Test Drive:รีวิว ทดลองขับ BMW 530e M Sport ซิ่งได้ สุภาพดี ของดีเพียบ

สารภาพตามตรงว่า ค่ายใบพัดสีฟ้าอย่าง BMW ถือเป็นรถยี่ห้อที่ผมอยากครอบครองมากที่สุดตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ด้วยการออกแบบที่ดูวัยรุ่น โดนใจเป็นอย่างมาก แต่ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่เคยได้ครอบครองเป็นเจ้าของสักคันเลย

BMW 530e M Sport รีวิว

โตมาถึงวัยกลางคน มีโอกาสได้ขับขี่รถมากมายหลายรุ่นจากการที่ได้เป็นนักข่าวสายยานยนต์ แต่สุดท้ายแล้วในใจก็ยังคงมี BMW เป้นตัวเลือกที่อยากเป็นเจ้าของอยู่เสมอ ยิ่งมีโอกาสได้ลองรุ่นที่เป็นระบบ PHEV ด้วยแล้ว ยิ่งอยากได้เป็นเจ้าของมากขึ้น

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

ก่อนหน้านี้ประมาณปี 2018 ได้มีโอกาสได้ทดลองขับ BMW 530e M Sport มาแล้ว 1 รอบ ก่อนที่ล่าสุดในปี 2021 ก็มีโอกาสได้ลองขับรถโฉมใหม่รุ่นเดิมแบบสั้น ๆ ถือเป็นรถที่ได้ลองขับแล้วติดใจมาก เลยหาโอกาสเพื่อได้เอามาลองขับเพื่อรีวิวกันอีกรอบ เอาแบบให้ละเอียดมากกว่าเดิม ซึ่งทางบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ก็ใจดี ได้ปล่อยรถรุ่นนี้มาให้ผมได้ทำการทดลองขับกันอีกครั้ง

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

แน่นอนครับ ก่อนเริ่มการเดินทาง เราต้องมาดูรายละเอียดของตัวรถก่อนว่ามีอะไรบ้าง โดยรุ่นที่ผมนำมาทดสอบรอบนี้ เป็นซี่รี่ย์ 5 รุ่นย่อย BMW 530e M Sport เป็นตัวบนสุดที่มาพร้อมรหัสตัว e ที่หมายถึงว่ารถคันนี้เป็นรถยนต์ในรูปแบบเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid หรือ PHEV เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ขนาด 2.0 ลิตร ผลิตกำลังได้ 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ผนวกกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดกำลัง 109 แรงม้า 265 นิวตันเมตร รวมกันแล้วได้กำลังสูงสุดที่ 292 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบ Sport Steptronic พร้อม Gearshift Paddles เคลมอัตราเร่ง 0-100 ไว้ที่ 5.9 วินาที มีระยะทางวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าได้สูงสุด 52 กิโลเมตร มีระบบ XtraBoost ที่มอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเสริมกำลังเครื่องยนต์สันดาปให้แรงยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้นไปอีก 30 kW (41 แรงม้า) ระบบขับเคลื่อนจะตอบสนองต่อความไวในการเหยียบคันเร่งเพิ่มมากขึ้น Top Speed ที่ 235 กม./ชม.

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

มิติของตัวรถนั้น ก็ถือว่าอลังการพอตัวครับ กับขนาด 4,963 / 1,868 / 1,483 มม. ถ้าให้เปรียบกับรถญี่ปุ่นก็ไซส์ประมาณ Honda Accord แหละ เพียงแต่ว่าจะยาวกว่าเล็กน้อยเท่านั้น น้ำหนักตัวก็อยู่ที่ประมาณ 1,770 กิโลกรัม

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

สิ่งโดดเด่นที่อยู่ใน BMW 530e M Sport นั้น มีทั้งระบบช่วงล่างแบบ Adaptive ที่จะปรับแดมเปอร์ให้เหมาะกับสภาพถนน, Adaptive Drive ที่ทำงานร่วมกับช่วงล่าง Adaptive เพื่อให้เสถียรภาพการทรงตัวทำได้ดีมากยิ่งขึ้น, ระบบปรับองศาของล้อหลังเพื่อการเข้าโค้งหรือเลี้ยว เพื่อให้การเลี้ยวหรือเข้าโค้งทำงานได้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น โดยถ้ารถวิ่งในความเร็วไม่เกินระดับ 60-80 กิโลเมตร / ชั่วโมง ล้อหลังจะหันในทางตรงข้ามกับล้อหน้า แต่ถ้าเกินกว่านั้น รถจะหันล้อไปทางเดียวกันกับล้อหน้า เพื่อลดอาการโคลงของตัวรถ เข้าโค้งได้ง่ายขึ้น

