใครด้วยล้ออัลลอยด์สีทูโทนปัดเงา 18 นิ้ว ลายเดียวกับรุ่น 2.4 พร้อมยางขนาด 235/45R18 พร้อมชุดโครเมี่ยม แพ็คเกจ แต่งหรู ทั้งใต้กันชนหน้า-หลัง กรอบประตู ที่เปิดประตู และคิ้วฝากระโปรงท้าย แต่เสียดาย ด้วยบุคลิกออกแนวสปอร์ต น่าจะเพิ่มสปลอยเลอร์แบบ Built-In เสริมโหงวเฮ้งให้หล่อชวนมองขึ้น

Honda Accord

ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปสู่ห้องโดยสารภายใน ต้องฝ่าด่านการสั่งงานปลดล็อกจากกุญแจแบบ Keyless Entry ตามสมัยนิยม พร้อมปุ่ม Push Start สีแดงวงกลมอันร้อนแรง แต่ครั้งนี้เพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษ ระบบ Engine Remote Start เบื้องต้นใช้งานง่ายแค่กดปุ่มล็อคหนึ่งที พร้อมกดปุ่ม hold ลงไป รถก็สตาร์ทติดเครื่องพร้อมเครื่องปรับอากาศทำงานเพื่อปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารล่วงหน้าทันที  ให้ความสะดวกในกรณีจอดรถกลางแจ้ง แดดจัดๆ

ก้าวเข้ามาสู่ภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีดำเข้ม บ่งบอกความเข้มขรึม สุขุม อย่างมีระดับและสามารถเลือกโทนสีเบจได้ ขึ้นอยู่กับสีของตัวรถ ชุดตกแต่งภายในลายไม้แบบสีดำเปียโนแบล็ค เทียบเท่ารถหรูโซนยุโรป  พรั่งพร้อมด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังกึ่งลายไม้ ที่มีปุ่มการทำงานเครื่องเสียงและระบบ Cruise Control ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 7.7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayTM หรือเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ผ่านระบบ MirrorLink  จุดนี้ เรียกคะแนนความสนใจให้กับสาวก โซเชี่ยล ได้เป็นอย่างดี  ลำโพง 7 จุด มอบเสียงเพลงที่ไพเราะแบบไม่ต้องเสียเงินไปอัพลำโพงไฮเอนด์มาติดในรถ สวิตช์ควบคุมการทำงาน เครื่องปรับอากาศแบบ Dual Zone ปรับความเย็นได้อย่างอิสระ และช่องแอร์ด้านหลัง ไม่ต้องไปแย่งความเย็นกันอีกต่อไป

การถอยจอดทันสมัยขึ้นด้วยรกล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย เปลี่ยนเลนมั่นใจขึ้นและช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้ายด้วยระบบแสดงภาพ  มุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) แต่ขาดระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot  ซึ่งจุดนี้ รถระดับเดียวกันติดเป็นออฟชั่นมาตรฐานแล้ว

Honda Accord

เบาะนั่งเจ้าซีดานพรีเมี่ยม หุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้สีดำ (สีเบจเลือกได้ขึ้นอยู่กับสีของตัวรถ) ปรับสูงต่ำและเอนได้ด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทางด้านคนขับพร้อมปุ่มปรับดันหลัง Lumbar Support  และปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ด้านคนนั่ง ซึ่งตลอดการขับ ยอมรับเลยว่า ด้วยตัวเบาะที่ใหญ่โอบกระชับคนขับได้สบายมาก ส่วนเบาะหลัง นอกจากสบายไม่เมื่อยล้าตอนเดินทางไกลแล้ว ไม่ต้องบ่นว่าร้อนอีกด้วยม่านบังแดดหลังปรับไฟฟ้า และม่านประตูหลังสองข้างดึงขึ้นด้วยมือ และถ้าต้องการขนสัมภาระ เช่นถุงกอล์ฟขนาดใหญ่ สามารถพับเบาะหลังในอัตรา 100 ได้ทันที

