Test Drive: รีวิว ทดลองขับ MG HS PHEV ประหยัดได้ ซิ่งดี ราคางาม

ถอยกลับไปก่อนหน้านี้สัก 2 ปี ถ้าเอ่ยถึงรถประเภท Plug-In Hybrid แน่นอนว่าแบรนด์ที่มีขาย ก็จะเป็นค่ายระดับพรีเมียมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz, BMW หรือ Volvo ราคาก็อยู่ระดับ 2 ล้านขึ้นไปทั้งนั้น กลายเป็นรถประเภทที่คนระดับกลางทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้ใช้เลย ทั้งที่นี่คือรถประเภทที่จะเชื่อมรอยต่อระหว่างรถแบบสันดาปภายในไปสู่รถไฟฟ้าได้

MG HS PHEV

จนมาถึงเมื่อปีก่อน ก็เริ่มเข้าสู่ยุคของรถ PHEV ของคนทั่วไปได้แล้ว เมื่อค่ายรถแดนมังกรอย่าง เอ็มจี ก็ได้แสดงพลังแห่งความกล้าครั้งใหม่ ด้วยการวางจำหน่ายรถยนต์ hybrid เสียบปลั๊กกับเขาบ้าง กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ MG HS PHEV รถอเนกประสงค์ที่ต่อยอดจาก MH HS รุ่นปกติ พร้อมกับการเปิดราคาสุดว้าวที่ 1,359,000 บาท

MG HS PHEV

MG HS PHEV

รถยนต์ใหม่ 2021 อย่าง MG HS PHEV เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีก่อน แต่กว่าสื่อมวลชนจะได้ทดลองขับแบบจริงจัง ก็โดนลากข้ามมายันเดือน 2 ของปี 2564 แล้ว จากปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสตัวแสบ Covid-19 ระลอกใหม่ (ห้ามบอกระลอก 2 ใครบอกเดี๋ยวฟ้องลุง) ในที่สุดเราก็ได้สัมผัสกันแบบจริงจังเสียที โดยในรอบนี้ผมในฐานะทีมงาน AUTODEFT ก็เลยต้องจัดไป เพื่อท่านผู้อ่านจะได้ทราบข้อมูลว่าการขับขี่เป็นอย่างไรบ้าง

MG HS PHEV

MG HS PHEV

ก่อนออกทดลองขับ MG HS PHEV เพื่อทำการรีวิว เรามาทำความรู้จักรายละเอียดของตัวรถกันก่อนเลยครับ โดยรถยนต์ใหม่ 2021 คันนี้ เป็นรถแบบอเนกประสงค์ SUV ไซส์ Compact มีมิติตัวรถเท่ากับ MG HS เป๊ะ นั่นคือ 4,574 x 1,876 x 1,664 มม. (ยาวxกว้างxสูง) ฐานล้อกว้าง 2,720 มม. ตัวท้องรถสูงจากพื้น 145 มม. จะต่างกันก็แค่น้ำหนักของตัวรถที่มีประมาณ 1,775 กิโลกรัม หนักกว่ารุ่นปกติที่มี 1,510 - 1,570 กิโลกรัม ก็เข้าใจได้เพราะต้องมีระบบ Hybrid กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 16.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงเพิ่มขึ้นมาอีก (เป็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มรถ PHEV ด้วยกันแล้ว)