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

การตกแต่งภายนอกของ BMW 530e M Sport ที่เด่น ๆ นั้น จะมีทั้ง ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ปรับตามทิศทางหมุนของพวงมาลัย (Adaptive LED) พร้อมระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ, กระจกมองข้างตัดแสงอัตโนมัติ, ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า, ระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตู, ชุดตกแต่ง M Aerodynamic ใส่ล้อมาขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 245/40 R19 ที่ล้อหน้า และล้อหลังขนาด 275/35 R19 ใส่คาลิเปอร์เบรกดีไซน์ M Sport มาด้วย

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

ภายในของ BMW 530e M Sport โดดเด่นมาด้วยหลังคากระจกเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ที่ช่วยให้เพิ่มความโปร่งสบายให้คนขับ เบาะนั่งหนังแท้ Dakota, เบาะนั่งตอนหน้าสไตล์ Sport ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบจำตำแหน่งเฉพาะฝั่งคนขับ มีที่หนุนหลัง, พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M Sport คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec มีชุดหน้าจอ BMW Live Cockpit Professional ระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมฟังก์ชันสั่งงานระบบ iDrive ด้วยการเคลื่อนไหวมือ (BMW Gesture Control) แพคมาพร้อมระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon ส่วนหน้าจอข้อมูลการขับขี่ ใช้เป็นระบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

นอกจากนี้ BMW 530e M Sport ยังมาพร้อมระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) ที่ทำให้การเข้าสู่รถของเราทำได้ง่ายขึ้น โดยเมื่อเราเดินมาในระยะ 3 เมตร (กรณีที่มีกุญแจรีโมทอยู่ที่ตัว) รถจะทำการเปิดไฟ Welcome light และเปิดไฟภายในรถให้เองอัตโนมัติ และเมื่อถึงระยะ 1.5 เมตร รถจะทำการปลดล็อกให้อัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังรองรับการใช้งาน BMW Digital Key ซึ่งเปลี่ยนให้ iPhone กลายเป็นเหมือนกุญแจรถ สามารถล็อกและปลดล็อกรถได้โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะสั้นแบบ NFC (Near Field Communication) โดยรองรับผู้ใช้ได้สูงสุดถึง 5 คน แต่รอบนี้ไม่ได้ลองนะ ไม่อยากวุ่นวายในการปลดล๊อกให้เขาอีก

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

ส่วนระบบความปลอดภัยและช่วยขับขี่ ขึ้นชื่อว่า BMW แล้ว ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะใส่มาน้อย โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

  • ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชัน Stop&Go (Active cruise control with Stop&Go function)
  • ระบบช่วยการขับขี่  (Driving Assistant)
  • ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant)  
  • ระบบ Teleservices  
  • ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call)  
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่  (DSC)  
  • ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC)  
  • ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS)  
  • ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ (Brake Assist) 
  • ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Dynamic Braking Lights)   
  • ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC)
  • เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor)    
  • ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection)   
  • ระบบ Active Protection  
  • เซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง
  • กล้องแสดงภาพด้านหลัง  