Honda Accord

การเดินทางทั้งในเมืองกรุงและ นอกเมือง ฝากไว้กับขุมพลังที่ขึ้นชื่อลือชาว่าให้ทั้งความแรงและประหยัดอยู่ในเครื่องยนต์เบนซิน I-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร (รหัส R20Z3) SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เสียดายที่ระบบ Paddle Shift หลังพวงมาลัยกลับไม่มี ถ้าอยากได้ต้องไปเล่นรุ่น 2.4 EL แทน

Honda Accord

จากกรุงเทพ ถึง ลพบุรี บนระยะทางไป-กลับรวม 473  กิโลเมตร เจ้าซีดานพรีเมี่ยม เครื่องเล็ก 2.0 ให้ความสนุกสนานและมั่นใจในการขับขี่ ถ้าขับยาวๆระยะไกลๆคันนี้ ตอบโจทย์ดียิ่ง การตอบสนองในยามเร่งแซงอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ ไม่หวือหวาถึงแม้ออกอาการอืดบ้างในบางจังหวะ เมื่อเทียบเครื่องใหญ่ 2.4 การควบคุมน้ำหนักพวงมาลัยที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า EPS ทั้งในย่านความเร็วต่ำกลับให้น้ำหนักเบา แต่ความเร็วสูงกลับเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น ถึงความแม่นยำของพวงมาลัยอาจไม่ดีเท่าคู่แข่งรายสำคัญ แต่ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ

ระบบช่วงล่างยังเหมือนเดิมทั้งด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัท กับด้านหลังอิสระแบบมัลติลิงค์และคอยล์สปริงแต่เพิ่มเติมด้วย เหล็กค้ำโช้คในห้องเครื่องยนต์ ถึงแม้ปรับใหม่เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่หวังเอาใจคนรักความสปอร์ต แต่ผลออกมากลับให้ความนุ่มนวล ไม่กระเด้งกระดอน เทียบชั้นรถหรูๆโซนยุโรปได้อย่างสบายๆ

Honda Accord

กลับจากชมความงามของเขื่อนป่าศักดิ์ชลสิทธ์และไหว้ศาลพระกาฬ ที่ลพบุรีไม่ทันไร วันรุ่งขึ้นมีอันต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอีกครั้ง คราวนี้ จุดหมายปลายทาง อยู่ที่ Chang International Circuit  บุรีรัมย์ เพื่อชมการแข่งขันรถแข่ง ด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันนอกเมือง โดยใช้ความเร็ว สูงในย่าน 110-150 กม./ชม.ใช้ระยะทางรวม 645.9 กิโลเมตร เติมน้ำมันเต็มถัง สามารถยัดเต็มถังไปได้ 55.011 ลิตร ผลอัตราสิ้นเปลืองออกมาด้วยตัวเลข 11.74 กม./ลิตร  ผลออกมาแบบนี้ น่ายกย่องจริงในเรื่องความประหยัดอย่างแท้จริง

ถึงจะขาดของเพิ่มอรรถรสการขับขี่ทั้ง Paddle Shift หลังพวงมาลัย และชุดสปลอยเลอร์หลัง แบบ Built-In แต่เสน่ห์ของเจ้าซีดานพรีเมี่ยมทั้งภายนอกและภายใน สร้างความประทับใจ อยู่เช่นเดิม กำลังเครื่องเครื่องเล็ก 2.0 พร้อมช่วงล่างที่หนึบ นุ่มนวล ทำให้รถรุ่นนี้ชูความเด่นในการขับขี่แสนสบายในทางไกลๆ ทั้งหมดทั้งมวลนี้คืออีกบทสัมผัสซีดานหรู ที่ใครต่อใครสามารถสัมผัสถึงความสนุกสนานได้อย่างครบท้วนกระบวนความสำหรับ Honda Accord 2.0 EL ในราคาเพียง 1,445,000 บาท

เรื่องและขับทดสอบโดย สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม (นายเต้ย)

ขอบคุณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถ Honda Accord 2.0 EL  มาทดสอบ

Honda Accord

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

Advertisement