MG HS PHEV

MG HS PHEV

MG HS PHEV ใช้ขุมกำลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว Turbo TGI ให้กำลังได้สูงสุด 162 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร เสริมกำลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้กำลังได้ 122 แรงม้า แรงบิด 230 นิวตันเมตร และเมื่อนำกำลังมาผนวกกัน ทำให้รถใหม่คันนี้ผลิตพละกำลังรวมได้ 284 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนส่งพลังสู่ล้อด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด โดยแบ่งเป็นการส่งกำลังเครื่องยนต์ 6 เกียร์ และระบบส่งกำลังให้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 เกียร์ ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่แปลกไปของรถประเภทใช้งานมอเตอร์ช่วยในการขับเคลื่อน เพราะส่วนใหญ่จะมีเป็น Single Speed แต่นี่มีการใส่อัตราทดเกียร์ให้มอเตอร์ไฟฟ้าด้วย โดยทางเอ็มจีมีการเคลมเอาไว้ว่า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 7.5 วินาที มีค่าไอเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 36 กรัม / กิโลเมตร เท่านั้น และสามารถวิ่งด้วยโหมด EV หรือการใช้ไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 67 กิโลเมตร

MG HS PHEV

MG HS PHEV

ภายนอกของ MG HS PHEV นั้น ถอดแบบมาจาก MG HS เป๊ะ ไม่ว่าจะเป็นตะแกรงด้านหน้าเป็นแบบตาข่ายทรงขนมเปียกปูน เพิ่มความหรูด้วยเม็ดสีเงินช่วงเส้นตัด ชูหราด้วยตรา MG สีเงินตรงกลาง ไฟหน้าเป็นโคมแบบ LED Projector มีตัดขอบด้วยไฟ DRL (Daytime Running Lights) ที่เป็นไฟเลี้ยวได้ด้วย โดยไฟจะวิ่งแบบ Sequential แต่รุ่นนี้จะเจ๋งกว่าตรงไฟหน้าที่เปิด-ปิดได้อัตโนมัติ มีไฟตัดหมอกแบบ HID ที่กลางกันชนด้านข้าง ตัดขอบด้วยโครเมียม ส่วนไฟด้านท้าย แผงไฟเบรกเป็นการติดตั้งรวมทั้งบนตัวถังและฝาท้าย ใช้เป็นโคมแบบ LED เช่นกัน รวมทั้งไฟเลี้ยวก็เป็นแบบ Sequential มีไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED กระจกมองข้างเป็นสีเดียวกับตัวรถ ตัดด้วยสีดำแถบด้านล่างเพิ่มความสปอร์ต พร้อมไฟเลี้ยวบนกระจกมองข้าง มีราวหลังคาสีเงินติดมาให้ ฝากระโปรงท้ายแบบไฟฟ้า ล้อที่ใส่มาเป็นขนาด 18 นิ้ว รัดมาด้วยยาง 235 / 50R18 พร้อมระบบดิสก์เบรกครบทั้ง 4 ล้อ ช่วงล่างด้านหน้าใช้เป็นแบบ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบ อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง

MG HS PHEV

MG HS PHEV

ภายในของ MG HS PHEV จะมีมาให้เลือก 2 สี แบ่งตามสีภายนอก ถ้ารถเป็นสีดำหรือสีแดง ภายในจะเป็นสีดำทั้งหมด แต่ถ้ารถเป็นสีขาว ภายในจะเป็นสี 2-Tone ขาว – น้ำเงิน การออกแบบคอนโซลนั้นใกล้เคียงกับ MG HS ช่องแอร์ด้านคนขับและคนนั่งเป็นทรงกลม Turbo Jet แต่ตรงกลางเป็นทรงคล้ายปากยิ้ม หน้าจอกลาง เป็นหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ / ช่องเชื่อมต่อ USB รองรับการใช้งาน Apple CarPlay อลังการงานสร้างด้วยระบบเครื่องเสียง 8.1 จาก Bose Sound System สามารถสั่งการด้วยเสียงได้ผ่านระบบ iSmart สั่งการผ่านเสียงภาษาไทยได้ มีระบบ SMART CONNECT ที่มีทั้ง ระบบนำทาง Navigation พร้อมรายงานการจราจรแบบ Real Time, ระบบช่วยค้นหาร้านอาหาร และที่พักบนแผนที่นำทาง, ระบบเล่นเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง, อัพเกรดระบบผ่านออนไลน์, ระบบเรียกดูข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ปัจจุบัน, และ อัพเดทข้อมูลพยากรณ์อากาศ ผ่านสัญญาณโทรศัพท์ของ Truemove-H ใช้งานฟรี 5 ปี แอร์เป็นแบบอัตโนมัติ Dual Zone แยกความเย็นซ้าย-ขวา กรองอากาศ PM 2.5 ได้

