Test Drive : รีวิว ทดลองขับ BMW X5 xDrive30d M Sport เอสยูวีพรีเมี่ยมพลังดีเซล หล่อขั้นเทพ เท่ขั้นสุด

กว่า 20 ปี ที่ BMW เปิดตลาดรถยนต์อเนกประสงค์เป็นครั้งแรก SAV (Sports Activity Vehicle) ทำให้สาวกทั่วโลกเปิดใจ เปิดรับกับยานยนต์รูปแบบใหม่ที่ค่ายรถยนต์รายนี้ไม่เคยทำตลาดมาก่อน เพราะจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะเด่นชัด และเทคโนโลยีล้ำหน้าทำให้มีผลตอบรับดีและสร้างยอดขายสะสมทั่วโลกมากว่า 2.2 ล้านคัน และเป็นต้นแบบให้กับรุ่นอื่นๆในตระกูล X Series ได้เจริญรอยตาม นั่นคือ BMW X5

BMW X5

ปัจจุบัน BMW X5 ได้ทำตลาดมาถึง X5 เจเนอเรชั่นที่ 4 (รหัส G05) โดยเปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางปี 2018 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยช่วงปลายปีเดียวกัน โดยมีจำหน่ายถึง 2 รุ่น ทั้งรุ่น X5 xDrive45e M Sport และรุ่น X5 xDrive30d M Sport (คันที่นำมารีวิวทดลองขับ) หล่อเท่กว่ารุ่นเดิมด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีผิวอลูมิเนียมแบบด้าน มาพร้อมไฟหน้าแบบ Adaptive LED headlights ทรงกลม 2 จุด ที่ให้ความสว่างในยามค่ำคืนสามารถปรับโคมไฟตามทิศทางการหมุนของพวงมาลัยและปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ High-Beam Assistant อยู่ในโคมเดียวกัน แม้แต่ยามค่ำคืนที่เส้นทางเปลี่ยวไร้แสงไฟ มีไฟ DRL แบบ LED เป็นเส้นแนวตามกรอบของไฟหน้า ชุดแต่ง M Aerodynamics กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ 3 ช่อง ไฟตัดหมอกทรงแนวนอนแบบ LED ปรับลุคส์ให้ดูสปอร์ตขึ้น

BMW X5

ด้านข้างสปอร์ตด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics เข้ากันดีทั้ง สเกริ์ตข้างดีไซน์สปอร์ต พร้อมขอบหน้าต่างสีดำเงา และราวหลังคาตกแต่งด้วยสีดำเงา หลังคารถนอกจากจะมีเสาอากาศแบบครีบฉลามแล้ว ยังมีหลังคากระจก Panorama Sky Lounge บานใหญ่ที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิด หรือ ยกขึ้นด้วยระบบไฟฟ้า มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเก่า 30% กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวสีเดียวกับตัวรถ ปรับ-พับได้ด้วยระบบไฟฟ้าและเลนส์สามารถปรับมุมได้เมื่อต้องเข้าเกียร์ถอยหลัง อำนวยความสะดวกยามค่ำคืนด้วยไฟส่องบริเวณพื้นที่ด้านหน้าประตู Welcome Light Carpet เมื่อก้าวขึ้นและก้าวลงจากรถ คิ้วขอบล้อสีเดียวกับตัวรถพร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 22 นิ้ว ลาย Double-spoke 698 M สีทูโทนเงินดำ ชุดล้อหน้าขนาด 9.5JX22 พร้อมยาง 275/35 R22 และ ชุดล้อหลังขนาด 10.5JX22 พร้อมยาง 315/30 R22 โดยยางหน้าและหลังใช้ของค่าย Continental Premium Contact 6 จุดเด่นอีกอย่างที่ซ่อนหลังล้อ นั่นคือดิสก์เบรกแบบมีคาลิปเปอร์ M Sport สีน้ำเงิน

BMW X5

ไฟท้าย LED พร้อมไฟตัดหมอกหลัง กันชนหลัง แบบ M Aerodynamics ดีไซน์เฉพาะกับ diffuser หรือลิ้นเสริมกันชนหลังพร้อมท่อไอเสียสองฝั่งเพิ่มความสปอร์ตอีกระดับ จอดรถอย่างมั่นใจด้วยเซนเซอร์ควบคุมการจอดรถทั้งหน้า-หลังโดยทำงานร่วมกับกล้องรอบคัน และที่ขาดไม่ได้เลยคือ สัญลักษณ์ M ที่ด้านข้างตัวรถเพื่อบ่งบอกว่ารถคันนี้ ตกแต่งสปอร์ตจากโรงงงานอย่างสมบูรณ์แบบ

