Test Drive: รีวิว ทดลองขับ Nissan Terra 2.3 VL 4x4 อเนกประสงค์อัจฉริยะ...ถึงมาช้าแต่ยังน่ามอง

รถยนต์อเนกประสงค์ดัดแปลงจากรถกระบะ (PPV) ได้รับความสนใจเป็นจำนวนมากจากกลุ่มผู้ใช้รถชาวไทยด้วยตัวตนที่โดดเด่นทั้งงานบรรทุก งานโดยสาร ความแข็งแกร่ง ความทนทาน ซึ่งล้วนแล้วรวมทุกอย่างไว้ในคันเดียว จนค่ายรถชั้นนำส่งรถยนต์ประเภทนี้เข้าตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมารวมถึงค่ายรถยนต์เพื่อนที่แสนดีอย่าง Nissan

Nissan Terra

ย้อนอดีตช่วง 20-30 ปี นิสสัน ในยุคสยามกลการ(ผู้จำหน่ายรายเก่า) จ้างบริษัทต่อเติมรถยนต์รายหนึ่งประกอบรถอเนกประสงค์ 5 ประตู ออกจำหน่ายโดยใช้พื้นฐาน Nissan BIGM D21 จนมาถึง Nissan Xciter ที่ใช้พื้นฐานของ Nissan Frontier D22 เนรมิตกลายเป็นรถยนต์ 5 ประตู 7 ที่นั่งจากการประกอบของไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จนได้รับการตอบรับอย่างดี จนมาถึงยุคกระบะ Nissan Navara D40 ไม่มีตัวตายตัวแทนรุ่น Xciter มารับช่วงต่อ ล่าสุด Nissan ในยุค นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดตัว Nissan Terra อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 โดยผลิตที่โรงงานบางนา-ตราด กม.22 จ.สมุทรปราการ และยังเป็นฐานส่งออกไปยัง 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซี่ยน

รถยนต์อเนกประสงค์แบบตัวถังบนแชสซีส์ (PPV) ยกความหล่อเหลามาจาก Nissan Navara D23 แต่ปรับงานดีไซน์ให้แตกต่างพอสมควร คมเข้ม เรียบง่าย กับกระจังหน้าด้วยกระจังหน้า V-Motion โครเมี่ยมขนาดใหญ่ ที่ไส้ในแบบรังผึ้งสีเทาอ่อน ดูแล้วอาจขัดตานิดหน่อยอยากให้ทำเป็นสีเข้มๆ พร้อมไฟหน้า LED Projector ดีไซน์บูมเมอแรง มาพร้อมไฟ LED Daytime ในโคมเดียว เปิด-ปิดด้วยระบบ Auto รับกับกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถใหม่พร้อมแถบโครเมี่ยมทั้งสามจุดรวมถึงไฟตัดหมอกหน้าเป็นออพชั่นมาตรฐาน

Nissan Terra

ด้านข้างดีไซน์ซุ้มล้อขึ้นรูปขนาดใหญ่ลงตัว กระจกมองข้างมาพร้อมไฟเลี้ยว LED แบบสีเดียวกับตัวรถ ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว ลวดลายเฉพาะ Terra ติดตั้งยาง Toyo Open Country A25 ขนาด 255/60 R18 บันไดข้างขึ้นรูปสีเทาอ่อนออพชั่นสามัญติดตั้งจากโรงงงาน กับราวหลังคาอำนวยความสะดวกในการขนของขนจักรยานไปเที่ยวต่างจังหวัด ด้านท้ายสวยมีเอกลักษณ์ด้วยไฟท้ายแบบ LED Light Guide พร้อมคิ้วรกรอบป้ายทะเบียนแบบโครเมี่ยมติดตั้งโลโก้ Terra ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED ติดตั้งที่บนกระจกหลังสวยงาม สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนกันชนท้ายสีเดียวกับตัวรถ แต่บนฝากระโปรงท้ายมาแบบโล้นๆไม่มีสปอยเลอร์หลังติดมาให้ ดูๆไปอาจทำให้ตัวรถหมดความสง่างามไปพอสมควร

