Deft Scoop: ถอดรหัสโชคชะตากรรม Mitsubishi Motor จะเป็นอย่างไร หลัง Nissan เข้าควบคุม

  • โดย : Autodeft
  • 13 พ.ค. 59
  • 30,702 อ่าน

กล่าวถึงข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์ เห็นทีจะไม่มีบริษัทรถยนต์รายไหนจะเป็นประเด็นร้อนมากกว่า Mitsubishi Motor หลังจากมีการประกาศและยืนยันการเข้าควบคุมกิจการ บริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่มีชื่อเสียงยาวนานรายนี้โดยบริษัท Nissan Motor ...จนหลายคนที่เป็นสาวก ต่างรู้สึกไม่ค่อยดีและกลัวการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

 

แม้ว่าการเข้าควบคุมกิจการไม่เคยใช่เรื่องดีไม่ว่ากับบริษัทใดๆ ก็ตาม หากย้อนเรื่องเก่าเล่าความ  Mitsubishi  Motor   กับ   Nissan   ต่างก็เป็นคู่ซี้ย่ำปึกคุ้นเคย ร่วมหัวจมท้ายมาแล้วหลายคราว รวมถึงการโกงอัตราประหยัดของ   Mitsubishi Motor   ล่าสุด ซึ่งนำมาสู่การตกต่ำจนถูกเข้าควบคุมกิจการครั้งนี้

ถ้อยแถลงของ นาย คาร์ลอส โกส์น  CEO  Renault – Nissan   ที่ออกมาเปิดเผยหลังจากที่ข่าวยืนยันการซื้อดังกล่าวออกมา ระบุชัดว่า พวกเขาจะยังปล่อย   Mitsubishi   เดินหน้าโครงการของตัวเอง ...ต่อไป และการเข้าควบคุมนี้เป็นเพียงการสร้างชัยชนะธุรกิจร่วมกัน ...ในอนาคต

[IMAGE1]

หลายคนคงสงสัยว่า ...   Mitsubishi  Motor   จะเป็นอย่างไรต่อไป... หากวิเคราะห์จากข้อมูลที่   Mitsubishi   ดำเนินงานมาโดยตลอด .. ก่อนจะถูกเปลี่ยนมือ ...เชื่อได้เลยว่า โครงการที่จะกลับมาเป็นโครงการแรก และสาวกตั้งตาภาวนาจิตให้เกิดขึ้นโดยไว ..คงไม่พ้น การพัฒนารถเก๋งคอมแพ็คคาร์   Mitsubishi  Lancer   รุ่นใหม่ ซึ่งกระแสข่าวล่าสุดเปิดเผยว่า ตัวรถมีการออกแบบเสร็จสิ้นแล้ว แต่รอคู่หูทางธุรกิจเข้ามาร่วมพัฒนาหลังจาก  Nissan   สะบัดมือทำให้อยากแล้วจากไป

การสร้างแพลทฟอร์มใหม่หมดในปัจจุบันมีต้นทุนพัฒนาวิจัยค่อนข้างแพง แต่การเข้ามาของ   Nissan  จะช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้พอสมควร ส่วนหนึ่งรถยนต์   Mitsubishi   ในปัจจุบัน อาศัยมรดก  GS Platform ที่ทาง   Daimler Chrysler   ทิ้งไว้ให้ตอนปี 2005   มาพัฒนารถยนต์ของพวกเขาต่อเนื่อง ทั้ง   Mitsubishi Lancer , Mitsubishi  ASX  ที่ขายดิบขายดี ไปจนถึง   Mitsubishi  Outlander  ซึ่งทุกวันนี้คู่แข่งมีแพลทฟอร์มใหม่ๆ และไปไกลแล้ว

เป็นไปได้สูงที่ทีมวิศวกรของ   Mitsubishi   จะมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลแพลทฟอร์มใหม่ล่าสุดของ Nissan  CMF Platform ที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง   Nissan-Renault เปรียบเหมือนขุมทองที่  Mitsubishi   ต้องการอย่างมาก เพื่อสร้าง   Mitsubishi  Lancer  ใหม่ ให้สำเร็จจนสามารถออกมาวางจำหน่ายได้ หลังปล่อยให้สาวกรอเก้อ

อีกทั้งด้วยการมีรถยนต์นั่งเก๋งคอมแพคคาร์ของตัวเอง อาจจะทำให้เจ้าตำนาน  Mitsubishi  Evolution  ได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองดั้งเดิม ในฐานะซีดานคอมแพ็คคาร์ขาแรง ..ไม่ต้องไปผนวกบนรถอเนกประสงค์ แบบที่ทาง  Mitsubishi  วาดแผนเอาไว้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากการพัฒนารถยนต์   Mitsubishi  Lancer   แล้ว รถซีดานกลาง   Mitsubishi  Galant  ก็มีโอกาสที่จะกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งในบางประเทศที่ยังมีวางจำหน่าย ตลอดจนเรือธง  Mitsubishi ASX   ใหม่ ก็จะมีโอกาสลืมตาอ้าปากและยังมีรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดเล็ก รุ่นใหม่ดั้งเดิมที่บริษัทตั้งใจจะผลิตจำหน่าย และจะหิ้วมาขายในไทยปีหน้า