เอสยูวีหรูจากเมืองมิวนิกใช้พื้นฐานแพลตฟอร์ม CLAR platform พร้อมมิติตัวรถที่ใหญ่กว่าเดิมตั้งแต่ความยาว 4,922 มม. ความกว้าง 2,004 มม. ความสูง 1,745 มม. ฐานล้อ 2,975 มม. น้ำหนักรถ 2,260 กก. และความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร เมื่อเทียบกับเจนที่แล้วรหัส F15 พบว่าใหญ่กว่าทุกมิติ โดยความยาวมากกว่าเดิม 36 มม. ความกว้างมากกว่าเดิม 66 มม. ความสูงมากกว่าเดิม 19 มม. และฐานล้อยาวกว่าเดิม 42 มม.

BMW X5
BMW X5
BMW X5

ภายในหรูสปอร์ต 5 ที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ Vernasca เบาะคู่หน้าสามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้าและระบบความจำเฉพาะคนขับ ตัวเบาะของรุ่นนี้ออกแบบทรงสปอร์ตแต่ให้ความสบายผสมกับระบบหนุนหลังปรับไฟฟ้าเพื่อผ่อนคลายลดความอึดอัดเมื่อยล้าอีกในยามเดินทางใกล้-ไกล เบาะหลังพับได้แบบ 40 : 20 : 40 รองรับปริมาตรการบรรจุของตั้งแต่ 650 ลิตรถึง 1,870 ลิตร โดยสีของเบาะนั่งแตกต่างตามสีภายนอกตัวรถ อย่างคันที่นำมาทดลองขับ สีภายนอกเป็นสีเทา Arctic Grey Brilliant Effect ภายในใช้โทนสีดำ นอกจากนี้ วัสดุหนังแท้ยังบุตามส่วนอื่นๆภายในรถไม่ว่าจะเป็น ที่วางแขนบริเวณคอนโซลกลางบางส่วนของแผงประตู รวมถึงบนแผงคอนโซลหน้า

หนุ่มๆที่ต้องแบกอุปกรณ์กอล์ฟ หรือสาวนักช็อปที่ซื้อของลดราคาเป็นประจำ สบายหายห่วงด้วยฝากระโปรงท้ายเปิดแบบ 2 ส่วน ในสัดส่วน 80:20 เพื่อให้สะดวกต่อการขนย้ายสัมภาระ ซึ่งสามารถเปิดปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบ Comfort access แค่แกว่งปลายเท้าไปที่ใต้กันชนหลังด้านซ้ายเซนเซอร์คอยจับสัญญาณการแหย่ปลายเท้าไว้ เพียงแต่ว่าขอให้ตัวกุญแจรีโมทอยู่กับตัว ฝากระโปรงท้ายจะเปิดด้วยระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ประตูรถยังมีระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตู (Soft-close function for doors) หรือภาษาบ้านๆนั่นคือ ประตูสุญญากาศ 

BMW X5
BMW X5

ดีไซน์คอนโซลหน้ามีความคล้ายเก๋งรุ่นน้อง BMW 3 Series (รหัส G20) ลงตัวด้วยวัสดุหนังผสมกับลายไม้คุณภาพสีน้ำตาลเงา Fineline Stripe มาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Control Display ได้รับการออกแบบทั้งกราฟฟิคและดีไซน์แสดงข้อมูลที่อ่านง่าย ชัดเจนและยังเข้าถึงอารมณ์ด้วยกราฟฟิกหน้าจอแบ่งได้สามรูปแบบตามการขับขี่ ทั้งโหมด Comfort, ECO PRO, Sport และ Adaptive ข้างบนแผงคอนโซลหน้ามีหลุมลึกๆซึ่งมันคือจอแสดงผลเหนือคอนโซล หรือ BMW Head-Up Display เจเนอเรชั่นล่าสุด ขนาด 7x3.5 นิ้ว สามารถแสดงภาพกราฟฟิคสามมิติได้ ขณะที่ระบบควบคุมผ่าน iDrive, ระบบสั่งงานด้วยการใช้นิ้วมือเคลื่อนไหว BMW Gesture Control และระบบจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว Control Display ทางเลือกที่สุดแห่งความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่