MG HS PHEV

MG HS PHEV

เบาะหน้าของ MG HS PHEV มาด้วยเบาะหนังสังเคราะห์ แบบ Sport แนว Bucket Seat  เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าแบบ 6 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทาง เป็นระบบผ่อนแรงแร็คแอนด์พิเนียน ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS) พวงมาลัยหุ้มหนังทรงกลมท้ายตัดแบบ Sport  ปรับระดับ 4 ทิศทาง มีปุ่ม Multi-Function ด้านซ้ายเอาไว้ควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ ด้านขวาเอาไว้ควบคุมหน้าจอ แสดงผลอัจฉริยะขนาด 12 นิ้ว (Interactive Multi-function Display) ตัวนี้แหล่ะที่จะต่างกันกับตัวปกติ ที่ตัวเดิมมีแบ่งโซนหน้าจอเป็นดิจิตอลผสมแบบเข็มวัด แต่รอบนี้มาเป็นแบบ Full Digital เลย แสดงสถานะได้ทั้งความเร็ว, พลังงานที่ใช้, แบตเตอรี่คงเหลือ, Trip, น้ำมันคงเหลือ และอื่น ๆ อีกมากมาย เบาะนั่งด้านหลัง พนักพิงพับได้ 60:40ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart key) พร้อม Push Start มีโหมด Super Sport ให้กดเพิ่มความมันได้แบบสะดวกรวดเร็ว มีเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold

MG HS PHEV

MG HS PHEV

ระบบความปลอดภัยบน MG HS PHEV จัดมาให้เพียบตามสไตล์เอ็มจี มีทั้ง

  • ถุงลมนิรภัย 6 จุด
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว XDS (Electronic Differential System)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control System)
  • ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR (Motor Control Slide Retainer)
  • ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้พลิกคว่ำ ARP (Anti Rolling Program)
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
  • ระบบควบความความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบเปิด – ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane keep Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง

MG HS PHEV

MG HS PHEV

เอาล่ะ ข้อมูลมากพอแล้ว เรามาเริ่มขับขี่รีวิวรถ MG HS PHEV กันเลยดีกว่า โดยรอบนี้เป็น 1 Day trip เช่นเคย เส้นทางเริ่มจาก CDC เลียบด่วนรามอินทรา ก่อนจะมุ่งหน้าฝ่ารถติดไปทางพระราม 9 แล้วขวาตรงยาวขึ้นสะพานซังฮี้ ข้ามไปสู่ฝั่งธนบุรีแล้วค่อยไปเลี้ยวตัดเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดเข้าเพชรเกษมอีกที แวะดื่มกาแฟก่อนจะหันหน้ามุ่งสู่สะพานสาธร แวะกินข้าวเที่ยงแถวสาทร แล้วมุ่งหน้าเข้ามาที่ถนนเพชรบุรีโดยใช้เส้นทางผ่านถนนวิทยุ ก่อนตัดเข้าเลียบด่วนรามอินทราอีกครั้งเพื่อกลับสู่จุดเริ่มต้น เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่มีทุกรูปแบบ เน้นการใช้งานในเมืองเป็นสำคัญ

