Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive รุ่นพี่ตัวใหญ่ หัวใจดีเซลเสียบปลั๊ก

ถ้าเอ่ยถึงรถยนต์ในระบบ Hybrid เชื่อว่าสมองของคนที่อยู่ในวงการรถยนต์หรือสนใจเรื่องของรถยนต์จะสั่งให้นึกถึงเครื่องยนต์เบนซินที่ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ามาเป็นอันดับแรก และก็เชื่ออีกว่ายังคงมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่า เครื่องยนต์ดีเซล Hybrid ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทยภายใต้การผลิตของค่ายตราดาวสามแฉก Mercedes-Benz ในรูปแบบของรถยนต์ในตระกูล Bluetec นั่นเอง

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

แต่ถ้าให้พูดถึงรถยนต์ประเภท Plug-in Hybrid หรือเรียกสั้น ๆ ว่า PHEV แล้วล่ะก็ ในประเทศไทยที่ผ่านมา 100% จะเป็นเครื่องยนต์เบนซินล้วน ๆ ส่วนจะมีระยะวิ่งด้วยไฟฟ้าเท่าไหร่ ก็แล้วแต่ว่าจะเคลมกันมากน้อยอย่างไร แต่ยังไม่มีรุ่นไหนที่ใช้ได้เกิน 100 กิโลเมตร และไม่มีใครใส่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลเลย แต่มาถึงวันนี้ ดินแดนบ้านเราก็มีเรียบร้อยแล้วกับรถที่ใช้ขุมพลังงานจากเครื่องยนต์ดีเซล ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า และมีแบตเตอรี่ให้วิ่งใช้งานไกลได้ นั่นคือ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive นั่นเอง

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้เอง และก็ถือเป็นคราวโชคดีของผมในฐานะทีมงาน AUTODEFT ที่มีโอกาสเป็นสื่อมวลชนกลุ่มแรก ๆ ที่ได้จับ และขับในระยะทางสั้น ๆ (ประมาณ 100 กิโลเมตรก็ไม่สั้นเท่าไหร่ แถมทำออกมาช้าอีก 555) เลยต้องรีบเอามาบอกเล่าว่า รถคันนี้มีดีอะไรบ้างกันครับ

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

เรามาเริ่มต้นกันที่สเปกคร่าว ๆ ของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive กันก่อนดีกว่าครับ โดยรถคันนี้เป็นรถอเนกประสงค์ SUV ขนาดกลาง ขนาดของตัวรถอยู่ที่ 2,010 x 4,924 x 1,795 มม. (กว้าง x ยาว x สูง) เลือกใช้ขุมพลังในรูปแบบ Plug-in Hybrid (PHEV) โดยใช้เครื่องยนต์เป็นแบบดีเซล 4 สูบแถวเรียง พร้อม 2-stage เทอร์โบชาร์จเจอร์ และอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาดความจุ 2.0 ลิตร ให้พลังได้สูงสุด 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังแรง 136 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร เมื่อรวมกันแล้วสามารถสร้างพลังได้สูงสุดถึง 320 แรงม้า แรงบิดมหาศาลระดับ 700 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G - TRONIC ให้อัตราเร่ง 0-100 ได้ในเวลา 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

แต่ความเจ๋งของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive คันนี้ มันคือแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่จะเป็นแหล่งพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้ความจุมามากถึง 31.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง โอ้วแม่เจ้า ความจุระดับนี้คือเกือบเท่ารถไฟฟ้าที่ขายในเมืองไทยอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ตัวมันใหญ่และน้ำหนักมาก ก็เลยวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุดที่ 106 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นรถ PHEV ที่วิ่งได้ไกลมากสุดในประเทศไทยแล้ว เป็นรถที่เราสามารถใช้ในเมืองแบบไม่ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ ไม่ใช้น้ำมันกันแบบสบายใจ ชาร์จไฟฟ้าให้เต็มทุกวันก็เพียงพอแล้ว