BMW X5
BMW X5

ระบบ BMW ConnectedDrive มอบบริการการเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัดระหว่างยานยนต์และผู้ขับขี่ พร้อมลำโพงคุณภาพจาก Harman Kardon รอบทิศทาง 16 จุด กำลังขับ 464 วัตต์ ที่ยังให้เสียงฟังชัดไพเราะเช่นเดิม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านแบบ M Sport พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift พร้อมสวิตช์ควบคุมการทำงานทั้ง ระบบล็อความเร็ว Cruise Control และสวิตช์ควบคุมการทำงานเครื่องเสียง เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอุณหภูมิแบบ four-zone climate control ( 4 จุด ประกอบด้วย ด้านคนขับ,คนนั่ง, ด้านหลังขวาและด้านหลังซ้าย) งานนี้ไม่ต้องมาแย่งความร้อน-เย็นอีกต่อไป เบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่น Automatic Hold กันร้อนกันแสงแดดได้อย่างเต็มารูปแบบด้วย ม่านบังแดดประตูคู่หลัง และถ้าสมาร์ทโฟนของคุณแบตเริ่มจะหมด มีระบบชาร์จไร้สายแบบ Wireless Charging และยังสามารถเชื่อมต่อเข้าระบบความบันเทิงในรถได้ด้วยเช่นกัน ถ้าจะสนทนายังมีระบบแฮนด์ฟรีที่ให้คุณภาพเสียงชัดเจน

ไฟเพิ่มบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Ambient Lighting กลายเป็นของเล่นที่รถยนต์ยุโรปต้องมีกันทุกค่าย สำหรับ BMW X5 xDrive30d M Sport มีให้เช่นกันโดย เลือกสีตามต้องการได้ถึง 6 สี ทั้งสีขาว, สีฟ้า, สีส้ม, สีบรอนซ์, สีม่วงอ่อนและสีเขียว ถือว่าระหว่างเดินทางยามค่ำคืนสามารถสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองอย่างสุนทรีย์เต็มอารมณ์และนอกจากนี้ยังมี สคัพเพลตโลโก้ M บ่งบอกความเท่ แรงเร้าใจ

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ใช้กันทุกรุ่นของ BMW นั่นคือ กุญแจรีโมทขนาดใหญ่ แบบ Display Key สามารถการสั่งการทำงานของระบบปรับอากาศในรถ ตัวกุญแจมีการแสดงผลผ่านหน้าจอสีแบบระบบสัมผัส แสดงสถานะต่างๆ ของรถ อย่างระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้ ล็อค/ปลดล็อค รวมถึงข้อมูลที่สำคัญอื่นๆ โดยมีระยะในการทำงานที่สามารถควบคุมสั่งการได้เต็มระบบอยู่ที่ไม่เกิน 30 เมตร แต่ตัวกุญแจรีโมทมีการใช้งานคล้ายกับสมาร์ทโฟน ตรงที่มันมีแบตอยู่ในนั้นและถ้าใช้งานจนหมด สามารถชาร์จด้วยเครื่องชาร์จไร้สายที่ติดตั้งมากับรถหรือเสียบ USB ปกติได้เช่นกัน

BMW X5
BMW X5

เอสยูวีหรูไซส์กลางเกือบใหญ่คันนี้ มีขุมพลังให้เลือกถึง 2 ขนาดในตระกูล TwinPower Turbo นอกจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Plug-In Hybrid 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังรวมสูงสุด 394 แรงม้า แล้วยังมีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร ภายใต้รหัส รหัส B57D30A ระยะชัก/ขนาดกระบอกสูบ 90.0/84.0 มม. อัตราส่วนการอัด ( : 1) 16.5 ให้กำลังสูงถึง 265 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 620 นิวตันเมตรที่ 2,000-2,500 รอบ/นาที ปล่อย CO2 ที่ 183 กรัมต่อกิโลเมตร ผ่านมาตรฐาน EURO 4 ทำงานเชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic โหมดการขับขี่เลือกตามใจชอบถึง 4 โหมดทั้ง Comfort, ECO PRO, Sport และ Adaptive