Nissan Terra

ด้วยความเป็นรถยนต์ที่พัฒนามาจาก Nissan Navara D23 และปรับดีไซน์ให้ดูดีมีเสน่ห์ ทำตัวรถคล่องตัวสมกับความเป็น Nissan ตั้งแต่ ความยาว 4,885 มม. ความกว้าง 1,865 มม. ความสูง 1,835 มม. ฐานล้อ 2,850 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 225 มม. น้ำหนักรถ 2,118 กก. และความจุถังน้ำมัน 78 ลิตร

Nissan Terra
Nissan Terra

ภายในมีความคุ้นเคยด้วยชุดแผงคอนโซหน้ากับแผงประตูคู่หน้า ยกชุดจาก Nissan Navara D23 แต่ปรับรายละเอียดเล็กน้อยด้วยโทนดำเข้มพร้อมออพชั่นจัดเต็มทั้ง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านทรงพิมพ์นิยมหุ้มหนัง ตกแต่งสีเงิน ควบคุมการทำงานทั้งสวิตช์เปิด-ปิดการใช้งานวิทยุ มาตรวัด และ Cruise Control มาที่มาตรวัดเรืองแสงมีทั้งบอกความเร็วถึง 220 กม./ชม.และรอบเครื่องถึง 6,000 รอบ/นาที คั่นกลางด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID สี 5 นิ้ว ที่นอกจากบอกทั้งแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ระยะเวลาที่เข้ารับการตรวจสอบสภาพรถ ระดับอุณหภูมิภายนอกรถ นาฬิกาดิจิตอล เสียงเตือนในกรณีที่ไม่ได้ปิดไฟหน้า และสัญญาณเตือนกันการลืมกุญแจภายในรถแล้ว เพิ่มฟังก์ชั่นมาให้ในจอแสดงข้อมูล MID ไม่ว่าจะเป็น มาตรวัด Off-Road Meter แสดงข้อมูลระบบขับเคลื่อนรวมถึงมุมเอียงในขณะขับขี่เส้นทางออฟโรด และมาตรวัดตรวจสอบแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System (TPMS) คอยตรวจวัดแรงดันลมยางของล้อทั้งสี่ล้อ และแจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมยางเกิดการเปลี่ยนแปลง

Nissan Terra
Nissan Terra

คอนโซลกลางดีไซน์แบบเดียวกับ Nissan Navara D23 ทั้งช่องแอร์ เครื่องเล่นวิทยุ DVD พร้อมระบบนำทาง ขนาด 7 นิ้ว จาก Kenwood รุ่น DNX7150 เชื่อมต่อ USB, Bluetooth และช่องเชื่อมต่อ HDMI ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบ Bluetooth พร้อมลำโพง 6 จุด ที่คุณภาพเสียงพอไปวัดไปวาได้ถึงแม้การใช้งานของเครื่องเสียงจะยุ่งยากพอสมควร(อยากให้เปลี่ยนเป็นจอสัมผัส 8 นิ้ว Bulit-In แบบเดียวกับ Nissan Navara D23 จะดูสวยงามมาก) ถัดลงมาจะเป็นเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ถัดลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมการเปิด-ปิดแอร์บนหลังคา, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC,ระบบดิฟล็อค และปุ่มการทำงานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ดีไซน์โครเมี่ยม พร้อมช่องแอร์ปรับอากาศด้านหลัง บนหลังคาภายในขึ้นรูปด้วยวัสดุกำมะหยี่สีเทาอ่อน ติดตั้งจอเพดานขนาดใหญ่ 11 นิ้ว ตรงความต้องการของเด็กๆที่ชอบดูการ์ตูนระหว่างการเดินทาง พร้อมช่องแอร์บนหลังคากระจายความเย็นรอบทิศทางแบบ 360 องศา มอบความเย็นสบายให้ทุกที่นั่งทั่วทั้งห้องโดยสาร โดยสามารถควบคุมความเร็วของพัดลมจากที่นั่งตอนหลัง