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

ข้อมูลเบื้องต้นของตัวรถก็พอประมาณแล้ว เรามาเริ่มการขับขี่ BMW 530e M Sport กันเลยดีกว่า เอากันเรื่องท่าทางการขับก่อน ถ้ามองภาพคร่าว ๆ ของรถในตระกูล Series 5 อาจจะมองว่าเป็นรถหรู นั่งสบาย เอาใจนายที่นั่งด้านหลังอย่างเต็มที่ ต้องบอกเลยว่า ใช่ครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะท่าทางในการขับของรถคันนี้นั้น ออกไปแนวสปอร์ตเอาใจวัยรุ่นได้อยู่เหมือนกัน ด้วยท่าทางการขับที่จะออกแนวไปในทางนอนขับมากกว่าตัวเก่า เลยทำให้สนุกในการขับขี่ได้มากขึ้น ตัวเบาะมีปีกขนาดใหญ่เอาไว้โอบเอวให้เรากระชับอยู่กับตัวเบาะได้ดีมากขึ้นยามที่ต้องเข้าโค้งแรง แต่ผมตัวใหญ่ไปหน่อย แอบไม่ชอบที่มันโอบกระชับนี่แหล่ะ อึดอัดไปหน่อยเวลานั่งขับนาน ๆ แต่ตอนขึ้น-ลงรถนั้นไม่ต้องห่วงนะ เพราะทุกครั้งที่เครื่องยนต์ดับ รถมันจะยกพวงมาลัยขึ้น พร้อมกับถอยหลังเบาะออกมา ทำให้เราเข้า-ออกรถได้สะดวกมากขึ้นแน่นอน

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

พูดถึงเรื่องเครื่องยนต์ดับแล้ว ขอบ่นเรื่องนึงหน่อยได้มั้ย เพราะทุกครั้งที่ผมเปิดประตูลงจากรถเมื่อไหร่ รถจะต้องเครื่องดับทุกครั้งเลย ทั้งที่ยังมีเด็กน้อยตาดำ ๆ นั่งอยู่ในรถก็ตาม จะลงไปทำอะไรแปปเดียวก็ไม่ได้ อย่างจะลงไปกดเงิน, ลงไปซื้อน้ำ. ลงไปซื้อผลไม้ โน่นนี่นั่น พวกจะดับเครื่องท่าเดียวเลย เข้าใจนะครับว่ามันคือระบบ Safety ของรถ ผมไม่รู้ว่ามันปิดได้หรือเปล่า แต่พยายามหา และเจอเมนูที่คิดว่ามันจะปิดได้ แต่มันก็ไม่ปิด ทุกครั้งที่จะเปิดประตูเพื่อลงจากรถ ก็ยังดับเครื่องยนต์ทุกครั้งไป น่ารำคาญมาก

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

เข้ามาสู่เรื่องของเครื่องยนต์หน่อย หายห่วงครับ รอบก่อนเคยขับลองได้อารมณ์แบบไหน ก็สนุกแบบนั้นเลย กดคันเร่งเรียกเป็นมา ยิ่งตอนมีไฟฟ้าอยู่ยิ่งสนุก ต้นก็มี กลางก็มา ปลายก็ไหล แน่นอนว่ากำลังทั้งจากเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้ารวมกันได้มากถึง 292 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ถ้ามาดูแรงบิดที่ใช้ในตอนออกตัวของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่ต้องรอรอบ ก็ปาเข้าไป 265 นิวตันเมตรแล้ว ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องการออกตัวว่าจะไม่ทันใจ เอาเป็นว่า รูปร่างดูเหมือนสุภาพบุรุษขั้นภูมิฐานก็จริง แต่ใจยังเป็นวัยรุ่นใจร้อนอยู่เลย ดังนั้นถ้าใครใช้งานรถรุ่นนี้แล้วห่วงว่าจะวิ่งไม่สนุกเหมือนพวกซี่รี่ย์ 3 คิดใหม่ได้เลยครับ ตัวนี้สนุกไม่แพ้ใครในเรื่องกำลังของเครื่องยนต์

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

สำหรับช่วงล่างของ BMW 530e M Sport ที่เป็นแบบระบบ Adaptive  ที่จะช่วยปรับความนุ่ม-แข็งให้ตามสภาพถนน ถามว่ารู้จากอะไร เบื้องต้นระบบจะรับรู้จากแผนที่ของตัวรถ ที่จะระบุเอาไว้ว่าถนนที่วิ่งอยู่นี้เป็นแบบไหน ถ้าทางเรียบแบบถนนปูน, ถนนยางมะตอย ก็จะเป็นแบบหนึ่ง หรือถ้าเป็นทางลูกรัง ก็ตะเป็นอีกแบบหนึ่ง หรือเส้นทางนั้นมีทางคดเคี้ยวเยอะ รถก็จะปรับช่วงล่างรองรับการเข้าโค้งให้ดีมากขึ้น ประมาณนี้ ต่อมาก็คือการปรับที่หน้างานจริง ถ้ารถรับแรงสะเทือนจากถนนได้มากกว่าปกติ ก็จะปรับเพื่อให้รถซับแรงกระแทกได้มากกว่าเดิม นี่คือความเทพของช่วงล่างแบบ Adaptive แต่ถ้ามองกันจริง ๆ ผมว่ามันก็ยังออกไปทาง “แข็ง” นิดนึงอยู่ดี แต่ถ้าเทียบกับตัวเก่าที่ผมได้เทสมาก่อนหน้านี้ ตัวนี้นุ่มมากขึ้นประมาณหนึ่งเลยครับ