MG HS PHEV

MG HS PHEV

ท่านั่งของ MG HS PHEV นั้น เมื่อวางก้นลงบนเบาะแล้วเหมือนกลับมาได้ขับ MG HS อีกครั้ง ทุกอย่างเดิมหมดยกเว้นหน้าปัดบอกข้อมูลรถที่ทันสมัยกว่าเดิม ตัวเบาะกว้างพอดีที่จะนั่งได้สบาย เบาะเป็นทรง Sport เลยทำให้เบาะนั้นออกไปทางแข็งเล็กน้อยนั่งได้สบายไม่จม การจัดวางตำแหน่งของการใช้งานต่าง ๆ ก็ถือว่าทำได้อย่างดี ไม่ต้องเอื้อมไปไหนมาก มีปุ่มให้กดเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น อยากสั่งการมากกว่านี้ให้กดเข้าใช้งานในหน้าจอเอา สัมผัสแบบ Soft Touch เยอะมาก ทั้งตัวคอนโซลและแผงประตู วัสดุดูดีเกินราคา แถมมีหลังคา Sunroof แบบ Panoramic ยิ่งทำให้ตัวรถดูกว้างงงงง ขึ้นไปอีก

MG HS PHEV

MG HS PHEV

เส้นทางช่วงแรก ทาง Instructor ของทางเอ็มจี ต้องการให้พวกเราควบ MG HS PHEV ไปด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน แล้วลองใช้งานระบบ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) สำหรับการขับขี่ในเมืองดู เริ่มต้นก่อนออกก็เลยกดปุ่ม EV ก่อนเลย โดยระยะทางช่วงแรกจาก CDC ไปร้านกาแฟสุดชิค NANA Hunter Coffee Roasters ระยะทางประมาณ 30 กว่ากิโลเมตร หลังจากเข้าสู่ถนนใหญ่ได้ ก็เริ่มใช้งานโหมด TJA โดยทันที ซึ่งระบบนี้จะทำงานในช่วงความเร็วต่ำ เหมาะกับระดับความเร็วในเมือง แต่ถ้าเร็วกว่า 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็จะเป็นหน้าที่การทำงานของ Adaptive Cruise Control แทน หลังจากเปิดระบบแล้ว ผมก็ปล่อยให้รถทำหน้าที่ควบคุมคันเร่งและเบรกไปเองเลยครับ ระบบจะทำหน้าที่ตัดสินใจเองว่าเมื่อไหรควรเบรกและเมื่อไหร่ควรกดคันเร่ง ถ้ารถหยุดเกิน 3 วินาที ระบบจะตัดการทำงาน เราก็ทำหน้าที่เหยียบเบรกเองสักครู่ เมื่อรถข้างหน้าเคลื่อนไป เราก็กดคันเร่งเพื่อให้ระบบทำงานใหม่ รถก็จะวิ่งให้เราเองเหมือนเดิมแล้ว ช่วงกดคันเร่งก็พอจะนุ่มนวลอยู่ครับ แต่ตอดแตะเบรก ถ้ารถข้างหน้าค่อย ๆ เบรกก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเริ่มีรถแทรกมาในช่องตรงกลางระหว่าเรา เอ้ย ระหว่างคัน ผมว่ามันยังไม่ฉลาดพอที่จะค่อย ๆ ชะลอดูแล้วแตะเบรกเบา มันอาจจะชะลอดูสถานการ แต่การแตะเบรกมันดูกระโชกโฮกฮากไปเล็กน้อย และเมื่อเจอเหตุแบบนี้บ่อยเข้า (ซึ่งเราเจอกันเยอะแน่) ก็ทำเอาเวียนหัวได้เหมือนกันแต่ผมว่ามันก็ช่วยลดอาการเหน็ดเหนื่อยจากการขับรถในเมืองได้นะ