Nissan Terra
Nissan Terra
Nissan Terra
Nissan Terra

เดินทางไม่เมื่อยล้าด้วยเบาะนั่งโดยสาร 7 ที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้สีน้ำตาลเข้ม โดยคู่หน้าเป็นแบบ Zero Gravity ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมดันหลังปรับไฟฟ้าสำหรับด้านคนขับและคนนั่งยังปรับแบบคันโยกธรรมดา 4 ทิศทาง เบาะนั่งหลังตอน 2 สบายมากขึ้น ขนาดผมส่วนสูง 174 ซม. ยังเหลือพื้นที่เยอะมาก สามารถปรับเอน-เลื่อนได้ นอกจากนี้ยังพับแบบ 60/40 ได้ โดยการพับเบาะตอนสองนอกจากจะใช้ก้านสวิตช์ที่ข้างเบาะแล้วมาพร้อมระบบพับเบาะอัตโนมัติ (1-Touch Remote Fold and Tumble Seats) สามารถสั่งการได้จากตำแหน่งผู้ขับ แค่เพียงการกดที่ปุ่มเดียว นับเป็นฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์พ่อบ้านยุคใหม่จริงๆ ส่วนตอนสามยังสามารถพับได้แบบ 50/50 เพิ่มเนื้อที่ในการบรรทุก ปิดท้ายด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะแบบ Keyless Entry ดีไซน์เดิมที่ใช้กันในรถยนต์ Nissan ทุกรุ่น สามารถสั่งล็อกกับปลดล็อกได้สองทางทั้งที่ปุ่มสีดำตรงก้านที่เปิดประตูโครเมี่ยม สองฝั่ง หรือตัวกุญแจฯ และปุ่ม Push Start ที่กดปุ๊บติดทันที

Nissan Terra

ไฮไลท์เด็ดที่ทาง Nissan ชูเด่นกับการเป็นยายนต์อัจฉริยะ Nissan Intelligent Mobility ด้วยระบบเทคโนโลยีการขับขี่ Driving Technology เริ่มที่กระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) ที่สามารถทำงานได้หลายรูปแบบในที่เดียว โดยมีการทำงานถึง 2 อย่างคือ 1. เป็นจอ LCD ที่กระจกมองหลัง แสดงภาพที่มาจากกล้องด้านหลังตัวรถ สามารถมองรถข้างหลังได้อย่างสบายๆถึงจะมีการบรรทุกสัมภาระหรือมีผู้โดยสารนั่งด้านหลังบดบังการมองด้านหลัง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยน ระหว่างจอแสดงภาพจากกล้อง หรือจากกระจกปกติได้

Nissan Terra
Nissan Terra

2. ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM) ช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นสภาพรอบตัวยานพาหนะได้ทั่วทุกทิศทาง ควบคุมตัวรถระหว่างถอดจอดรวมถึงเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างง่ายดายแม้ในพื้นที่แคบ พร้อมเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนทุกครั้งเมื่อมีวัตถุหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ตัวรถ เมื่อมีสิ่งเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ติดตั้ง ระบบเตือนจุดบอดหรือจุดอับสายตาอัจฉริยะ Intelligent Blind Spot Intervention (IBSW) จะทำงานเมื่อพบว่ามียานพาหนะอื่นเข้าใกล้ตัวรถโดยคนขับจะได้รับทั้งเสียงเตือนและสัญญาณไฟกะพริบที่กระจกมองข้างและระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางอัจฉริยะ Intelligent Lane Intervention (ILDW) จะแจ้งเตือนด้วยสัญญาณภาพและเสียงเมื่อรถเคลื่อนที่ออกนอกช่องทาง โดยระบบจะทำงานเมื่อมีการขับเคลื่อนด้วยความเร็วมากกว่า 70 กม./ชม.