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

ความเทพอีกอย่างของ BMW 530e M Sport นั่นคือระบบล้อหลังที่สามารถหันได้ตามการหมุนของล้อหน้า เพื่อให้รถนั้นทรงตัวได้ดีกว่าเดิม ดยถ้ารถวิ่งในความเร็วไม่เกินระดับ 60-80 กิโลเมตร / ชั่วโมง ล้อหลังจะหันในทางตรงข้ามกับล้อหน้า แต่ถ้าเกินกว่านั้น รถจะหันล้อไปทางเดียวกันกับล้อหน้า เพื่อลดอาการโคลงของตัวรถ เข้าโค้งได้ง่ายขึ้น ซึ่งหลังจากการใช้งานก็ต้องบอกว่า “หืม โคตรเทพ” ระบบนี้ช่วยให้เราขับรถคันใหญ่ให้กลายเป็นขนาด City car ได้เลย เพราะการเข้าโค้งกระชับทุกโค้ง หมุนมุดช่องต่าง ๆ ช่วงรถหนาแน่นก็ทำได้อย่างใจสั่ง ดีจนลืมไปว่าขนาดของตัวรถก็ไม่ได้เล็กเลย แถมยังได้พวงมาลัยที่แสนคใ หันปั๊บรถก็ไปปุ๊บ ด้วยน้ำหนักที่กำลังดี ไม่ถึงกับเบาแต่ก็ไม่หนักจนแขนล้า เรียกได้ว่าใครมาท้ามุดแข่งกันแถวเส้นรามอินทรา ก็พร้อมท้ามุดกันได้กับรถทุกขนาดเลยครับ ส่วนเวลาขับเร็วสูง ช่วงเกิน 100 กม./ชม. ขึ้นไป (ไม่อยากบอกว่าระดับ 160 เดี๋ยวจะโดนด่าอีก) รถนิ่งประดุจเป็นพรมอาลาดิน ที่ล่องลอยไปตามท้องฟ้าอันแสนกว้างใหญ่ บินไปหาเจ้าหญิงจัสมิน นิ่งมาก และเงียบที่สุด เอาเป้นว่าถ้าใครเจอรถรุ่นนี้แล้วเห็นเขาขับเร็วมาก ไม่ต้องแอบด่าเขาก้ได้ครับ เพราะเขาอาจจะเผลอขับเพลินไปหน่อย นึกว่าตัวเองขับแค่ร้อยเดียวอยู่

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

ระบบความปลอดภัยที่ให้มานั้น ก็ถือว่าเยอะตามสไตล์รถหรูอยู่แล้วครับ ใส่มาเต็มพิกัดเท่าที่เทคโนโลยีของตัวเองจะมีอยู่ โดยเฉพาะระบบช่วยการขับขี่ (Driving Assistant) ที่จะมีหลากหลายระบบรวมอยู่ในนั้น สามารถเปิด-ปิดได้ง่ายภายในปุ่มเดียว ที่เป็นรูปรถถูกล้อมด้วยวงกลมสีเขียวกลางคอนโซล ถ้าไฟติดเมื่อไหร่แสดงว่าระบบนี้กำลังทำงานอยู่ โดยในระบบนี้จะมีทั้ง ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมตรวจจับคนเดินถนน Forward-Collision Warning with Pedestrian Detection, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนความเร็วต่ำ Low-Speed Automatic Emergency Braking, ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน Lane-Departure Warning, ระบบเตือนมุมบอดด้านข้าง Blind-Spot Warning, ระบบเตือนเมื่อรถวิ่งตัดหลงตอนถอยหลัง Rear Cross-Traffic Warning เป็นต้น โดยระบบเหล่านี้จะช่วยให้เราขับรถได้อย่างปลอดภัยและสบายมากขึ้น ซึ่งโดยรวมแล้วก็ทำงานได้อย่างดีครับ โดยเฉพาะระบบช่วยรถให้อยู่ในเลน ที่พวงมาลัยจะดึงกลับอัตโนมัติเมื่อเราจะออกนอกเลน ด้วยน้ำหนักที่หนักมือเอาเรื่องเหมือนกัน ช่วยได้เยอะนะ แต่บางจังหวะมันก็ทำเอาเราเหวอได้เหมือนกัน อย่างช่วงกำลังจะเอียงหลบรถบรรทุกด้านข้างที่เบี่ยงมาทางเรา แต่เราดันไปทับเส้นทำให้ระบบดึงกลับ ก็เสียวจะซัดข้างรถบรรทุกได้เหมือนกัน