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

แต่ต้องบอกก่อนว่า Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive ต้องนับว่าเป็น GLE-Class ในรุ่นเริ่มต้น ดังนั้นอุปกรณ์และออพชั่นต่าง ๆ จึงถูกตัดออกไปหลายอย่างพอสมควรเมื่อเทียบกับตัว GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ที่เป็นตัวบนสุด ณ ปัจจุบัน ดังนั้นไฟหน้าจึงยังคงเป็นแบบ LED High Performance ไม่มีความหวือหวาหรือไฮเทคเหมือนรุ่นอื่นแต่อย่างใด มีสายแห่งแสง Daytime Running Light 2 เส้นลากครอบตัวโคมไฟเอาไว้เป็นทรงบูมเมอแรง ตะแกรงหน้าขนาดใหญ่สีดำ ทับด้วยเส้นตรงพาดยาวสีเงิน 2 เส้น ล้อมกรอบตราดาว 3 แฉกขนาดใหญ่ตรงกลางกระจังหน้า ไม่มีไฟตัดหมอก แต่มีแถบสีเงินเป็นแนวนอนตรงตำแหน่งนั้นแทน กระจกมองข้างใช้สีเดียวกับตัวรถ ตัดด้วยสรดำด้านล่าง มีไฟ LED เป็นไฟเลี้ยวอยู่ด้วย กรอบกระจกหน้าต่างตัดด้วยขอบสีเงิน สีเดียวกับมือจับเปิดประตู หลังคามีแท่นราวหลังคาสีเงินเช่นกัน รวมทั้งบันได้ข้างก็เป็นแถบสีเงินเช่นกันแต่พื้นนั้นเป็นสีดำ ใส่ล้อล้อแม็กซ์อัลลอยแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว รัดมาด้วยยางขนาด 275 / 50 R20

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive ใช้แถบไฟท้ายเป็นแบบ LED ตัวไฟอยู่ทั้งบนตัวรถและฝาประตูท้าย ตัวประตูท้ายนั้นเป็นแบบไฟฟ้า เปิด - ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS - FREE ACCESS) หรือใช้งานเตะเท้าเข้าไปท้ายรถแทนนั่นเอง สเกิร์ตด้านหลังเป็นสีเงิน (หรือจะโครเมียมก็ตามใจ) มีปลายท่อไอเสียสีเงินออกที่ 2 ข้าง มีที่ปัดน้ำฝนที่กระจกท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

ส่วนภายในของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive ก็ยังคงความหรูหราหมาร้องตามสไตล์เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับเบาะนั่งคู่หน้าหุ้มหนังแท้คุณภาพงาม ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่ง พวงมาลัย และกระจกมองข้าง จำได้แม่นถึง 3 ตำแหน่ง ตัวเบาะกว้าง มีที่โอบเอวยื่นออกมาเล็กน้อย ด้านบนของคอนโซลหน้า (dashboard) และด้านบนของแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO เรียกได้ว่าแทบจะเป็น Soft Touch เกือบทั้งแผง ใช้ทรงของช่องแอร์เป็น 4 เหลี่ยมหมด ไม่มีแบบวงกลมเลย ไม่มีนาฬิกาแบบเข็มบอกเวลาบนคอนโซล แต่ที่โดดเด่นสุดคงต้องยกให้หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบ Digital widescreen cockpit ขนาด 12.35 นิ้ว ที่มาทีเดียวถึง 2 จอ โดยจอแรกไม่ใช่ระบบสัมผัส ทำหน้าที่บอกข้อมูลการขับขี่ และอีกจอเป็นระบบสัมผัส ทำหน้าที่เป็นจอ Infotainment ระบบมัลติมิเดียแบบ MBUX เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto มีแผนที่นำทาง แต่ไม่ต้องใช้หรอก ใช้ Google Maps เวิร์คกว่า แอร์หรือระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

พวงมาลัยของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive เป็นทรงกลม หุ้มด้วยหนัง Nappa มีปุ่ม Multi-Function ให้กดนุ่นนี่นั่นเต็มไปหมด ทั้งซ้ายและขวามี Touch Pad ขนาดจิ๋วเอาไว้คุมทั้ง 2 หน้าจอ ด้านซ้ายเพิ่มเติมด้วยปุ่มรับ-วางโทรศัพท์ ด้านขวาเอาไว้คุมระบบ Cruise Control ปรับระดับได้ 4 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า ตรงกลางไม่มีเกียร์ (เกียร์เปลี่ยนที่ก้านข้างพวงมาลัย) แต่มีแท่นคล้ายหัวเกียร์ เอาไว้ใช้วางข้อมือเวลาใช้งาน Touch Pad เพื่อควบคุมหน้าจอกลาง เวอร์ชั่นนี้ปุ่มหมุนหายไปแล้ว เพิ่มเติมคือปุ่มด้านข้างเอาไว้กดเพื่อเปลี่ยนโหมดการขับขี่, เรียกเมนูต่าง ๆ บนหน้าจอ รวมทั้งการเปิดระบบช่วยจอดด้วย เบาะหลังหุ้มหนังคุณภาพดีเช่นกัน พับได้แบบ 40 : 20 : 40 (3 ท่อนนั่นเอง) มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถว 2 และมีช่องชาร์จโทรศัพท์แบบ USB Type C ให้ 2 ช่องจ้า