BMW X5

ว่าไปแล้วขุมพลังดีเซล 3 ลิตร 6 สูบแถวเรียง 265 แรงม้า วางอยู่ในหลายๆรุ่นของค่ายตั้งแต่รุ่น X6, 6 Series GT, 7 Series จนมาถึง X5 คันนี้ มีความแตกต่างจากครั้งก่อนที่ขับ 7 Series เครื่องยนต์ดีเซล ถึงร่างหนัก 2 ตันต้นๆ แต่ยังเน้นความนิ่งสุขุมแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจว่องไวออกตัวอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วกว่า แต่ให้ความน่าเกรงขามในยามเร่งแซงอย่างทันอกทันใจ สำหรับรอบการทำงานของเครื่องในช่วงความเร็ว 90-120 กม./ชม.ทำผลงานสูงสุดไม่ถึง 1,600 รอบ/นาที ด้วยรอบตั้งแต่ 1,150 1,250 1,450 และ 1,550 รอบ/นาที เสียงเครื่องยนต์ด้วยการบุวัสดุซับเสียงอย่างดี ทำให้มีเสียงเครื่องยนต์คำรามเล็กน้อย ทัศนวิสัยของรถยนต์รุ่นนี้ ด้วยการเป็นรถทรงสูงทำให้การมองเห็นชัดเจนขึ้น

BMW X5

ระบบเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 สปีด ทำงานแม่นยำในการเข้าเกียร์แต่ละช่วง ถ้าอยากสะใจมี Paddle Shift เหนี่ยวไก 2 ข้างหลังพวงมาลัยและมีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้งแบบ Eco Pro, Comfort, Sport และ Adaptive ลุยได้ตามใจสั่งด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive แบบ AWD พัฒนากำลังขับเคลื่อนและควบคุมการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยการถ่ายแรงขับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลระหว่างล้อหลังทั้งสองข้าง ที่ครั้งนี้พัฒนาระบบได้อย่างแม่นยำ ถึงเส้นทางที่ขับออฟโรดเป็นส้นทางเล็กๆ ทางขุรขระที่พอไปได้ยังให้ความมั่นใจในการขับขี่อย่างเต็มรูปแบบ

BMW X5

ถึงเวอร์ชั่นไทยจะไม่ได้ช่วงล่างแบบเดียวกับ 7 Series นั่นคือ Adaptive 2-axle Air Suspension หรือช่วงล่างถุงลมนั่นเองโดยสามารถปรับระดับสูง-ต่ำของตัวรถได้อัตโนมัติ หรือจะปรับตามใจคนขับได้เช่นกันโดยหลักการทำงานจะใช้พลังจากแบตเตอรี่อัดลมเข้าไปที่ถังลมและยังปรับระดับของตัวรถให้มีความสมดุลคงที่ไม่ว่าจะจอดรถหรือเคลื่อนที่ก็ตาม แต่ได้ช่วงล่างแบบ Adaptive M ประกอบด้วยด้านหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบนหรือ ปีกนกคู่สองชั้น ทำจากวัสดุ aluminium และด้านหลังแบบคอยล์สปริง 5 จุด หรือ Five-link ทำจากวัสดุเหล็กที่น้ำหนักเบาและมีช็อกอัพธรรมดา ทั้ง 4 ด้าน การปรับเซ็ตช่วงล่างยังให้ความไว้วางใจตลอดเส้นทางเน้นความหนึบแบบสปอร์ตแต่ยังมีความนุ่มนวลแฝงอยู่บ้างและไม่ว่าจะเส้นทางจะเป็นแบบไหนเชื่อใจได้ในเรื่องการเกาะถนนแม่นยำอย่างไม่ต้องสงสัยด้วยระบบควบคุมการขับขี่ขณะเข้าโค้ง (Performance Control)

BMW X5

พร้อมฟังก์ชั่นควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) ระบบควบคุมความเร็วขณะขึ้นทางลาดชัน Hill-Start Assisant และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control การควบคุมรถแบบเปลี่ยนเลนสามารถคุมได้ด้วยระบบไว พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าปรับน้ำหนักตามความเร็วขณะขับขี่ (Servotronic) น้ำหนักพวงมาลัยค่อนข้างเบา ขับสบาย ขับง่ายขึ้น ในทุกช่วงความเร็ว และการควบคุมคมทุกโค้ง และจะหนักขึ้นในความเร็วสูงๆ ด้านระบบเบรก ระยะการเหยียบเบรกเมือเหยียบแป้นเบรกไป 20 % ระบบทำงานหยุดได้อย่างฉับไว