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

แต่ระบบหนึ่งที่ได้ลองใช้แล้วไม่โอเค แถมยังสร้างความหวาดเสียวได้ตลอดเส้นทาง ก็คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชัน Stop&Go (Active cruise control with Stop&Go function) ที่มีบางจังหวะเหมือนจะทำงานได้ไม่ดีพอ พวกจะพุ่งกินท้ายข้างหน้าอย่างเดียวเลย ไม่แน่ใจว่าเป็นเฉพาะคันนี้ หรือว่าระบบมันทำงานแบบนี้ หลัง ๆ เสียวจะไปชนท้ายเขาเลยเลิกใช้งานไปเลย ไม่อยากเสี่ยง

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

อีกระบบหนึ่งที่ตอนแรกก็เหวอในการใช้งานอยู่เหมือนกัน ก็คือระบบพับกระจกมองข้างด้านซ้ายลงเพื่อส่องลงพื้นตอนถอยหลัง คือมันหันลงจนมองไม่เห็นด้านข้างเลยไง เห็นพื้นเยอะมาก เยอะเกินไป ตอนแรกไม่รู้ว่ามันทำยังไงให้มันปรับกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิมได้ เลยงก ๆ เงิ่น ๆ ถอยหลังไปเรื่อย เอากล้องมองรอบคัน 360 องศามาช่วยก็ไม่ถนัด ผ่านไปพักลองกดปุ่มตรงปรับกระจกมองข้าง มันก็พับกลับมาอยู่ที่ตำแหน่งเดิมเอง เฮ้อ ตำแหน่งนี้แหล่ะดีแล้ว จะมีบ้างที่เอาระบบนี้มาใช้ก็ตอนช่วงต้องการเห็นว่าจอดห่างเส้นจอดขนาดไหนก็เท่านั้นเอง

มาว่ากันเรื่องอัตราเร่ง 0-100 กันดีกว่า เช่นเคยครับกับการทดสอบบนแอพ iBolid 0-100 บนเครื่อง iPhone 11 สภาพนางมาร ทดสอบรวมทั้งสิ้น 3 รอบ ได้เวลาออกมาดังนี้ครับ

ครั้งที่ 1 - 6.20 วินาที

ครั้งที่ 2 - 6.04 วินาที

ครั้งที่ 3 - 6.00 วินาที

เฉลี่ย - 6.08 วินาที

ว้างเลยครับ หลังจากได้ทำการทดสอบรอบนี้ ครั้งก่อนได้หกกลางก็ว่าว้าวแล้ว รอบนี้ดีกว่าเดิมอีก ก็ต้องชมว่าการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า + เครื่องยนต์อันทรงพลัง สามารถลากรถน้ำหนักเกือบ 2 ตันวิ่งทำอัตราเร่งได้ขนาดนี้ถือว่าเยี่ยมแล้ว เอาเป็นว่าถ้าไม่เจอรถสปอร์ตตัวแรงจริง ๆ ออกตัวช่วงไฟเขียวก็หาตัวจับยากอยู่เหมือนกันนะ