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

แน่นอนว่า ระบบความปลอดภัยบน Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive นั้นมาเพียบแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น

  • ถุงลมนิรภัย 9 จุด
  • ระบบช่วยเตือนเมีอมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist)
  • ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทาง (Active Lane Keeping Assist)
  • ระบบแจ้งเตือนขณะเปิดประตูรถ (Exit Warning Assist)
  • ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist)
  • ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist)
  • ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system)
  • โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program)
  • Electronic Traction System 4ETS สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control)
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system)
  • ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill - Start Assist
  • ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (adaptive brake light)
  • ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)
  • ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC)
  • กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

พอ ๆ ๆ ได้แล้วกับข้อมูลเบื้องต้นของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive ต้องขอออกตัวก่อน (อีกแล้ว) ว่ารอบนี้จะได้ขับในระยะทางแค่ประมาณ 100 กิโลเมตร เดินทางจาก กทม. แถบสาทร ขับด้วยโหมดไฟฟ้าประมาณ 35 กิโลเมตร ก่อนที่ต้องเปลี่ยนให้บัดดี้ที่ไปด้วยกันได้สัมผัสระบบไฟฟ้าบน GLE บ้าง (ตอนออกมา ยังชาร์จไม่เต็ม วิ่งได้ประมาณ 71 กิโลเมตร) แล้วให้พี่เขากดยาวไปเยี่ยมศูนย์บริการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ของ JP Motor ที่ จ.ระยองก่อน แล้วผมค่อยรับไม้ต่อจากศูนย์แล้วยิงกลับมาที่พัทยา ดังนั้นรวมแล้วก็น่าจะประมาณ 60-70 กิโลเมตรได้

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive มันเป็นรถที่นั่งสบายมากครับ เบาะมันใหญ่พอดีตัว ตัวรองเอวด้านข้างไม่บีบ พื้นที่ในการกางขามีให้เยอะกว่าตัวที่เป็นตระกูล Sedan ของค่ายนี้เลย ชอบที่สุดคงเป็นหน้าปัดขนาด 12.35 นิ้ว ทั้ง 2 จอ ที่คมชัดมาก ๆ มองสบายตา เสียอย่างเดียวตรงชุดควบคุมคำสั่งดันให้มาเป็น Touch Pad ไม่ได้หมายความว่ามันทำงานไม่ดีนะ มันดี มันเวิร์ค มัน... (พอแล้ว) แต่ส่วนตัวผมดันชอบแบบปุ่มกลมหมุน ๆ มากกว่า มันควบคุมง่ายดี เลื่อนด้วยนิ้วมันไถลเร็วไป ส่วนสัมผัสอื่น ๆ มันดูเนียนมือไปหมด โดยเฉพาะพวงมาลัยหนัง Nappa ที่จับแล้วให้ฟีลลิ่งแห่งความรวยขึ้นมาทันที แถมมี Paddle Shift ให้เปลี่ยนเกียร์ไล่ความเร็วเล่นได้ด้วย มันพะย่ะค่ะ

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

หลังจากเริ่มขับไปได้ช่วงหนึ่ง ผมก็ตกหลุมรักในช่วงล่างของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive ทันที เพราะมันช่างให้ความนุ่นนวลในการนั่งได้ดีเหลือเกิน ถึงแม้ว่าหลายคนในกรุ๊ปที่ไปเทสพร้อมกันจะบอกว่าออกไปทางนุ่มไปหน่อยก็ตาม แต่สำหรับผมแล้วนี่คือความพอดีในคนวัยผมอย่างมาก (ไม่อยากบอกว่าเท่าไหร่) มีความหนึบในการเข้าโค้ง นิ่งในช่วงเร็วสูง เอาล่ะ ความคล่องตัวมันคงไม่เท่าไหร่ ด้วยสภาพขนาดของ GLE มันก็ไม่เล็ก เลยไม่ได้มุดเข้าช่องอะไรได้ง่ายดายเหมือน C-Class แต่ด้วยความคมของพวงมาลัย ก็ยังคงความสนุกในการขับขี่ได้เสมอยามต้องการความเร็ว ช่วงโค้งเร็วสูง ถึงจะจับได้ถึงอาการเอียงของด้านท้าย แต่เรายังควบคุมมันได้อย่างไม่ต้องฝืนมือสักเท่าไหร่