BMW X5

เอาใจความสบายด้วย ฟังก์ชั่นใหม่ Reversing Assistant ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ขณะถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistant สามารถถอยออกจากบริเวณที่มีพื้นที่แคบ เช่น อาคารจอดรถ ทางเลี้ยวเข้า หรือทางตัน ได้อย่างง่ายดายแม้จะมีมุมมองที่จำกัด โดยจะจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่แคบได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้งานง่ายโดยกดปุ่ม Reversing Assistant ขณะจอดนิ่งที่เกียร์ P หลังจากนั้น รถยนต์จะถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด โดยใช้งานง่ายดายให้พวงมาลัยปรับทิศทางเองโดยอัตโนมัติ เพียงแค่ผู้ขับขี่มีหน้าที่แตะเบรกหรือคันเร่ง เท่านั้นเองนับเป็นความสบายอีกระดับสำหรับคนที่ถอยรถแล้วเผลอไปชนสิ่งกีดขวางรอบตัวรถจนเป็นรอย

BMW X5

ปิดท้ายด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจากโปรแกรม Save Mode ทำได้ 12.55 กม./ลิตร จากระยะทางรวม 6 กม.จัดน้ำมันเต็มถังจากปั๊มแถวเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ 4.78 ลิตร ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. ตามสภาพการใช้งานจริง โดยที่ได้ตัวเลขมาขนาดนี้เหมือนทุกครั้งที่ทดสอบรถยนต์ค่ายนี้นั่นคือ ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติแบบอัจฉริยะ Auto Start Stop จะดับเครื่องยนต์เฉพาะเมื่อรถหยุดการเคลื่อนที่ตามช่วงระยะเวลาประมาณ 3 นาที แต่ช่วงการทำงานนั้น บรรดาเครื่องปรับอากาศกับเครื่องเสียงยังทำงานตามปกติแต่ถ้าอุณหภูมิภายนอกมากกว่า 35 องศาขึ้นไประบบจะไม่ทำงาน ส่วนการใช้งานในเมืองได้ตัวเลขสิ้นเปลืองที่ 6.09 กม./ลิตร และนอกเมืองทำได้ 10.60 กม./ลิตร

BMW X5

เอสยูวีนำเข้า ยังสร้างความทันสมัยในด้านดีไซน์ที่คมแกร่งเข้มกว่า X5 รุ่นก่อนๆ พร้อมความหล่อสง่าภายใต้คความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics รวมถึงเสียงเพลงไพเราะจากค่าย Harman Kardon รอบทิศทาง 16 จุด ขุมพลัง 3.0 ลิตร 265 แรงม้า เรง สุขุม แบบไม่ต้องเรื่องมากและไม่ซับซ้อน ด้วยราคา 5,699,000 บาท (ราคาตัวรถรวมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) ถึงจะแพงกว่าคู่แข่งแต่ได้เครื่องยนต์ที่ทรงพลังกว่าถือว่าคุ้มค่าแล้ว

เรื่องและขับทดสอบโดย นายเต้ย

ขอขอบคุณ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ความอนุเคราะห์รถยนต์ BMW X5 xDrive30d M Sport มารีวิวทดลองขับครั้งนี้

BMW X5

สิ่งที่ชอบ >>> ความเป็นรถยนต์เอสยูวีที่ลงตัวในด้านดีไซน์ดูดีกว่าคู่แข่ง ความสะดวกสบายแบบ 5 ที่นั่ง ออพชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงระบบ Reversing Assistant อำนวยความสะดวกในการถอยหลังแคบๆและความอลังการของเครื่องยนต์ดีเซล 3 ลิตร 265 แรงม้า ถึงค่าตัวจะแพงแต่สิ่งที่ได้มานับว่าน่าคบเลยทีเดียว

สิ่งที่ไม่ชอบ >>> ออพชั่นบางอย่างถูกตัดไปอย่างเช่น Adaptive 2-axle Air Suspension หรือช่วงล่างถุงลม ซึ่งควรจะติดตั้งเป็นออพชั่นมาตรฐานซึ่งจำเป็นมากในลุยผ่านเส้นทางที่โหดพอสมควรอย่างเช่นทางหลุมลึกๆเป็นต้น

BMW X5

 

ชม Gallery Test Drive BMW X5 xDrive30d M Sport ได้ที่นี่ !!

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