BMW 530e M Sport รีวิว

มาว่ากันต่อในเรื่องอัตราประหยัด รอบนี้ผมทดสอบทั้งวิ่งนอกเมืองกับในเมือง ใครที่ติดตามอ่านหรือดูรีวิวรถใหม่ของผมผ่านทาง YouTube ก็น่าจะรู้อยุ่แล้วว่ารูปแบบการทดสอบของผมเป็นอย่างไร เรามาเริ่มกันที่ในเมืองกันก่อนเลย รอบนี้ขับไปรวม 273 กิโลเมตร ใช้ความเร็วเฉลี่ย 29 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้อัตราความประหยัดอออกมาที่ 9.7 กิโลเมตร/ลิตร ถ้ามองเป็นเครื่องยนต์อย่างเดียวก็ถือว่าไม่เลวร้ายอะไร แต่ถ้ามองว่ารถคันนี้เป็นระบบ Hybrid แต่ได้ตัวเลขออกมาแค่นี้ ก็ถือว่าน่าผิดหวังพอตัว แต่ก็ต้องอธิบายอย่างนี้ครับ ว่าการ Setting ของทางบีเอ็มดับเบิ้ลยูในทุกรุ่นที่เป็นระบบ PHEV เขาจะไม่ได้เน้นเรื่องความประหยัดเป็นสำคัญ แต่จะเน้นเรื่อง Performance เป็นหลัก เราจึงได้ความสนุกในยามขับขี่เสียมากกว่า ก็ต้องเข้าใจแหล่ะครับว่าคนที่ขับรถในราคาระดับนี้ คงไม่มานั่งเป็นกังวลเรื่องความประหยัดกันแล้วมั้ง

BMW 530e M Sport รีวิว

มาต่อการวิ่งนอกเมืองบ้าง รอบนี้ทดสอบวิ่งยาว ๆ ไปต่างจังหวัด ในระยะทาง 202 กิโลเมตร ด้วยความเร็วเฉลี่ย 67.8 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ตัวเลขออกมาที่ 13.7 กิโลเมตร/ลิตร กินพอ ๆ กับรถ PPV เครื่องยนต์ดีเซลที่เคยเทสมาเลย ถามว่ากินเยอะไหมในการเป็นรถ Hybrid ก็ต้องบอกว่าเยอะไปหน่อย แต่ถ้าถามเหตุผล ก็กรุณากลับไปอ่านที่พารากราฟก่อนหน้านี้ละกัน

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport รีวิว

สรุปโดยรวมในการทดสอบรอบนี้ ขยำรวมความชอบและไม่ชอบออกมาได้ดังนี้ครับ

ชอบ

  • ช่วงล่างดีงามระดับเทพ ไม่ถึงกับนุ่มที่สุดแต่ก็ดีขึ้นกว่าตัวเดิม แต่ความนิ่งนี่ไม่แพ้ใคร เข้าโค้งดี I Love You 3000
  • เครื่องยนต์ขับมันชิบเป๋ง แตะเป็นมา ไม่รอนาน
  • รถหรูแต่ดูเอาใจวัยรุ่นไม่น้อย ทั้งท่าขับ พวงมาลัยคม ขับแล้วลืมตัวเองว่าวัยกลางคนแล้ว เผลอมุดเป็นรถ City Car เลย
  • ระบบเก็บเสียงดีงามพระราม 1

ไม่ชอบ

  • ระบบ Adaptive Cruise Control ที่ใช้งานแล้วเสียวจะไปทิ่มท้ายชาวบ้าน
  • ดับเครื่องเก่งเกิน คนขับเปิดประตูปั๊บ ดับเครื่องเองตลอด

BMW 530e M Sport รีวิว

BMW 530e M Sport เปิดราคาขายมาเบา ๆ ที่ 3,739,000 บาท โดยราคานี้รวมค่า BSI แบบ Standard แล้ว (ใครจะซื้อไม่มี BSI) เอาจริงนะ ถ้าผมกำเงินอยู่ในมือสัก 15 ล้าน ผมว่าผมได้ควักเงินซื้อรถคันนี้แหงเลย มันเป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้บริการครอบครัว, บริการตัวเองด้วยการหาคนขับรถมาขับให้, ขับแบบมัน ๆ กดเต็มทีน สนองความเป็นวันรุ่นที่แอบซ่อนอยู่บนมุมมืดของตัวเอง ทำได้หมดเลย แต่ก็อย่างว่า พอมองเงินในกระเป๋าตังตัวเองพร้อมใบแจ้งหนี้ที่ส่งมาทุกเดือน ก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วบอกกับตัวเองทุกวันว่า “งวดนี้เลขอะไรดีว้า”

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