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

เครื่องยนต์ของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive นั้นมาในรูปแบบของดีเซล PHEV ที่สามารถวิ่ด้วยระบบไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุดถึง 106 กิโลเมตร เสียดายตอนที่ผมรับรถเทสออกมา ยังชาร์จไฟไม่ได้เต็ม หน้าจอบอกว่ายังขับได้ประมาณ 71 กิโลเมตร ช่วงต้นผมเลยขับด้วยโหมด EV เพื่อทดสอบดูว่า มันจะใช้ได้เต็มตามหน้าไมล์หรือเปล่า โดยผมขับไปได้ครึ่งทาง บัดดี้ที่ไปด้วยอีกครึ่งทาง ผลปรากฎว่า วิ่งได้ 72 กิโลเมตรครับ เต็มตามหน้าจอ โดยรูปแบบการขับขี่จะมีทั้งการขับในเมืองช่วงสาทร แล้วขึ้นทางด่วนช่วงเช้าแล้วไปติดประมาณหนึ่งบนนั้น ก่อนที่จะวิ่งถึง Motorway แล้ววิ่งได้ยาว โดยจะใช้การขับขี่แบบทั่วไปเลย ไม่ได้เร่งรีบ ไม่ได้ถนอมคันเร่ง ยังวิ่งได้ตัวเลขที่ดี อาจจะดูน้อยไปนิดถ้าเทียบว่ามีแบตเตอรี่ขนาด 31.2 กิโลวัตต์ชั่วโมงพ่วงมาด้วย แต่ถ้าดูตัวรถแล้ว ถ้าใช้เครื่องยนต์เบนซิน Turbo ก็คงไม่เกิน 10 กม./ลิตร แน่นอน ดังนั้นได้ขนาดนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้อยู่แล้ว ส่วนการให้พละกำลังนั้น ผมว่าเป็นปกติเลย ออกตัว เร่งความเร็ว อะไรพวกนี้ เหมือนขับรถเครื่อง 2.0 ลิตรทั่วไป ไม่ได้ถึงกับจี๊ดจ้าด แต่พลังมอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า ก็ให้กำลังมากพอสำหรับการขับขี่ในเมืองแบบไม่รีบอยู่แล้ว

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

หลังจากละหน้าที่ในการขับ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive ไปได้ระยะหนึ่ง แล้วก็กลับมาจับใหม่อีกครั้งที่ จ.ระยอง คราวนี้มาลองกันสักตั้งว่ามันจะตอบสนองดีระดับไหน เริ่มต้นเดินทางกันด้วยโหมด Normal ปกติ ที่ช่วงนั้นไม่มีไฟฟ้าให้ใช้งานแล้ว ทำงานเป็นระบบ Hybrid โดยใช้กำลังของเครื่องยนต์ดีเซล 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตรเป็นหลัก ซึ่งมันก็ทำงานตอบสนองเท้าได้ดีปรีะมาณหนึ่ง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณใส่โหมด Sport เข้าไป นี่คือความฟินระดับ Heavy Metal เพราะมันตอบสนองเท้าต่อการกดได้อย่างดีเหลือเกิน ขับสนุก รถก็ไม่ได้ตัวเล็กแต่ขับมันชิบเป๋ง ใครว่าพ่อบ้านซิ่งไม่ได้ มาลองดูกันสัก 5 เสาไฟฟ้าก็ได้นะ

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive เป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับรถคลาสนี้ครับ เลยทำให้มีระบบบางอย่างที่หายไป เช่นระบบ Adaptive Cruise Control ที่หายไป กลายเป็นระบบ Cruise Control ธรรมดา หรือระบบรักษาระยะห่างระหว่างคันหน้า ที่ผมชอบมากเหลือดเกินนั้นก็ไม่มี แต่อย่างอื่นก็ให้มาครบถ้วยพอควร รวมทั้ง ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system) ด้วย ที่ได้ใช้งานบ่อยก็เป็นระบบเตือนมุมบอดด้านข้าง ที่ทำงานได้สเถียรดี เสียแต่ก็ระบบ ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทาง (Active Lane Keeping Assist) นี่แหล่ะ ที่นางอยากจะทำก็ทำ แต่จังหวะไหนไม่อยากทำก็ไม่ทำ ทั้งที่เส้นชัดก็ตาม อันนี้ไม่แน่ใจว่ามาจากความผลิดพลาดส่วนตัวคันนี้ หรือเป็นทั้งระบบเลย