MG HS PHEV

MG HS PHEV

หลังจากลองระบบ TJA จนหนำใจแล้ว เรามาลองขับเองดูบ้าง ผมว่าโหมด EV บน MG HS PHEV มันก็ให้กำลังที่พอได้อยุ่นะ ลองนึกดูว่ามอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า นี่แรงกว่าเครื่อง ECO Car ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันอีกนะ มันก็พอจะพารถวิ่งได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับวิ่งได้ปรู๊ดปร้าดนะ มันก็วิ่งไออกตัวได้อย่างสุภาพ แต่ก็พอจะพารถวิ่งในโหมด EV ได้เร็วระดับ 140 กม./ชม. ขับในเมืองได้สบายถ้าคุณไม่ใช่คนรีบ จนในที่สุดก็เดินทางมาจนจบเส้นทางในช่วงแรก ระยะทางคงเหลือให้ขับได้ต่ออีกประมาณ 23 กิโลเมตร สิ่งที่แปลกอย่างหนึ่งในการขับโหมดไฟฟ้านั้น เมื่อเรากดคันเร่งอย่างต่อเนื่อง ปกติเมื่อเราขับรถไฟฟ้า มันจะมีแรงอย่างต่อเนื่องจนไปหยุดที่ความเร็วระดับหนึ่งเลย แต่สำหรับคันนี้มันต่างไปเล็กน้อยตรงช่วง 60-70 กม./ชม. เราจะเจออาการ “วูบ” เหมือนเครื่องรอรอบแวบหนึ่ง ก่อนที่จะวิ่งเพิ่มความเร็วต่อเนื่องไปตามปกติ อาการนี้ตอนแรกคิดว่าตัวเองคิดไปเอง แต่เมื่อมาลองอีกครั้งก็เจออีก เลยเข้าใจว่าเป็นอาการของตัวแล้วล่ะ เลยได้สอบถามกับทางทีมงานเอ็มจีหลังจากทดสอบเสร็จแล้วถึงอาการนี้ ได้คำตอบมาว่า เป็นอาการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่ต่อเนื่องอยู่ 1 ระยะ แต่ตอบไม่ได้ว่าเป็นรอยต่อของเกียร์ไหน แต่จะเป็นแค่จุดเดียว อันนี้ยังไม่ได้ถามต่อว่าแก้ได้ไหม คาดว่าไม่น่าแก้ได้ในล็อตนี้ แต่ล็อตต่อไปไม่แน่อาจจะดีขึ้น ถ้าถามผมว่ามันทำให้มีผลกับการขับขี่ไหม ตอบได้เลยว่าไม่ครับ แต่ถามว่าน่ารำคาณไหม บอกว่าใช่ครับ สำหรับผม

MG HS PHEV

MG HS PHEV

อีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกขัดใจอีกอย่างบน MG HS PHEV และตัวอื่น ๆ ที่เอาก้านบังคับระบบ Adaptive Cruise Control มาวางเอาไว้ที่ด้านหลังพวงมาลัย ที่มันมองไม่เห็นเลย ต้องอาศัยการสัมผัสเท่านั้น ขนาดผมเคยใช้งานก้านแบบนี้ ผมยังรู้สึกงงเลย ว่าผมต้องทำแบบไหน โยกยังไงถึงจะเริ่มทำงาน สั่ง Restart ยังไง จะเพิ่ม-ลดความเร็วได้อย่างไร ถ้าคนไม่เคยใช้นี่คงต้องงมกันก่อนให้ชินแล้วค่อยใช้งาน ผมพูดทุกครั้งที่ทดสอบรถแล้วเจอก้านแบบนี้ ว่าควรย้ายเอามาไว้บนพวงมาลัยเหอะ มันเห็นชัด และใช้งานง่ายกว่าเยอะเลย