[IMAGE2]

ทางด้านรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่เราคุ้นหน้าตา   Mitsubishi Mirage   และเพื่อนร่วมรุ่น  Mitsubishi  Attrage  ก็มีแนวโน้มจะได้ไปต่อ แม้ที่ผ่านมาา   Nissan   อาจจะรู้สึกว่าที่ผ่านมา  Mitsubishi  กลายเป็นหอกข้างแคร่ มาโดยตลอด แต่แนวทางของการสร้างสรรค์รถยนต์กลับแตกต่างกัน จนถึงขนาดตอนพัฒนากระบะทีมวิศวกรเกิดไม่เข้าวงแตกตอนพัฒนาในช่วงท้าย แม้จะเป็นลูกค้ากลุ่มเดียวกันก็ตามที ... หรืออาจจะกล่าวได้ว่า   Mitsubishi   จะสมปรารถนาเรื่องรถนั่ง ...เสียที หลังจากรอมายาวนาน

ทางฝั่ง   Nissan   แม้ว่าดูจะเสียมากกว่าได้ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา   Mitsubishi Motor   ไม่เป็นสองรองใครในบ้างเรื่องเช่นกัน ประการแรก พวกเขาถือเป็นเจ้าตลาดรถยนต์พลังไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่ง   Nissan   เองก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน ในรถยนต์   Nissan  Leaf   หากในแง่ของการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอันยาวนาน   Mitsubishi   ดูจะมีภาษีมากกว่าอย่างชัดเจน ตลอดจนเรื่องรถยนต์ไฮบริดเสียบปลั้กพวกเขาก็ทำได้ไม่เลว และมียอดขายในกลุ่มรถอเนกประสงค์พอสมควรเช่นกัน จากรถยนต์   Mitsubishi  Outlander PHEV

นอกจากระบบไฮบริดเสียบปลั้กแล้ว ถึงกระแสจะเงียบงัน แต่ไม้เด็ดของ   Mitsubishi  Triton   ใหม่ที่เป็นกระแสมายาวนานอย่างเวอร์ชั่นไฮบริดที่หลายคนลืมนึกไป ก็น่าจะทำให้   Nissan   สนใจไม่น้อย ...ที่พวกเขาจะเอาทีเด็ดความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้แบรนด์ตัวเอง เอาองค์ความรู้ไปใช้ใน  Nissan Navara ก็มีความเป็นไปได้สูง และ   Nissan   ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเลย

หากแต่ท้ายสุดทีเด็ดสำคัญอยู่ที่ ระบบขับขี่อัตโนมัติของ   Mitsubishi   เป็นอีกเทคโนโลยีที่น่าสนใจ   Mitsubishi อาจจะล่าช้าในเรื่องดังกล่าว แต่พวกเขาก็สนใจและประกาศก่อนที่จะมีเหตุการณ์เรื่องอัตราประหยัดว่า  พวกเขาเตรียมนำเทคโนโลยีทางทหารจากบริษัทแม่มาพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของพวกเขา แม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่าน  Nissan   จะพัฒนาระบบดังกล่าว และสัมฤทธิ์ผลอย่างดี แต่เทคโนโลยีทางทหารนั้นก้าวล้ำกว่ามาก พวกมันคำนวณได้ละเอียดแม่นยำมากกว่า และจะเป็นประโยชน์อย่างมากให้ระบบนำทางขีปนาวุธสามารถให้ลูกค้าใช้รถขับอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ควบคู่กับการลดต้นทุนการวิจัยและพัฒนา ... ระบบดังกล่าว ..ซึ่งตามข่าวระบุว่าแค่เพียงประกอบและเสียเวลาพัฒนาโปรแกรมการทำงานก็พร้อมใช้ได้ทันที

การควบคุมกิจการอาจจะฟังเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร หากการเข้าถือหุ้นใหญ่  34%  ของ   Nissan ใน   Mitsubishi  Motor ครั้งนี้กลับมีแนวโน้มที่จะทำให้ทั้งสองบริษัทมีชัยชนะทางธุรกิจร่วมกัน ... ทั้งคู่ต่างมีแนวทางที่เหมือนกัน .. และมีเอกลักษณ์และความมุ่งมั่นในการทำรถที่คล้ายกัน ขาดเพียงแรงสนับสนุน... ซึ่งจะว่าไป มันก็ไม่ต่างจากเพื่อนช่วยเพื่อน ... ในรูปแบบการดำเนินธุรกิจ

 

  เรื่อง โดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)

ติดตามผู้สื่อข่าวและนักทดสอบรถยนต์ นาย ณัฐยศ ชูบรรจง ได้ที่ Facebook หรือ ทาง  Fan page ,Twiter (@Nattayosc), Blog  ส่วนตัว

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