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

สิ่งที่ดีงามของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive คือการเลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นกำลังหลักควบคู่กับระบบ Plug-in Hybrid นี่แหล่ะ เพราะปกติแล้วเท่าที่เทสรถในระบบนี้ แต่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน เวลาไฟหมดแล้ว เครื่องก็กินน้ำมันเอาเรื่องอยู่ แต่เครื่องยนต์เบนซินนั้นให้อัตราที่ประหยัดอยู่แล้วถึงแม้นว่าจะทำงานโดดเดี่ยวตามลำพังก็ตาม ยิ่งได้พละกำลังเสริมมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่บัดดี้มากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่อีก ยิ่งทำให้ความประหยัดมากขึ้นไปอีก เดาว่าถ้าขับต่างจังหวัดแบบไม่มีไฟฟ้าเลย น่าจะมี 15 กิโลเมตร/ลิตรเป็นอย่างต่ำ ดังนั้นการเดินทางไปต่างจังหวัดเมื่อไหร่ ต่อให้ไม่มีที่ชาร์จไฟ ณ จุดหมายปลายทาง ก็ยังเบาใจได้ว่าคงไม่โดดเครื่องยนต์ผลาญเงินในกระเป๋าในรูปแบบการเติมน้ำมันเยอะอย่างแน่นอน

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

รอบนี้อยากรู้อัตราเร่ง 0-100 บน Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive ว่าเป็นอย่างไร เจอถนนพอว่าง ก็เลยจัดให้สักรอบ ถ้าตามสเปก รถควรต้องทำได้ 6.8 วินาที เลขที่ออกมาผ่านแอพ iBolid 0-100 บน iPhone 11 รอบแรกได้ออกมาที่ 7.25 วินาที ถือว่าใกล้เคียงกับสเปกนะ แต่รอบ 2 ได้ตัวเลขออกมาที่ 8.28 วินาทีเท่านั้นเอง เนื่องจากรอบนี้ผมดันไปเทสเป็นทางขึ้นเนินเล็กน้อย ก็เลยได้ต่ำลงมานิดหนึ่ง ถึงกระนั้นก็ไม่ได้แย่นะ การตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าในช่วงแรกช่วยออกตัวได้กระฉับกระเฉง แล้วมีกำลังเครื่องยนต์มาช่วยเสริมต่ออีก ออกตัวได้ดีมาก ถึงแม้ว่าจะตัวใหญ่ขนาดนี้ก็ตาม

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

ในที่สุดก็หมดเวลาของการทดสอบ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive แล้ว เป็นเวลาไม่นาน แต่ก็พอจะบอกความรู้สึกชอบ-ไม่ชอบเบื้องต้นได้ดังนี้ครับ

ชอบ

  • ระบบ PHEV ที่วิ่งได้ไกลสูงสุด 106 กิโลเมตรคือความดีงาม ถ้าขับในเมืองไปกลับที่ทำงานเหมือนที่ผมใช้งานอยู่ทุกวัน ไม่ต้องใช้น้ำมันเลย เสียบปลั๊กทุกวันให้ไฟเต็มเป็นพอ
  • เครื่องยนต์ดีเซลก็จะให้ความประหยัดเมื่อยามที่ไฟฟ้าหมดลง
  • โหมด Sport ขับมันมาก ชอบ ๆ ๆ
  • ช่วงล่างดีเลิศ นุ่มนวล หนึบ ซึ่งแรง 200 ยังนิ่งอยู่

ไม่ชอบ

  • ระบบ Active Lane Keeping Assist ยังไม่สเถียร
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive เปิดราคาเอาไว้ที่ 4,699,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่กำลังดีเลยในรถเกรดนี้ ได้รถที่ขนาดใหญ่พอตัว กำลังเครื่องดี มีทางเลือกแบบไฟฟ้าให้ใช้ได้เหลือเฟือ ช่วงล่างเจ๋ง และที่สำคัญคือมันช่วยลดมลพิษได้อย่างมาก ถ้าคุณใช้การ “Charge to Change” ด้วยการชาร์จทุกครั้งที่มีโอกาส รับรองได้ว่าในแต่ละเดือน คุณจะเผาน้ำมันไปเพียงไม่กี่ลิตรแน่นอน

Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