MG HS PHEV

MG HS PHEV

หลังจากพักแวะดื่มกาแฟดริปกันพอหนำใจแล้ว เราก็มาเดินทางต่อไปที่แถวถนนสาทรบ้าง โดยช่วงนี้เราจะเปิดโหมด Auto กัน โดยโหมดนี้ระบบของตัวรถ MG HS PHEV จะทำการเลือกให้เราเองโดยอัตโนมัติ มันจะดูว่าช่วงนี้ควรใช้เครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้า หรือจะใช้ไปคู่กัน จังหวะไหนควรชาร์จไฟ จังหวะไหนไม่ต้อง อะไรประมาณนี้ ระยะทางสั้น ๆ ครับประมาณ 16 กิโลเมตร ช่วงนี้เห็นได้เลยว่า เมื่อมีเครื่องยนต์เข้ามาช่วยในการขับเคลื่อนปั๊บ รถมันขับสนุกทันทีเลย เครื่องแทบจะมาช่วยทุกครั้งที่เรากดคันเร่ง โดยเฉพาะเมื่อเรากดคันเร่งแรง เครื่องยนต์จะส่งพลังลงล้อหน้าทันที แล้วเราจะรู้สึกถึงแรงม้าระดับ 2 ร้อยกว่าทันที ขนาดยังไม่ได้เปิดโหมด Super Sport ยังขับสนุกแล้วเลย แต่วันนี้เรามาเดินทางกันด้วยคอนเซปต์ “1 Day 1 Liter with MG HS PHEV” เราจึงต้องถนอมเท้ากันเล็กน้อย เลยไม่ได้กดเท้าแรงสักเท่าไหร่

MG HS PHEV

MG HS PHEV

สิ่งที่เป็นความโดดเด่นของเอ็มจีในเกือบทุกรุ่น และยังคงมีอยู่บน MG HS PHEV คันนี้ ก็คือเรื่องการทรงตัวครับ ตลอดทางที่ขับกันวันนี้ รถยังคงทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ทุกโค้งที่เข้ามั่นใจได้หมด เข้าเบาเข้าแรง รถก็ยังทรงตัวได้อย่างดี ขับเร็วก็นิ่ง การเก็บเสียงก็ดี แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือ มันมีความกระด้างมากกว่า MG HS รุ่นปกติอยู่เล็กน้อย ซึ่งก็ไม่น่าแปลก เพราะมันต้องถูกเซ็ตมาเพื่อให้รองรับน้ำหนักที่มากขึ้นจากน้ำหนักของแบตเตอรี่มี่มีมากขึ้นจากการวางตรงใต้เบาะหลัง รวมทั้งยังต้องเซ็ตให้รองรับกับพละกำลังที่มากขึ้นอีก แบบนี้ก็พอเข้าใจได้ แต่สุดท้ายมันก็ยังนุ่มหนึบอยู่ดีนะ เพียงแต่ว่ามันนุ่มสู้ตัวปกติเท่านั้นเอง

MG HS PHEV

MG HS PHEV

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันกันจนอิ่มแล้ว และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กันเล็กน้อย (เปิดเผยเรื่องที่คุยไม่ได้ ฮ่า) ก็เริ่มเดินทางกันต่อ โดยรอบนี้จะเดินทางไปยังจุดเริ่มต้นที่ CDC ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร แต่หน้าจอตอนนี้ยังเหลือไฟให้วิ่งได้อีกประมาณ 9 กิโลเมตรเท่านั้นเอง เราก็จะวิ่งแบบไฟฟ้าให้หมด แล้วมาดูกันว่า รถจะจัดการหลังไฟฟ้าหมดอย่างไร หลังจากวิ่งไปได้ประมาณ 8 กิโลเมตร ท่ามกลางสภาวะรถติดประมาณหนึ่งเลย จากหน้าจอของ MG HS PHEV แจ้งว่าหมดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งแบตหมดเหลือ 0% และระยะทางคงเหลือ 0 กิโลเมตร แต่รถยังวิ่งต่อในโหมดไฟฟ้าได้อีกเกือบ 1 กิโลเมตรได้ จากนั้นเครื่องก็ติดขึ้นมาทันที จากที่สังเกตุดูจากการทำงานของรถยนต์ผ่านทางหน้าจอ จะเห็นว่ารถเน้นที่จะทำการใช้กำลังเครื่องยนต์ไปที่ล้อมากกว่าการปั่นไฟกลับเข้าไปในแบตเตอรี่ เราเลยยังคงรู้สึกถึงกำลังเครื่องยนต์มากกว่ามาจากมอเตอร์ไฟฟ้า ขับสนุก ตอนแรกก็เข้าใจว่า รถยนต์ใหม่ 2021 คันนี้จะไม่มีโหมดที่ชาร์จไฟกลับเข้าที่แบตเตอรี่ เพราะหาไม่เจอ ไม่รู้ต้องกดปุ่มไหน มาตรัสรู้ได้หลังจากจบงานว่า “มันทำได้ครับ แต่ต้องเข้าไปสั่งในหน้าจอ” โอ้ว มันต้องยากขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้ามีปุ่มให้กดได้ข้างเกียร์ น่าจะเวิร์คกว่านี้นะครับ