Nissan Terra

 

Nissan Terra

แต่ละประเทศที่จำหน่าย Nissan Terra ทั้ง ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย จะใช้ขุมพลังดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.5 ลิตร YD25DDTi 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร แต่ Nissan เมืองไทย ต้องการนำเสนอสิ่งใหม่ๆให้ดีกว่าทั้งในเรื่องขุมพลังและความแรง จึงเป็นที่มาของขุมพลังใหม่ล่าสุดด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ รหัส YS23DDTT 190 แรงม้าที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที ให้ค่า CO2 เพียง 200 กรัม/กม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมด Manual +/- และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4X4 Part-Time shift-on-the-fly ทั้ง 2H, 4H และ 4L (เปลี่ยนจาก 2H เป็น 4H ในความเร็วไม่เกิน 100กม./ชม.)

Nissan Terra

สำหรับตัวรถที่ได้รับมานั้นเป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ VL คาดว่าเป็นคันเดียวกันที่เคยไปทดสอบกลุ่มที่ จ.เชียงราย เครื่องยนต์ขนาด 2.3 ลิตรที่พัฒนาร่วมกับ Renault ฝรั่งเศสด้วยแรงบิด 450 นิวตันเมตรกับ Flat Torque ที่กว้างตั้งแต่ 1,500-2,500 รอบ/นาที พาร่างที่หนัก  2 ตันต้นๆ พุ่งทะยานอย่างว่องไวในยามถนนสี่เลนยาวๆ Kick Down เค้นกำลังกลับตอบสนองฉับไวในยามเร่งแซงในถนนสองเลนสวนเป็นต้น แม้เส้นทางจะมีทางเขาสูงชันและคดเคี้ยว กำลังเครื่องให้ความต่อเนื่องไม่ขาดตอนให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครเลยทีเดียว การเก็บเสียงเป็นจุดเด่นด้วยการใช้กระจกหน้าแบบลดเสียงรบกวนจากภายนอก Noise-reducing acoustic glass รวมถึงการบุฉนวนกันเสียงที่หนาขึ้นรอบคัน ยอมรับเลยครับว่าเงียบจริงๆ ไม่ว่าจะช่วงความเร็วกลางๆ จนถึงความเร็วสูงๆ แม้จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์เล็ดลอดมาบ้าง แต่สามารถเติมเต็มความเป็นส่วนตัวตลอดการเดินทางได้อย่างดียิ่ง สำหรับรอบการทำงานของเครื่องในช่วงความเร็ว 90-120 กม./ชม. มีให้ดูดังนี้

รอบการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 2.3 ลิตร ใน Nissan Terra 2.3 VL 4x4

Nissan Terra

 

Nissan Terra

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ถึงแม้จะลูกเดียวกับลูกเดียวกับกระบะ Nissan Navara D23 การตัดต่อกำลัง เรียกกำลังสำหรับขึ้น-ลงทางลาดชัน เร่งแซง ฉับไวและไม่กระตุก ไม่ว่าจะอยู่ในในโหมดเกียร์ D หรือ Manual Mode +/- ให้ความสนุกไม่แพ้กันเลยทีเดียว ยิ่งช่วงทางลงลาดชันได้ลองใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC การทำงานจับอาการได้ดีกว่า ไม่กระตุก อาจมีหน่วงๆบ้างแต่ก็ดีกว่าตอนที่ติดตั้งในกระบะ Navara เสียด้วยซ้ำและระบบออกตัวบนทางลาดชัน หรือ HSA ก็ทำให้มั่นใจมากขึ้นในยามออกตัวบนทางชันสูงๆช่วยป้องกันการไถลลงอีกด้วย

Nissan Terra

อัตราสิ้นเปลืองกับ รถยนต์ PPV ค่ายนี้ใช้โปรแกรม Save Mode ทำได้ 13.42 กม./ลิตร จากระยะทางรวม 60.7 กม.จัดน้ำมันเต็มถังจากปั๊มแถวเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ 4.52 ลิตร ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. ตามสภาพการใช้งานจริง ส่วนการใช้งานในเมืองได้ตัวเลข 7.52 กม./ลิตร ด้านอัตราสิ้นเปลืองนอกเมืองทำตัวเลขอยู่ที่ 10.11 กม./ลิตร จากระยะทาง 429.3 กม. เส้นทาง กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี (ไทรโยค) และเติมเข้าไปเต็มถัง 42.43 ลิตร นับว่าเป็นตัวเลขสิ้นเปลืองทำได้น่าพอใจ (ตัวเลขสิ้นเปลืองจากโรงงาน เฉลี่ย 13.20 กม./ลิตร ในเมือง 10.75 กม./ลิตร นอกเมือง 15.38 กม./ลิตร)

ตารางแสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน Nissan Terra 2.3 VL 4x4

Nissan Terra

 

 Nissan Terra

ระบบช่วงล่างช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและด้านหลังแบบคอยล์สปริงแบบ Five-link พร้อมเหล็กกันโคลงหน้าและหลัง ถึงจะขับแบบทดสอบกลุ่มที่เชียงราย หรือยืมเดี่ยวมาขับไปจนถึงชายแดนไทย-พม่าที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรีต้องบอกเลยว่าระบบช่วงล่างเซ็ตมาได้ดีเยี่ยมให้ทั้งความนุ่มนวล ราบเรียบ ไม่กระด้าง ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ รวมถึงการเพิ่มยางรองตัวถังแบบซับแรง 10 จุด (ซ้าย-ขวาฝั่งละ 5 จุด) หวังให้ช่วยซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนและที่ขาดไม่ได้เลยกับระบบพวงมาลัยเป็นแบบพาวเวอร์ที่ใช้น้ำมันน้ำหนักพวงมาลัยอยู่ในระดับดี ไม่หนักเกินไป เหมาะกับพ่อบ้านแม่บ้านร่างเล็กที่ต้องขับรถไปรับลูกๆที่โรงเรียน

ระบบห้ามล้อของรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ค่าย Nissan เป็นเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกเป็นแบบครีบระบายความร้อน ขณะที่เบรกหลังเป็นดรัมเบรกพร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบช่วยเบรก (Brake Assist System: BA) ถึงจะกลายเป็นจุดด้อยในกลุ่มรถยนต์ระดับเดียวกัน เอาเข้าจริง ระยะการเหยียบเบรกเมือเหยียบแป้นเบรกไป 30 % ถือว่าสอบผ่านหยุดรถอย่างมั่นใจ

Nissan Terra

Nissan Terra

ถึงจะเป็นผู้เล่นรายสุดท้ายในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ PPV แต่อย่างน้อยได้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาเพื่อนคู่ใจใช้ในกิจกรรมสันทนาการ หรือเพื่อใช้งานประจำวัน ข้าวของที่ติดจากโรงงานถือว่าสมน้ำสมเนื้อ บนรูปร่างหน้าตาที่เรียบง่ายแม้จะไม่โดดเด่นแต่สามารถลบจุดด้อยได้ด้วยพลังดีเซลเทอร์โบคู่ 2.3 ลิตร ที่จัดจ้าน ว่องไว เร่งแซงแบบไม่เห็นรถข้างๆ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ที่ทำงานราบเรียบ (แต่ช่วงจังหวะลงเขาเพื่อใช้ลดเกียร์ลงเพื่อหวัง Engine Brake อาจออกอาการดื้อๆ)รวมถึงการเก็บเสียงและระบบช่วงล่างที่ทำผลงานได้ดี

ส่วนระบบสนับสนุนในการขับขี่ ทั้งระบบกล้องรอบคันและกระจกมองหลังอัจฉริยะมีประโยชน์ในการใช้งานพอสมควร(ทั้งๆที่น่าจะลงในจอสัมผัส Kenwood มากกว่า)ในค่าตัว เพียง 1,457,000 บาท ถ้าเลือกเหตุผลมากกว่าความรู้สึก Nissan Terra 2.3 VL 4X4 สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรื่องและขับทดสอบโดย นายเต้ย

ขอขอบคุณ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ความอนุเคราะห์รถยนต์ Nissan Terra 2.3 VL 4X4 มาทดสอบ

 

Nissan Terra

 

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