MG HS PHEV

MG HS PHEV

อีกอย่างที่อยากพูดถึงคือ ชุดเครื่องเสียง Bose Sound System ระบบ 8.1 ที่มี Subwoofer มาให้พร้อมบน MG HS PHEV ถามว่ามันดีไหม มันดีครับ ดีมากกว่าของตัวปกติแน่นอน ให้เสียงกลางและสูงได้ชัดเจน แต่ถึงกับกิ๊งเลยไหม ก็คงไม่ขนาดนั้น เสียงเบสมาแต่ไม่ค่อยรู้สึกเต็มแบบที่ Subwoofer ควรให้ได้ ยังไม่แน่ใจว่าผมปรับดีหรือยัง เพราะเวลาไม่ค่อยมี เอาเป็นว่าถ้ามีเวลามากกว่านี้จะลองดูใหม่ แต่เบื้องต้นถ้าถามผมว่าดีไหม เต็ม 10 ผมให้ 7.5 ครับ

MG HS PHEV

MG HS PHEV

สรุปรวมวันเดียวกับ MG HS PHEV ในระยะทางสั้น ๆ ที่มีข้อแม้ในการขับขี่เล็กน้อย ผมสรุปเอาไว้ตามนี้ครับ

ชอบ

  • พลังของเครื่องยนต์ผสมมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การขับขี่ในเมืองสนุกขึ้น
  • ช่วงล่างที่หนึบ นิ่ง เก็บเสียงยอดเยี่ยม
  • ระบบความปลอดภัยเยอะมาก เยอะจนไล่ไม่ถูก พวก FCW ทำงานเร็ว

ไม่ชอบ

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ทั้ง ACC และ TJA ยังเบรกได้ไม่เนียนมากพอ
  • อาการวูบช่วงเปลี่ยนเกียร์ในโหมดไฟฟ้าช่วง 60-70 กม./ชม.
  • ก้านบังคับระบบ Cruise Control ที่ติดอยู่ตรงตำแหน่งที่พวงมาลัยบัง งวดหน้าย้ายเหอะ

MG HS PHEV

MG HS PHEV

เอาจริง ๆ ถ้ามองค่าตัวของ MG HS PHEV กับราคา 1,359,000 บาท แต่ได้รถ Hybrid เสียบปลั๊กที่มีแบตเตอรี่ใหญ่มากที่สุดในกลุ่มคือ 16.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ได้ระบบความปลอดภัยครบ ได้รถที่ขับสนุกยามที่เราต้องการ ได้รถที่ขับได้สบายถ้าเราอยาก ผมว่าเท่านี้ก็คุ้มค่ากับการใช้งานแล้วครับ ยิ่งถ้าคุณมีที่ทำงานไกลจากบ้านไม่เกิน 25 กิโลเมตร คุณสามารถขับรถไปกลับได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมันเลยแม้แต่นิดเดียว จะหาความคุ้มค่ามากกว่านี้ได้จากที่ไหนกันล่ะครับ

MG HS PHEV

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com